วู้ดดี้ เวิลด์ เดินเกมรุกครั้งใหญ่ ปรับโครงสร้างธุรกิจจากบริษัท Media & Content สู่การสร้าง Well-being Ecosystem ภายใต้ “MINISTRY OF LIFE: Connecting every dot of life.” หวังเชื่อม Content, Community, Experience และ Commerce เข้าด้วยกันตลอดเส้นทางของผู้บริโภค พร้อมขยายพอร์ตธุรกิจคอนเทนต์และอีเวนต์ สร้างช่องทางรายได้ใหม่ รับการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคและโอกาสจากตลาดสุขภาวะ มองยาวรายได้ปี 2570 แตะ 200 ล้านบาท โตจากปี 2569 ที่คาดว่าทะลุ 150 ล้านบาท

ทรานส์ฟอร์มจากสื่อ สู่ Well-being Ecosystem

นายวุฒิกร มิลินทจินดา หรือวู้ดดี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วู้ดดี้ เวิลด์ จำกัด เปิดเผยว่าบริษัทได้ประกาศทิศทางธุรกิจครั้งสำคัญในงาน WOODY WORLD OPEN HOUSE 2027 หลังจากสั่งสมประสบการณ์ในธุรกิจมานานกว่า 20 ปี โดยเตรียมขยับจากธุรกิจที่มีจุดแข็งด้าน Media & Content ไปสู่ Well-being Ecosystem ภายใต้แนวคิด “MINISTRY OF LIFE” หรือ “กระทรวงชีวิต” ซึ่งบริษัทต้องการให้เป็นมากกว่าแบรนด์ แต่เป็นทิศทางธุรกิจสำหรับเชื่อมธุรกิจและแพลตฟอร์มต่างๆ เข้าด้วยกัน

ทั้งนี้หัวใจของโมเดลใหม่คือการเปลี่ยน “Content เป็น Community” และเปลี่ยน Community ให้เป็นพลังที่ช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนอย่างยั่งยืน โดยเชื่อมโยงผู้บริโภคกับคอนเทนต์ ผู้เชี่ยวชาญ นักสื่อสาร กิจกรรม และประสบการณ์ในหลากหลายมิติ ตั้งแต่การสร้างการรับรู้ไปจนถึงการมีส่วนร่วมและการต่อยอดเชิงพาณิชย์

“ทิศทางดังกล่าวเกิดจากการมองว่าตลาดสุขภาวะไม่ได้เป็นเพียงกระแสระยะสั้นๆ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของพฤติกรรมผู้บริโภค ทั้งจากการเข้าสู่สังคมสูงวัย ภาวะโรคเรื้อรัง และความสนใจในการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ทำให้คำว่า Well-being ขยายจากเรื่องการรักษาไปครอบคลุมการกิน การนอน การออกกำลังกาย สุขภาพจิต การใช้ชีวิต และประสบการณ์ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต”

นายวุฒิกร กล่าวและว่าบริษัทจึงนำจุดแข็งด้าน Content, Community, Experts และ Experience มาต่อยอดเป็นระบบนิเวศใหม่ โดยมีแพลตฟอร์ม WOODY WORLD, LifeDot และ alive dot เป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างดังกล่าว

6 เสาหลัก ขยายฐานผู้ชมสู่ Community

ภายใต้ Ministry of Life บริษัทวางโครงสร้างเนื้อหาและธุรกิจผ่าน 6 เสาหลักของชีวิต ได้แก่ สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี – Wellness and Well-being, ความสัมพันธ์ ครอบครัว และสัตว์เลี้ยง – Relationship Family and Pets,งานและอาชีพ – Work and Career, ความมั่งคั่งและช่วงชีวิตแห่งความมั่งคั่ง – Wealth and Wealth Span, ทัศนคติและสุขภาวะทางอารมณ์ – Mindset and Emotional Well-being และ เป้าหมายและความหมายของชีวิต Purpose and Meaning

แนวทางดังกล่าวทำให้บริษัทไม่ได้จำกัดคอนเทนต์อยู่เฉพาะรายการของ “วู้ดดี้” แต่เปิดพื้นที่ให้ “Talk Influencers” หรือผู้สื่อสารที่สามารถสร้างอิทธิพลทางความคิด เข้ามาร่วมผลิตคอนเทนต์และนำผู้ชมไปสู่ Community และ Event ในแต่ละกลุ่ม

ท้้งนี้ในปี 2569 บริษัทจึงเดินหน้าขยายพอร์ตคอนเทนต์ให้ครอบคลุมไลฟ์สไตล์และ Well-being มากขึ้น ทั้ง Kim’s Mirror, MY DADDY James, THE LAZY GENIUS และ WandOland รวมถึงรายการในเครือเดิม โดยวางเป้าหมายให้คอนเทนต์ไม่จบเพียงการรับชม แต่สามารถต่อยอดเป็น Community และกิจกรรมในโลกจริง

สำหรับภาพธุรกิจในปี 2570 บริษัทวางกรอบเบื้องต้นที่ 16 รายการ 16 Community และ 16 Event โดยแต่ละรายการยังสามารถต่อยอดเป็น Micro Events ตามความสนใจเฉพาะด้านได้อีก
Event ดึงคนจากหน้าจอสู่ประสบการณ์จริง

โดยการขยายสู่ Event & Experience ถือเป็นอีกหนึ่งฐานสำคัญของโมเดลธุรกิจใหม่ โดย วู้ดดี้ เวิลด์ มีประสบการณ์จากการจัดงาน Life Expo รวมถึงการทำ Micro Events หรือกิจกรรมกลุ่มย่อย และการร่วมผลิตงานกับทีม S2O เทศกาลดนตรีใหญ่ๆ ซึ่งทำให้บริษัทเห็นศักยภาพของการนำผู้ชมจากหน้าจอมาสู่การมีส่วนร่วมในประสบการณ์จริง

“ที่ผ่านมา บริษัทยังได้ทดลองสร้าง Alive Wellness Community เพื่อทดสอบรูปแบบการเปลี่ยนผู้ติดตามรายการให้กลายเป็น Community ขนาดเล็ก และนำไปสู่กิจกรรมที่มี Engagement สูงขึ้น โดยประสบการณ์ดังกล่าวกลายเป็นหนึ่งในฐานความรู้สำหรับการออกแบบโมเดล Ministry of Life”

นายวุฒิกร กล่าวและว่าจากนี้ Event จึงไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงกิจกรรมเสริมธุรกิจ Media & Content แต่เป็นกลไกในการเชื่อมผู้ชม ผู้เชี่ยวชาญ แบรนด์ และ Community เข้าด้วยกัน และเปิดโอกาสให้เกิดรายได้จาก Experience และ Partnership เพิ่มขึ้น

ตั้งเป้าปี 70 โต 20% แตะ 200 ล้าน

ด้านผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทมีรายได้ 139 ล้านบาท โดย 52% มาจากธุรกิจ Content & Media ส่วนที่เหลือมาจาก Event และ Business Partnership ขณะที่กำไรปรับตัวลดลงจากการลงทุนในโครงการใหม่ ทั้ง LifeDot, alive dot และ Life Expo เพื่อวางฐานธุรกิจด้าน Well-being ในระยะยาว

สำหรับปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมเติบโต 10% จากปีก่อน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่มีความท้าทาย โดยยังรักษาธุรกิจ Content & Media เป็นฐานหลัก ขณะเดียวกันเร่งเพิ่มสัดส่วนรายได้จาก Event, Partnership และธุรกิจใหม่ที่ต่อยอดจากคอนเทนต์และ Community พร้อมวางเป้าหมายปี 2570 รายได้จะแตะ 200 ล้านบาท หรือเติบโต 20%

ทั้งนี้ในโครงสร้างธุรกิจใหม่ บริษัทวาง 3 แกนหลัก ได้แก่ Content & Media, Event & Experience และ Well-being Community & Commerce โดยคาดหวังให้แต่ละส่วนทำงานเชื่อมโยงกันตั้งแต่การสร้างผู้ชม ไปจนถึง Community และโอกาสทางธุรกิจ

แตกพอร์ตลุย BLGL เสริมธุรกิจคอนเทนต์

นอกจากการสร้าง Ministry of Life แล้ว บริษัทยังเดินหน้าขยายพอร์ตธุรกิจด้วยการสร้างบริษัทและแบรนด์คอนเทนต์ใหม่ เพื่อกระจายโอกาสทางธุรกิจออกจากรายการหลักของบริษัท

หนึ่งในนั้นคือการจัดตั้งบริษัทจากการร่วมมือของ 4 คน รวมถึง “เฮียวิทย์- วิทย์ สิทธิเวคิน, ซีเค เจิง และ หนุ่ย-พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์” หลังจากทดลองทำรายการร่วมกันและได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ชมและแบรนด์ จึงพัฒนาไปสู่การจัดตั้งบริษัทอย่างเป็นทางการ โดยมีแนวทางเช่นเดียวกับโมเดลหลัก คือการต่อยอดจาก Content ไปสู่ Community และสร้างโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว

ขณะเดียวกัน บริษัทเตรียมเปิดธุรกิจผลิตคอนเทนต์ ซีรีส์วาย (BL/GL) ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งการขยายพอร์ตไปสู่ธุรกิจคอนเทนต์และศิลปิน โดยเตรียมเปิดตัวศิลปิน 6 คน ในวันที่ 9 ก.ย.นี้ ที่สยามพารากอน สะท้อนการขยายขอบเขตธุรกิจจากรายการและสื่อเดิมไปสู่การสร้างคอนเทนต์และทรัพย์สินทางคอนเทนต์รูปแบบใหม่

“การแตกพอร์ตดังกล่าวทำให้ วู้ดดี้เวิลด์ สามารถมีธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งรายการ คอนเทนต์ ศิลปิน Community Event และบริการสำหรับแบรนด์ โดยยังคงใช้จุดแข็งด้านการสร้างคอนเทนต์และการเชื่อมผู้ชมเป็นแกนกลาง”นายวุฒิกร กล่าว

เปิด Collab ใช้ AI ขยายบริการแบรนด์

อีกธุรกิจที่บริษัทให้ความสำคัญคือ “Ministry of Life Collab” บริการ Co-create Content และ Community ร่วมกับแบรนด์และพันธมิตร จากเดิมที่ลูกค้าอาจซื้อบริการเป็นรายชิ้น ไม่ว่าจะเป็นการผลิตรายการ การหา Influencer หรือการจัด Event บริษัทต้องการขยับไปสู่การรับโจทย์ตั้งแต่ต้นทางและออกแบบโซลูชันจนถึงปลายทาง

“โมเดลใหม่นี้ครอบคลุมตั้งแต่ Market Research, Brand และ Competitor Analysis, Strategic Planning ไปจนถึงการเลือก Talk Influencer การสร้าง Original Content การขยายคอนเทนต์ไปยังช่องทางต่างๆ และการพัฒนา Community และ Event โดยบริษัทมองว่าประสบการณ์ที่สั่งสมมาจะช่วยให้สามารถออกแบบงานแบบ Tailor-made ให้กับแต่ละแบรนด์ได้”

นายวุฒิกร กล่าวและว่า AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในโมเดลนี้ ทั้งการวิจัยตลาด การวิเคราะห์คู่แข่ง การวางกลยุทธ์ รวมถึงการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ชม โดยบริษัทระบุว่าการนำ AI มาใช้ช่วยลดระยะเวลาการผลิตคอนเทนต์จากเดิมที่ใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือเป็นเดือน ให้สามารถทำงานได้รวดเร็วขึ้น เพื่อให้ทีมมีเวลาสร้างงานและพัฒนาธุรกิจมากขึ้น

วางโครงสร้างความเป็นมืออาชีพรับการเติบโต

อีกโจทย์สำคัญของวู้ดดี้ เวิลด์ คือการปรับโครงสร้างองค์กรจากบริษัทที่มีลักษณะการบริหารแบบครอบครัวไปสู่บริษัทที่มีระบบความเป็นมืออาชีพมากขึ้น โดยในช่วง 1-2 ปีจากนี้จะเน้นการวางระบบบัญชี การบริหารจัดการ และโครงสร้างธุรกิจให้มีความชัดเจน เพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน