วัชระพล ลั่นไม่ยุบ อ.ต.ก.หวั่นเกษตรกรขาดกลไกรองรับผลผลิต-เร่งฟื้นขาดทุน

นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินงานขององค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ว่า จากการที่ อ.ต.ก. เป็น 1 ใน 8 รัฐวิสาหกิจที่อยู่ระหว่างทบทวนบทบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อน และพิจารณาทางเลือกทั้งการปรับบทบาท ควบรวมหรือยุบว่า เบื้องต้นยังไม่มีแนวคิดยุบ อ.ต.ก. เนื่องจากยังมีภารกิจโดยตรงในการช่วยเหลือเกษตรกร หากยุบอาจทำให้เกษตรกรเสียโอกาสจากกลไกที่ใช้รองรับและช่วยกระจายผลผลิต

ยอมรับว่า อ.ต.ก. มีปัญหาผลประกอบการและสภาพคล่องสะสมมาระยะหนึ่ง แต่การพิจารณาผลการดำเนินงานต้องดูควบคู่กับภารกิจในการช่วยเหลือเกษตรกร ขณะเดียวกัน อ.ต.ก. ยังใช้ศักยภาพของพื้นที่ไม่เต็มที่ โดยบางส่วนใช้ประโยชน์เพียงประมาณ 30-40% จึงต้องเร่งเพิ่มการใช้พื้นที่และทรัพย์สินให้เกิดรายได้มากขึ้น หากสามารถเพิ่มการใช้ประโยชน์ได้ถึงประมาณ 80% จะช่วยสร้างรายได้และลดภาระทางการเงินขององค์กรได้อีกทางหนึ่ง

พร้อมกันนี้ ต้องลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นและปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้ทันสมัยขึ้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษารูปแบบที่เหมาะสม รวมถึงพิจารณาว่าจุดแข็งเดิมของตลาด อ.ต.ก. ในฐานะตลาดสินค้าคุณภาพและสินค้าพรีเมียม ส่วนใดควรรักษาไว้ และส่วนใดควรปรับใหม่ เพื่อดึงศักยภาพขององค์กรกลับมาใช้ให้เต็มที่

นายวัชระพล กล่าวว่า สำหรับปัญหาสภาพคล่อง อ.ต.ก. ต้องเร่งหาทางออก แต่การกู้เงินเพิ่มในสถานการณ์ปัจจุบันทำได้ยาก เนื่องจากผลประกอบการที่ผ่านมาขาดทุนต่อเนื่อง จึงต้องปรับรูปแบบธุรกิจและสร้างรายได้ให้เห็นถึงศักยภาพในการฟื้นตัว พร้อมยืนยันว่า เกษตรกรและผู้ประกอบการที่เช่าพื้นที่จำหน่ายสินค้าไม่ต้องกังวลเรื่องการยุบ อ.ต.ก. โดยจะเร่งฟื้นองค์กรให้สามารถดำเนินภารกิจช่วยเหลือเกษตรกรต่อไปได้

นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานกรรมการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร กล่าวว่า อ.ต.ก. กำลังจัดทำแนวทางฟื้นฟู หลังเผชิญผลขาดทุน 1,033 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากโครงการพิเศษในอดีตที่ไม่ประสบความสำเร็จ ขณะเดียวกันยังมีปัญหาสภาพคล่อง ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ ทำให้บางรายชำระค่าเช่าล่าช้าหรือต้องเลิกกิจการ

สำหรับแผนระยะเร่งด่วนภายใน 3 เดือน อ.ต.ก. จะมุ่งเพิ่มรายได้จากการเป็นผู้แทนจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค โดยใช้ฐานการผลิตของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าเกษตรและช่วยลดค่าครองชีพให้ข้าราชการและประชาชน ส่วนแผนระยะยาวภายใน 1 ปี จะเร่งฟื้นธุรกิจที่เคยหยุดดำเนินการให้กลับมาสร้างรายได้ ทั้งธุรกิจคลังสินค้า โลจิสติกส์ และการเป็นนายหน้าการค้า หรือ Broker รวมถึงนำทรัพย์สินของ อ.ต.ก. ที่มีอยู่หลายแห่งทั่วประเทศมาใช้ประโยชน์และสร้างรายได้เพิ่ม เพื่อลดการพึ่งพารายได้จากค่าเช่าพื้นที่ตลาด อ.ต.ก. พหลโยธิน ซึ่งปัจจุบันมีรายรับประมาณ 12-15 ล้านบาทต่อเดือน

นายกฤษ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน จะเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภายในและควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น รวมทั้งมีแผนต่อสัญญาเช่าที่ดินกับการรถไฟแห่งประเทศไทย และพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์เพื่อสร้างความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนพิจารณาผ่อนคลายภาระค่าเช่าให้ผู้ประกอบการ โดยกำหนดเงื่อนไขสำหรับผู้เช่าที่มีประวัติการชำระค่าเช่าตามหลักเกณฑ์ของ อ.ต.ก.

นอกจากนี้ อ.ต.ก. ยังศึกษาแนวทางร่วมทุนหรือเข้าถือหุ้นในกิจการต่างๆ ตามอำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง เพื่อกระจายแหล่งรายได้ให้หลากหลายและสม่ำเสมอมากขึ้น โดยบอร์ดได้สื่อสารแนวทางเบื้องต้นกับพนักงาน สหภาพแรงงาน และผู้ประกอบการแล้ว และจะนำแนวทางทั้งหมดเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการ อ.ต.ก. วันที่ 15 กันยายน 2569 นี้ เพื่อกำหนดกรอบการฟื้นฟูและขับเคลื่อนองค์กรต่อไป

นายกฤษ กล่าวว่า ทั้งนี้ อ.ต.ก. เป็น 1 ใน 8 รัฐวิสาหกิจที่อยู่ในแผนทบทวนบทบาท โดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) หารือร่วมกับกระทรวงเจ้าสังกัด เพื่อศึกษาแนวทางที่เหมาะสมกับแต่ละองค์กร ทั้งการปรับบทบาท ควบรวม ยุบ หรือแนวทางอื่น เพื่อให้เกิดความคุ้มค่า เพิ่มประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อน และสอดคล้องกับภารกิจ ก่อนเสนอคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.)

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน