ส.อ.ท.เผยยอดขายรถยนต์โต 15.39% รับกระแสอีวีพุ่ง 1.25 แสนคัน หวั่นผลิตไม่ทัน-ชี้นำเข้ากว่า 62.58% ห่วงรถกระบะทรุด หลังสินเชื่อเข้ม จี้รัฐรื้อโครงสร้างภาษี

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การผลิตรถยนต์ 7 เดือนแรกปีนี้อยู่ที่ 834,595 คัน ลดลงเล็กน้อย 0.09%

ขณะที่ยอดขายสะสมอยู่ที่ 406,162 คัน เพิ่มขึ้น 15.39% สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของตลาดจากรถยนต์สันดาปไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าอย่างชัดเจน

โดยสิ่งที่น่ากังวลคือยอดขายรถยนต์นั่งแบบแบตเตอรี่ (BEV) ช่วง 7 เดือนแรกอยู่ที่ 125,411 คัน เพิ่มขึ้นถึง 97.39% แต่ผลิตในประเทศเพียง 46,924 คัน หรือ 37.42% ของยอดขาย ขณะที่ 62.58% เป็นรถนำเข้า

ทั้งนี้ ตลาดรถกระบะยังอยู่ในภาวะน่าห่วง เห็นได้จากยอดขายรถกระบะ 1 ตันเดือน ก.ค. อยู่ที่ 5,084 คัน ลดลง 16.22% ส่วนยอดขายสะสม 7 เดือนอยู่ที่ 37,369 คัน ลดลง 17.38% จากปีก่อน

สาเหตุสำคัญมาจากสถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ จากเศรษฐกิจในประเทศที่เติบโตในอัตราต่ำมาตลอดหลายไตรมาส โดยจีดีพีไตรมาส 2 ปีนี้โตเพียง 1.9%

“ที่น่ากังวลใจมากคือ ยอดขายรถกระบะที่ยังคงขายลดลงเหลือเพียงหนึ่งหมื่นกว่าคัน จากที่เคยขายเดือนสามหมื่นกว่าคัน ลดลงถึงกว่า 60% เพราะความเข้มงวดของสถาบันการเงิน ซึ่งรถกระบะเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์หลักของไทย และมีการใช้ชิ้นส่วนในประเทศสูงถึง 90% การหดตัวของตลาดจึงกระทบเป็นวงกว้างถึงผู้ผลิตชิ้นส่วนและซัพพลายเชน ทำให้บางรายต้องปิดกิจการหรือย้ายฐานการลงทุน”

นายสุรพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ดังนั้น จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาโครงสร้างภาษีให้เกิดความเป็นธรรมระหว่างรถยนต์นำเข้ากับรถยนต์ที่ผลิตในประเทศ ที่มีการใช้แรงงานและชิ้นส่วนไทย ทำให้เศรษฐกิจในประเทศเติบโตกลับต้องเสียเปรียบรถยนต์ไฟฟ้านำเข้า

ด้านการส่งออก เดือน ก.ค. ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 74,169 คัน เพิ่มขึ้น 2.39% โดยตลาดออสเตรเลียและโอเชียเนียยังเป็นตลาดใหญ่สุด สัดส่วน 30.25% เพิ่มขึ้น 29.16%

รองลงมาคือเอเชีย 28.92% เพิ่มขึ้น 14.79% ขณะที่ตะวันออกกลางลดลง 33.56% เหลือสัดส่วน 14.56% จากปัญหาความปลอดภัยในการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

สำหรับ 7 เดือนแรก ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 495,313 คัน ลดลง 6.86% มูลค่าส่งออกรถยนต์ เครื่องยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รวม 485,011 ล้านบาท ลดลง 5.53% ส่วนรถจักรยานยนต์ส่งออก 531,707 คัน เพิ่มขึ้น 4.78%

ด้านการจดทะเบียนใหม่ยังสะท้อนกระแสอีวีแรงต่อเนื่อง เห็ยได้จากเดือน ก.ค. มี รถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) จดทะเบียนใหม่ 24,171 คัน เพิ่มขึ้น 99.36%

ขณะที่ 7 เดือนแรกสะสม 144,181 คัน เพิ่มขึ้น 77.75% ส่งผลให้ยอด BEV จดทะเบียนสะสมทั่วประเทศ ณ สิ้นเดือน ก.ค. อยู่ที่ 515,357 คัน เพิ่มขึ้น 67.64%

ส่วนรถยนต์ไฟฟ้าแบบไฮบริด (HEV) จดทะเบียนสะสม 706,284 คัน เพิ่มขึ้น 27.84% และ รถยนต์ไฟฟ้าแบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) สะสม 93,324 คัน เพิ่มขึ้น 23.29%

สะท้อนว่าตลาดรถยนต์ไทยกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว ขณะที่ภาคการผลิตในประเทศยังต้องเร่งปรับตัวให้ทันกับโครงสร้างตลาดที่เปลี่ยนไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน