ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ฉลองครบรอบ 75 ปี ประกาศก้าวต่อไปธุรกิจประกันภัยรถยนต์ เปิดตัว Crash Detection ระบบตรวจจับอุบัติเหตุอัตโนมัติ เปลี่ยนบทบาทจากการรอรับมืออุบัติเหตุ สู่การดูแลเชิงรุกแบบเรียลไทม์
วันที่ 8 กันยายน 2569 นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรวมในระดับเลขสองหลัก ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา กลุ่มประกันภัยรถยนต์มีอัตราการเติบโตประมาณ 7% และกลุ่ม Non-Motor เติบโตสูง 15%
สะท้อนให้เห็นความสำเร็จในการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมีฐานลูกค้ากว่า 1 ล้านกรมธรรม์ และโอกาสครบรอบ 75 ปีนี้ ได้พัฒนา Crash Detection เป็นไปตามวิสัยทัศน์การพัฒนาประกันภัยยุคใหม่ที่ยกระดับบทบาทของประกันภัยจากการดูแลเมื่อเกิดความเสียหาย
ด้านนายเทพพันธ์ อัศวะธนกุล กรรมการรองกรรมการผู้อำนวยการ เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้ารุกตลาดประกันภัยรถยนต์ด้วยการเปิดตัวCrash Detection ระบบตรวจจับอุบัติเหตุอัตโนมัติที่ช่วยตรวจจับเหตุการณ์อุบัติเหตุขณะขับรถ และเชื่อมต่อการขอความช่วยเหลือได้แบบเรียลไทม์ เพื่อยกระดับการดูแลผู้ขับขี่ในช่วงเวลาสำคัญขณะเกิดอุบัติเหตุ
“Crash Detection เป็นระบบตรวจจับอุบัติเหตุอัตโนมัติ ที่เข้ามาช่วยในช่วงเวลาขณะที่เกิดอุบัติเหตุซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด เมื่อผู้ขับขี่อาจอยู่ในภาวะตกใจ ได้รับบาดเจ็บ หรือไม่สามารถโทรแจ้งเหตุและระบุตำแหน่งได้ด้วยตัวเอง
แนวคิดของ Crash Detection เป็นการพัฒนาให้ช่วยลดขั้นตอนในสถานการณ์ดังกล่าว โดยให้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยตั้งแต่การตรวจจับเหตุการณ์อุบัติเหตุ ไปจนถึงการส่งต่อข้อมูลเพื่อประสานความช่วยเหลือลูกค้าประกันภัยเชิงรุกแบบเรียลไทม์“
นายเทพพันธ์ กล่าวว่า ประกันภัยรถยนต์ บริษัทได้เดินหน้าพัฒนานวัตกรรมมาอย่างต่อเนื่อง โดยมี ประกันรถเปิดปิด เป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นสำคัญของการพัฒนาประกันภัยให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง ในช่วงกว่า 10 ปี ปัจจุบันมีลูกค้ากว่า 400,000 กรมธรรม์ ครอบคลุมการใช้งานทั่วทั้ง 77 จังหวัด เนื่องจากช่วยให้คนไทยเข้าถึงประกันภัยรถยนต์ได้มากขึ้น ด้วยแนวคิดจ่ายค่าเบี้ยตามที่ขับรถจริง สอดคล้องกับพฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละบุคคล และช่วยประหยัดค่าเบี้ยได้สูงสุดถึง 80%
ขณะเดียวกันบริษัทได้เดินหน้าพัฒนาประกันภัยรถยนต์ ให้ครอบคลุมตั้งแต่บริการดิจิทัล การตรวจสภาพรถ การนำ AI มาช่วยประเมินความเสียหาย การยกระดับมาตรฐานอู่ซ่อมผ่าน “Thaivivat Guarantee” การจัดตั้ง Quality Control Center เพื่อควบคุมคุณภาพอะไหล่ รวมถึงรถทดแทนระหว่างซ่อม ที่ลูกค้าสามารถเลือกรับรถได้ที่อู่พาร์ทเนอร์ จุดเดียวกันกับที่นำรถเข้าซ่อม เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างต่อเนื่องระหว่างรอรถซ่อม
นายเฉลิมพล สายประเสริฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ กล่าวว่า Crash Detection ออกแบบให้ใช้งานง่าย โดยไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม เพียงใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน Thaivivat ระบบจะใช้เซ็นเซอร์ในสมาร์ตโฟนร่วมกับอัลกอริทึม เพื่อตรวจจับแรงกระแทกและรูปแบบการเคลื่อนไหวที่อาจเกิดจากอุบัติเหตุ เมื่อระบบตรวจพบเหตุผิดปกติที่เข้าเงื่อนไข จะแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้งานเพื่อยืนยันสถานการณ์และขอความช่วยเหลือได้ทันที
เมื่อผู้ใช้งานกดขอความช่วยเหลือ ระบบจะส่งพิกัด GPS และข้อมูลที่จำเป็นไปยังศูนย์ปฏิบัติการ เพื่อประสานทีมช่วยเหลือไปยังจุดเกิดเหตุ พร้อมให้ลูกค้าติดตามสถานะการช่วยเหลือได้แบบเรียลไทม์ ช่วยให้การประสานงานในช่วงเวลาฉุกเฉินทำได้รวดเร็วขึ้น และลูกค้าสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้โดยไม่ต้องจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง
Crash Detection จึงเป็นอีกก้าวของประกันภัยรถยนต์ที่นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยดูแลลูกค้าตั้งแต่ช่วงแรกของเหตุการณ์ เพิ่มความรวดเร็วในการประสานความช่วยเหลือ และลดภาระของผู้ขับขี่ในช่วงเวลาที่อาจไม่สามารถจัดการทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง