กลุ่มธนาคารโลก แนะไทยเติมความเข้มแข็งเมืองรอง สร้างให้เป็นเมืองแห่งอนาคต เสริมองค์ความรู้ เทคโนโลยี-นวัตกรรม-ทักษะพื้นฐาน เร่งเติบโต
รายงานฉบับใหม่ของกลุ่มธนาคารโลกที่เปิดตัววันนี้ในงาน Bangkok Business Summit 2026 ระบุว่า ประเทศไทยมีโอกาสเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจรายได้สูงที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ผ่านการเร่งการขยายตัวของผลิตภาพ ด้วยการยกระดับศักยภาพและการสร้างพลวัตในภาคธุรกิจ แรงงาน และระดับท้องถิ่น
รายงาน Building Thailand’s Future Today นำเสนอวิสัยทัศน์และแผนที่นำทางการพัฒนา เพื่อช่วยให้ประเทศไทยก้าวสู่กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูงขึ้น และสร้างงานที่มากขึ้นและมีคุณภาพดีขึ้น รายงานฉบับนี้เปิดตัวในช่วงที่ผู้นำภาครัฐและภาคธุรกิจกำลังเดินหน้าหารือถึงการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไปก่อนการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลกที่จะจัดขึ้น ณ กรุงเทพมหานคร ในเดือนตุลาคมนี้
รายงานระบุว่า การเติบโตในระยะต่อไปจำเป็นต้องอาศัยการขยายตัวของผลิตภาพที่เข้มแข็งขึ้น โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการปรับใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม ทักษะแรงงาน การเพิ่มมูลค่าในประเทศ ภาคธุรกิจที่แข่งขันได้มากขึ้น และเมืองที่มีผลิตภาพสูง เมื่อดำเนินการปฏิรูปเหล่านี้ร่วมกัน จะช่วยให้ไทยเข้าสู่เส้นทางการขยายตัวของรายได้ต่อหัว (GDP per capita) ที่ร้อยละ 5.4 ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราที่จำเป็นต่อการก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2580
“ประเทศไทยเคยสร้างการเติบโตที่พลิกโฉมประเทศมาก่อนหน้านี้ โดยใช้ระยะเวลาเพียงหนึ่งชั่วอายุคน และไทยสามารถทำได้อีกครั้ง” นายสตีเฟน เอ็น. เอ็นเดกวา (Stephen N. Ndegwa) ผู้อำนวยการของธนาคารโลกประจำประเทศไทยและเมียนมากล่าว “กลุ่มธนาคารโลกพร้อมทำงานร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีการพัฒนาอื่น ๆ เพื่อนำองค์ความรู้ระดับโลก เงินทุน และประสบการณ์ด้านการดำเนินงานมาสนับสนุนการปฏิรูปที่จะยกระดับผลิตภาพ เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างงานที่มีคุณภาพยิ่งขึ้น”
มองไปข้างหน้า รายงานฉบับนี้เสนอกรอบวาระการปฏิรูปบนพื้นฐานของสองเสาหลักซึ่งเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ได้แก่ การยกระดับศักยภาพ (upgrading) และการสร้างพลวัต (dynamism)
การยกระดับศักยภาพต้องอาศัยการก้าวเข้าสู่กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูงขึ้น ด้วยการเร่งปรับใช้เทคโนโลยี ส่งเสริมนวัตกรรม พัฒนาทักษะแรงงาน เพิ่มมูลค่าในประเทศ และขยายผลกระทบเชิงบวกจากการลงทุน (spillovers) รายงานระบุ 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ที่ไทยมีความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบและมีศักยภาพสูงในการสร้างงานที่ดีขึ้น ได้แก่ การผลิตขั้นสูง การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและเชิงสุขภาพ บริการดิจิทัล ธุรกิจเกษตรและอาหาร และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
“เป้าหมายการเป็นประเทศรายได้สูงของไทยอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม แต่การจะไปให้ถึงต้องอาศัยการเติบโตรูปแบบใหม่ที่มีมูลค่าสูงขึ้น” นาย คาร์ลอส เฟลิเป้ คารามิลโย (Carlos Felipe Jaramillo) รองประธานภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกของธนาคารโลก กล่าว “ประเทศไทยสามารถต่อยอดจากจุดแข็งที่มีอยู่ ด้วยการเปิดทางให้ธุรกิจจำนวนมากขึ้นขยายกิจการและแข่งขันได้ การลงทุนในทักษะแรงงานและนวัตกรรม และการทำให้ผลของความมั่งคั่งกระจายไปถึงประชาชนและชุมชนทั่วประเทศ”
การสร้างพลวัตที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นในระดับภาคธุรกิจ แรงงาน และเมือง จะเป็นหัวใจสำคัญของการบรรลุวิสัยทัศน์ดังกล่าว การสร้างภาคธุรกิจแห่งอนาคตของไทยต้องเปิดโอกาสให้ธุรกิจจำนวนมากขึ้นเข้าสู่ตลาด ขยายกิจการ และแข่งขันได้ ซึ่งต้องอาศัยการแข่งขันที่เข้มแข็งขึ้น การถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้จากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่ลึกขึ้น การเชื่อมโยงทางการค้าที่ลึกขึ้น การเพิ่มการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการส่งเสริมนวัตกรรมในวงกว้าง เพื่อให้สตาร์ทอัพและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เติบโตและสร้างการจ้างงานในระบบได้มากขึ้น
การสร้างกำลังแรงงานแห่งอนาคตของไทยมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เนื่องจากความสามารถในการแข่งขันกำลังเปลี่ยนจากการพึ่งพาค่าจ้างต่ำ ไปสู่ทักษะ องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมากขึ้นเป็นลำดับ การเสริมสร้างทักษะพื้นฐาน ทักษะอาชีวศึกษา และทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (STEM) การขยายโอกาสการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเพิ่มพูนความคล่องตัวทางสังคม และการเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการจ้างงานที่มีประสิทธิภาพได้ยาวนานขึ้น จะช่วยยกระดับผลิตภาพและเปิดเส้นทางไปสู่งานที่ดีขึ้น
รายงานยังเสนอแนะให้มีการสร้างเมืองแห่งอนาคตของประเทศไทย เพื่อสร้างงานที่ดีในพื้นที่ที่หลากหลายขึ้น ด้วยการเสริมความเข้มแข็งให้เมืองรอง เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตควบคู่ไปกับการพัฒนากรุงเทพมหานคร ให้มีประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจสูงขึ้น เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมมากยขึ้น
กรุงเทพฯ อยู๋ในช่วงเตรียมต้อนรับผู้นำเศรษฐกิจและการพัฒนาจากทั่วโลกในการประชุมประจำปีฯ งาน Bangkok Business Summit 2026 ถือเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงความมุ่งมั่นในการปฏิรูปของประเทศไทยเข้ากับองค์ความรู้ระดับสากล การลงทุน และความร่วมมือจากนานาชาติ เพื่อช่วยแปลงข้อเสนอแนะของรายงานให้กลายเป็นการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม