แสนสิริ ตั้ง “แสนสิริ แคปิตอล” เตรียมปิดดีลถือครอง 100% “The Lake Como EDITION” Trophy Asset ในอิตาลี มูลค่าสินทรัพย์กว่า 200 ล้านยูโร
นายณภัทร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการระหว่างประเทศ (President of International Operations) บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และ Managing Director กองทุนแสนสิริ แคปิตอล เปิดเผยว่า “การเข้าถือครอง The Lake Como EDITION ถือเป็นก้าวสำคัญของแสนสิริในการขับเคลื่อน New S-Curve
เพื่อสร้างความยืดหยุ่นทางการเงิน และกระจายความเสี่ยง ในพอร์ต Global Luxury Hospitality ธุรกิจการบริการและโรงแรมลักชัวรีระดับโลก โดยมุ่งเน้นสินทรัพย์ระดับ Ultra-Luxury Trophy Asset ใน Gateway Cities และ Global Leisure Destinations ที่มีดีมานด์ความต้องการสูงแต่มีซัพพลายจำกัด ซึ่งเป็นกลยุทธ์การจัดสรรเงินลงทุน (Capital Allocation) ที่สร้างผลตอบแทนสูงสุดแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว
ตอกย้ำความเชี่ยวชาญการลงทุนระดับเวิลด์คลาส ขยาย Track Record ต่อยอดความสำเร็จที่พิสูจน์แล้วในตลาดระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น SoHo โรงแรมระดับลักชัวรีใจกลาง SoHo มหานครนิวยอร์ก ไปจนถึงการสร้างมูลค่าของแบรนด์ Standard International สู่การขายกิจการให้กับเครือ Hyatt Hotels Corporation ที่ผ่านมารวมมูลค่า 355 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ความเชี่ยวชาญเหล่านี้ถูกนำมาต่อยอดสู่การบริหารลงทุน The Lake Como EDITION ภายใต้ Sansiri Capital เพื่อกระจายแหล่งที่มาของรายได้ไปยังสกุลเงินหลักระดับสากล ทั้งนี้ แสนสิริยังคงเดินหน้ามองหาโอกาสการลงทุนเชิงรุกในสินทรัพย์ระดับ Luxury Trophy Asset ในเมืองท่องเที่ยวและ Key Gateway Cities ชั้นนำทั่วโลก เพื่อยกระดับสถานะของแสนสิริ สู่การเป็น Global Real Estate & Lifestyle Investment Platform อย่างเต็มรูปแบบ
แสนสิริ แคปิตอล กองทุนเชิงกลยุทธ์ระดับเวิลด์คลาสบริหารการลงทุนในรูปแบบ Private Equity เพิ่มศักยภาพการลงทุนในธุรกิจโรงแรมลักซ์ชัวรี Trophy Asset มุ่งสร้างผลตอบแทนในรูปแบบเงินปันผลและขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน
การลงนามในสัญญาซื้อขาย (Sale and Purchase Agreement: SPA) เพื่อเข้าถือครองกรรมสิทธิ์ 100% ใน The Lake Como EDITION โรงแรมระดับ อัลตร้าลักซ์ชัวรี 5 ดาว แลนด์มาร์กใหม่ริมทะเลสาบโคโม ในประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นสินทรัพย์ระดับ Ultra-Luxury Trophy Asset มูลค่าสินทรัพย์รวมกว่า 200 ล้านยูโร (หรือกว่า 8,000 ล้านบาท)
จากกลุ่ม ผู้ร่วมทุนชั้นนำระดับโลก Bain Capital และ Omnam Group โดยธุรกรรมดังกล่าวมีกำหนดการปิดดีลถือ ครองสินทรัพย์ 100% ภายในสิ้นเดือนกันยายน 2569 นี้ และพร้อมรับรู้รายได้เข้าสู่กองทุนทันที

การเข้าลงทุนในครั้งนี้นับเป็น Strategic Move ในการเข้าถือครอง Ultra-Luxury Trophy Asset บนทำเลไพร์มที่มีศักยภาพสูงและหายากในริมทะเลสาบโคโม ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของ Global Leisure Destination ระดับโลกที่มีข้อจำกัดด้านการพัฒนาพื้นที่ใหม่สูงมากบนที่ดินที่หาแทบไม่ได้อีกแล้ว ทำให้สินทรัพย์มีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
โดยดีลนี้ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าโดยมุ่งสร้าง Value Creation เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ปรับโฉมใหม่และเปิดดำเนินการเรียบร้อยแล้ว จึงปราศจากความเสี่ยงด้านการก่อสร้างและพัฒนา พร้อมสร้างกระแสเงินสดคุณภาพสูง สะท้อนจากผลการดำเนินงานในช่วง High Season (กรกฎาคม – สิงหาคม 2569) ที่ผ่านมา ซึ่งมีอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) สูงกว่า 70% และราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) สูงแตะระดับกว่า 1,500 ยูโรต่อคืน
The Lake Como EDITION โรงแรมระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรี 5 ดาว แลนด์มาร์กใหม่ริมทะเลสาบโคโม ในประเทศอิตาลี ตั้งอยู่ริมฝั่งคาเดนาบเบีย (Cadenabbia) ทำเลติดริมน้ำที่หาได้ยาก ตรงข้ามกับเบลลาจิโอ (Bellagio) โดยอยู่ห่างจากมิลานรวมถึงสนามบินนานาชาติมัลเปนซาเพียงหนึ่งชั่วโมง

เบื้องหลังความร่วมสมัยของโรงแรมแห่งนี้ คือ อาคารพาลาซโซจากศตวรรษที่ 19 ที่ได้รับการปรับโฉมครั้งใหม่ ถ่ายทอดมรดกทางสถาปัตยกรรมความหรูหราร่วมสมัยในแบบฉบับของแบรนด์ EDITION โรงแรม The Lake Como EDITION เปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ภายใต้ Marriott International พร้อมนิยามมิติใหม่ของการพักผ่อนร่วมสมัยให้แก่หนึ่งในจุดหมายปลายทางที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์และทรงไอคอนิกที่สุดของอิตาลี
The Lake Como EDITION นำเสนอห้องพักและห้องสวีทสุดเอ็กซ์คลูซีฟระดับ 5 ดาว กับห้องพักกว่า 300 และห้องพักขนาดใหญ่รวมถึงห้องสวีท 148 ห้องพัก พร้อมสปาและเวลเนสแห่งใหม่ เติมเต็มประสบการณ์การพักผ่อนระดับลักซ์ชัวรี ผ่านการรังสรรค์ประสบการณ์ที่ห้องอาหาร บาร์ และพื้นที่ไลฟ์สไตล์ที่ออกแบบอย่างพิถีพิถัน
โดยยังคงเสน่ห์เฉพาะตัวของ facilities ระดับไอคอกนิกริมน้ำไว้ อย่าง Floating Pool และบีชคลับ ให้แขกผู้มาเยือนได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศของทะเลสาบโคโมอย่างใกล้ชิด ภายใต้ทีมสร้างสรรค์ ระดับนานาชาติ นำโดย Marriott International ผู้บริหารโรงแรมภายใต้แบรนด์ EDITION, Neri&Hu สตูดิโอออกแบบระดับโลกผู้อยู่เบื้องหลังงานอินทีเรียร์
เชฟ Mauro Colagreco เชฟระดับมิชลินสตาร์ผู้อยู่เบื้องหลัง ของการรังสรรค์ประสบการณ์อาหารซิกเนเจอร์ และ The Longevity Suite โปรแกรมเวลเนสเพื่อการดูแลสุขภาพอย่างองค์รวม โครงการยังได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารเขียว LEED Gold ตอกย้ำแนวคิดการพัฒนาโรงแรมลักชัวรีที่ผสานดีไซน์ คุณภาพการบริการ และความยั่งยืนไว้ด้วยกันอย่างลงตัว