“สุริยะ” นั่งหัวโต๊ะบอร์ดนโยบายเกษตรฯ ไฟเขียวเปิดตลาดสินค้าเกษตรตามพันธกรณี WTO ทั้งเมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่ หอมหัวใหญ่ มันฝรั่ง และกระเทียม พร้อมเห็นชอบหลักการบริหารนำเข้ากาแฟ ย้ำทุกมติยึดประโยชน์เกษตรกรไทยเป็นหลัก ขณะที่ สศก. คาดผลผลิตภาคเกษตรปี 69 โต 1.1% เศรษฐกิจการเกษตรขยายตัว 0.5-1.5%
วันที่ 4 ก.ย. 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่ากรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ครั้งที่ 1/2569 โดยการหารือทุกหน่วยงานและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในครั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้ที่ประชุมร่วมพิจารณาและเสนอความเห็นในทุกประเด็นอย่างละเอียด สมเหตุสมผล และต้องคำนึงถึงประโยชน์แก่พี่น้องเกษตรกรเป็นสำคัญ
โดยสถานการณ์และแนวโน้มเศรษฐกิจการเกษตรปี 2569 จากข้อมูลโดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ล่าสุดผลผลิตภาคการเกษตรมีทิศทางเพิ่มขึ้น ซึ่งดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรปี 2569 คาดว่าอยู่ที่ 153.91 เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.1 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหมวดพืชมีดัชนีเพิ่มขึ้นร้อยละ 1 และหมวดปศุสัตว์มีดัชนีเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.7
สำหรับด้านเศรษฐกิจการเกษตรมีแนวโน้มขยายตัวในช่วงร้อยละ 0.5 – 1.5 โดยปัจจัยสนับสนุนหลายปัจจัย เช่น การบริหารจัดการน้ำ การเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ การควบคุมและเฝ้าระวังโรคระบาดในพืชและสัตว์ ตลอดจนการส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับสินค้าเกษตร เป็นต้น
ดังนั้นในโอกาสนี้ ที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบการเปิดตลาดสินค้าเกษตรตามพันธกรณีความตกลงองค์การการค้าโลก (WTO) ปี 2569-2571 สำหรับสินค้าเมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่ หอมหัวใหญ่ (แห้งเป็นผงและไม่เป็นผง) หัวพันธุ์มันฝรั่ง มันฝรั่งสดเพื่อแปรรูป รวมถึงการเปิดตลาดสินค้าเกษตรตามพันธกรณีความตกลงองค์การการค้าโลก (WTO) ปี 2570-2571 สำหรับสินค้ากระเทียม
พร้อมทั้งมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ เตรียมนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาเห็นชอบ และมอบหมายกระทรวงพาณิชย์ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
นายสุริยะ กล่าวต่อว่า สำหรับการเปิดตลาดกลุ่มสินค้าเมล็ดกาแฟ และผลิตภัณฑ์กาแฟ ภายใต้ความตกลงองค์การค้าโลก (WTO) ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการเงื่อนไขการบริหารการนำเข้าสินค้า และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนแนวทางการส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพภาคการผลิตในประเทศควบคู่ไปด้วย
นายสุริยะ กล่าวเพิ่มเติมว่า อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังคงติดตามและเฝ้าระวังปัจจัยด้านการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ รวมถึงความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่อาจส่งผลต่อภาคการผลิตสินค้าเกษตร เพื่อลดผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกรให้มากที่สุด