YLG เผยพฤติกรรมลงทุนทองคำเปลี่ยน คนรุ่นใหม่เข้าตลาดเร็วขึ้น ใช้เงินน้อย เน้นซื้อขายผ่านมือถือ-ทยอยสะสมแบบ DCA พร้อมเปิดตัวแอปพลิเคชัน YLG Get Gold ลงทุนทองเริ่มต้นที่ 100 บาท ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่

วันที่ 21 ส.ค. 2569 นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน เเอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยว่าปัจจุบันสัดส่วนนักลงทุนทองคำทั่วโลกเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดจากในอดีตที่จะเป็นกลุ่มวัยทำงานขึ้นไป ที่ส่วนใหญ่มักซื้อทองคำเมื่อมีเงินก้อน เพื่อเก็บออม รักษามูลค่าความมั่งคั่ง หรือถือครองเป็นทรัพย์สินระยะยาว

ขณะที่ปัจจุบันคนรุ่นใหม่เริ่มลงทุนเร็วขึ้น ใช้เงินต่อครั้งไม่มาก และมองทองคำเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารพอร์ต โดยคนรุ่นใหม่มีพฤติกรรมหลัก 2 รูปแบบ

โดยกลุ่มแรกคือผู้ที่ ซื้อขายตามจังหวะตลาด ติดตามราคา ข่าวสาร และปัจจัยเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด ต้องการข้อมูลแบบเรียลไทม์ รวมถึงความคล่องตัวในการซื้อขายและปรับพอร์ตตามสถานการณ์ และอีกกลุ่มคือผู้ที่ ทยอยสะสมระยะยาว โดยแบ่งซื้อทองคำเป็นหน่วยย่อยหรือสะสมแบบ DCA อย่างสม่ำเสมอ ช่วยสร้างวินัยทางการเงินและลดความกังวลเรื่องการจับจังหวะราคา

สำหรับสิ่งที่คนรุ่นใหม่มีร่วมกันคือความเป็น Mobile-first ต้องการเงินเริ่มต้นที่เข้าถึงได้ ขั้นตอนไม่ซับซ้อน ราคามีความโปร่งใส และสามารถลงทุนได้ทันทีผ่านมือถือ

ทั้งนี้จากข้อมูลลูกค้า YLG ที่ลงทุนผ่านช่องทางดิจิทัล พบว่าเกือบ 7 ใน 10 หรือประมาณ 68% มีอายุไม่เกิน 40 ปี สะท้อนว่าทองคำที่มีขนาดเล็กลง (Fractional Gold) และ Digital Gold กำลังลดข้อจำกัดเดิมของการลงทุนทองคำ และช่วยขยายตลาดไปสู่คนรุ่นใหม่อย่างชัดเจน

โดยปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย แต่เป็นแนวโน้มระดับโลก โดยเฉพาะประเทศที่มีการซื้อขายทองคำมากที่สุด ได้แก่

1. ในประเทศจีน คนรุ่นใหม่ Gen Z ซึ่งเกิดระหว่างปี 1997–2012 (อายุ 14 -29 ปี) กำลังเปลี่ยนจากการซื้อเครื่องประดับทองคำตามรูปแบบของคนรุ่นพ่อแม่ มาเป็นการซื้อทองคำเพื่อการลงทุนและการออม โดยในปีนี้เทรนด์ “gold beans” หรือ การซื้อเม็ดทองคำและทองคำแท่งขนาดเล็ก 1–2 กรัมทุกเดือนมาแรงมาก ซึ่งตอบโจทย์แนวคิด “เริ่มจากเงินไม่มาก แต่สะสมอย่างสม่ำเสมอ”

สอดคล้องกับข้อมูลล่าสุดจากสมาคมทองคำแห่งประเทศจีนระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ยอดขายผลิตภัณฑ์ทองคำขนาดเล็กน้ำหนัก 1–5 กรัม เพิ่มขึ้นถึง 180% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยผู้ที่เกิดในช่วงทศวรรษ 1990 และ 2000 มีสัดส่วนมากกว่า 60% ของผู้ซื้อทั้งหมด

2. IFA Magazine (สื่อการเงินอังกฤษ) รายงานอ้างอิงข้อมูลจาก BullionVault พบว่า ในปี 2569 นักลงทุนอายุ16–27 ปีมีสัดส่วน 15.4% ของผู้ใช้ใหม่ทั่วโลก หรือเกือบ 1 ใน 6 เพิ่มขึ้นจาก 12.6% ในปี 2568 และเพียง 8.9% ในปี 2549 สะท้อนว่าฐานนักลงทุนทองคำหน้าใหม่ทั่วโลกมีอายุน้อยลงอย่างต่อเนื่อง

3. ในอินเดีย ผลสำรวจ Smytten PulseAI จากผู้บริโภค 5,000 คนอายุ 18-39 ปี พบว่า 61.9% จะเลือกทองคำ ถ้ามีเงินราว 25,000 รูปีให้ลงทุน สูงกว่ากองทุนรวม (16.6%) เงินฝากประจำ (13%) หุ้น (6.6%) และคริปโต (1.9%) อย่างมาก

4. สิงคโปร์ กลุ่มอายุ 18-35 ปี กลายเป็นเซกเมนต์ผู้ซื้อทองที่โตเร็วที่สุดในปี 2566 ผ่านแอปทองดิจิทัล การซื้อทองแท่งขนาดเล็ก 1 กรัม และ ETF บนมือถือ

จากสถานการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าผู้ให้บริการทั่วโลกกำลังเชื่อม “ทองคำที่จับต้องได้” เข้ากับ “ความสะดวกของแพลตฟอร์มดิจิทัล”

“ดังนั้นทองคำไม่ใช่เรื่องของคนมีเงินก้อนอีกต่อไป แต่เข้าถึงได้ทุกคน คนรุ่นใหม่เริ่มเร็วขึ้น ใช้เงินน้อย ทยอยสะสมแบบ DCA และเป็นกลุ่ม Mobile-first ที่ต้องการความง่าย และ YLG ก็ตั้งใจทำให้ทองคำเข้าถึงง่ายและลงทุนได้อย่างมีแผน เพื่อเป็นรากฐานความมั่งคั่งของคนรุ่นใหม่ต่อไป” นางสาวฐิภา

อย่างไรก็ดีเพื่อเป็นการเข้าถึงนักลงทุนรุ่นใหม่และนักลงทุนมือใหม่ที่ต้องการลงทุน YLG มีบริการเริ่มต้นได้ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน YLG Get Gold สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในทองคำโดยใช้เงินลงทุนเพียง 100 บาท ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี เนื่องจากตอบโจทย์การลงทุนของคนรุ่นใหม่ที่สามารถซื้อ-ขายทองคำ Gold Spot แบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง

อีกทั้งยังเข้าถึงง่ายด้วยสมาร์ตโฟน และมีความน่าเชื่อถือ ด้านความปลอดภัย สามารถทำกำไรได้จริง โดยผู้สมัครสามารถยืนยันตัวตนพร้อมยื่นเอกสารผ่านแอปพลิเคชัน รู้ผลอนุมัติได้ภายในวันเดียว และสามารถทำการซื้อ-ขาย ทองคำได้ทันที เปิดให้ลงทุนเริ่มที่ 100 บาท ไปจนถึง 80 กิโลกรัมต่อ 1 วัน

ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้ที่ App Store และ Play Store หรือ LINE : @ylggetgold โทร. 0-2678-9888 #2

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน