คปภ.ขีดเส้น “อินฟลูฯ รีวิวประกันได้ แต่ห้ามเผลอขาย” เปิดทางให้ความรู้-แชร์ประสบการณ์ แต่ชักชวนปิดการขายต้องมีใบอนุญาต ห้ามปั่นความกลัวเร่งคนซื้อประกัน
นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่าได้ออกแนวปฏิบัติใหม่ “อะไรทำได้–อะไรต้องมีใบอนุญาต” สำหรับอินฟลูเอนเซอร์ บล็อกเกอร์ และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่เผยแพร่เนื้อหาเกี่ยวกับประกันภัยผ่านสื่อดิจิทัล
ทั้งนี้เนื่องจากพบการทำคอนเทนต์บางรูปแบบอาจล้ำเส้นจากการให้ข้อมูลไปสู่การชักชวนหรือเสนอขายประกัน เพื่อให้ทั้งผู้ทำคอนเทนต์และประชาชนเข้าใจกติกาชัดเจน พร้อมป้องกันข้อมูลเกินจริงหรือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด
สื่อออนไลน์กลายเป็นช่องทางหลักที่ประชาชนใช้ค้นหาข้อมูลประกันภัย และอินฟลูเอนเซอร์มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค จึงต้องการเปิดพื้นที่ให้สามารถสื่อสารเรื่องประกันภัยได้ แต่ต้องอยู่บนหลัก ถูกต้อง โปร่งใส และไม่ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด
สิ่งที่ “ทำได้” โดยไม่ต้องมีใบอนุญาต คือการให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกันภัย อธิบายศัพท์ หลักการ และประโยชน์ของการประกันภัย นำเสนอข่าว สถิติ หรือข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ รวมถึงอธิบายสิทธิและหน้าที่ของผู้เอาประกันภัย และนำเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเงื่อนไขกรมธรรม์ โดยไม่ตีความหรือชี้นำว่าผลิตภัณฑ์ใดดีกว่า หรือเหมาะกับใคร
แม้แต่การ แชร์ประสบการณ์ส่วนตัวจากกรมธรรม์ที่ตัวเองซื้อ ก็สามารถทำได้ แต่ต้องระบุให้ชัดว่าเป็นประสบการณ์เฉพาะบุคคล ไม่ใช่คำแนะนำให้ผู้อื่นตัดสินใจซื้อ
แต่หากเนื้อหาเปลี่ยนจาก “รีวิว” เป็น ชักชวน ชี้ช่อง แนะนำ หรือจัดการให้คนทำสัญญาประกันภัยกับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง รวมถึงการวิเคราะห์หรือเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ เพื่อบอกว่าความคุ้มครอง ทุนประกัน หรือเบี้ยแบบใดเหมาะกับบุคคลใดโดยเฉพาะ และได้รับค่าตอบแทนที่ผูกกับจำนวนกรมธรรม์หรือเบี้ยประกันภัย ลักษณะดังกล่าวเข้าข่ายการเสนอขายที่ต้องมีใบอนุญาตตัวแทนหรือนายหน้าประกันภัย
ส่วนกรณี อินฟลูเอนเซอร์รับจ้างบริษัทประกันทำโฆษณา ก็ทำได้ แต่ต้องมีข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร และบริษัทประกันภัยต้องอนุมัติเนื้อหาก่อนเผยแพร่ทุกครั้ง ค่าจ้างต้องไม่ผูกกับจำนวนกรมธรรม์หรือยอดเบี้ย พร้อมเปิดเผยอย่างชัดเจนว่าเป็นคอนเทนต์โฆษณาหรือได้รับการสนับสนุน ระบุชื่อผู้ว่าจ้าง และแจ้งสถานะว่ามีหรือไม่มีใบอนุญาตตัวแทนหรือนายหน้า
“ดังนั้นขอเตือนให้ผู้ทำคอนเทนต์ระวังการใช้ ความกลัวหรือความวิตกกังวลมาปั่นให้คนซื้อประกัน การเร่งรัดให้ตัดสินใจ การอ้างสิทธิประโยชน์หรือผลตอบแทนเกินจริง รวมถึงการสร้างยอดไลก์หรือยอดมีส่วนร่วมปลอม และต้องติดตามคอมเมนต์หลังเผยแพร่ หากพบข้อมูลผิด ลิงก์หลอกลวง หรือเนื้อหาที่อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิด ต้องรีบแก้ไขหรือนำออก”
อีกจุดที่เน้นเป็นพิเศษคือ “ประกันต่างประเทศ” หลังพบการใช้ Facebook, Instagram และ TikTok โฆษณา แนะนำ และส่งลิงก์ให้คนไทยสมัครประกันกับบริษัทต่างประเทศที่ไม่ได้รับใบอนุญาตในไทย ซึ่งอาจทำให้ผู้ซื้อไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายไทย และเสี่ยงมีปัญหาในการเรียกร้องค่าสินไหม รวมถึงอาจถูกหลอกลวงจนไม่ได้รับเงินชดเชย
แนวปฏิบัติฉบับนี้มีผลเพื่อสร้าง “เส้นแบ่ง” ให้ชัดเจนระหว่าง การให้ความรู้กับการขายประกัน โดยผู้เผยแพร่ควรตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ นำเสนอทั้งประโยชน์ ข้อจำกัด เงื่อนไข และข้อยกเว้น และแนะนำให้ประชาชนอ่านกรมธรรม์อย่างละเอียดหรือปรึกษาตัวแทนและนายหน้าที่ได้รับใบอนุญาตก่อนตัดสินใจ
ผู้ที่ต้องการสอบถามรายละเอียดสามารถติดต่อสายด่วน คปภ. 1186