ส.อ.ท.ชู 3 กลยุทธ์ ทางรอดอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย หนุน “รักษาฐานเดิม ต่อยอดฐานใหม่” ปรับนโยบายดึงการลงทุนที่สร้างมูลค่าในประเทศ
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. กล่าวว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญของประเทศที่ใช้เวลาสะสมองค์ความรู้และพัฒนาระบบนิเวศมาอย่างต่อเนื่องหลายทศวรรษ ครอบคลุมทั้งผู้ผลิตรถยนต์ ผู้ผลิตชิ้นส่วน ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี บุคลากร และเครือข่ายซัพพลายเชนที่มีความเชื่อมโยงทั้งในและต่างประเทศ
การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์สู่เทคโนโลยีใหม่ จึงจำเป็นต้องดำเนินไปบนพื้นฐานของการสร้างสมดุลระหว่าง การรักษาความแข็งแกร่งของฐานการผลิตเดิม และการต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต เพื่อให้ประเทศไทยสามารถใช้ประโยชน์จากศักยภาพที่มีอยู่ และยกระดับความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
โจทย์สำคัญของประเทศไทยไม่ใช่การเลือกระหว่างเทคโนโลยีเดิมกับเทคโนโลยีใหม่ แต่คือการบริหารช่วงเปลี่ยนผ่านให้เกิดความสมดุล โดยนำฐานอุตสาหกรรมที่ไทยมีอยู่มาต่อยอดกับเทคโนโลยีแห่งอนาคต เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวและเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของซัพพลายเชน ใหม่ได้มากที่สุด
แนวทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระยะต่อไป ควรมุ่งเน้น 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
1.รักษาความสามารถของฐานการผลิตเดิม พร้อมบริหารการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีใหม่อย่างสมดุล โดยประเทศไทยควรรักษาขีดความสามารถของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีอยู่ โดยเฉพาะการผลิตรถกระบะ ที่มีการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศ (Local content) สูงถึง 80-90% ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ การจ้างงาน และซัพพลาย เชนภายในประเทศ ควบคู่กับการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาและเติบโตของเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมเกิดขึ้นอย่างเหมาะสม
2.เร่งยกระดับผู้ประกอบการไทยและเอสเอ็มอีเข้าสู่ซัพพลายเชนยานยนต์แห่งอนาคต โดยสนับสนุนผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย โดยเฉพาะเอสเอ็มอีให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน เทคโนโลยี และตลาด พร้อมส่งเสริมการลงทุนด้านเครื่องจักร ระบบอัตโนมัติและดิจิทัล การวิจัยและพัฒนา การยกระดับมาตรฐาน ตลอดจนการพัฒนาทักษะแรงงาน (Upskill–Reskill)
การสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่กับผู้ประกอบการไทย เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยี พัฒนาผลิตภัณฑ์ และเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ อันนำไปสู่การยกระดับเอสเอ็มอีให้เข้าสู่ซัพพลายเชน ยานยนต์แห่งอนาคตได้อย่างเข้มแข็ง
3.สร้างสมดุลด้านนโยบายเพื่อดึงดูดการลงทุนและเพิ่มมูลค่าในประเทศ การกำหนดมาตรการส่งเสริมการลงทุนและโครงสร้างภาษี ควรคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการส่งเสริมเทคโนโลยีใหม่กับการรักษาความสามารถในการแข่งขันของฐานอุตสาหกรรมเดิม
พร้อมเชื่อมโยงการลงทุนใหม่ให้เกิดประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจไทย ผ่านการสร้างซัพพลายเชนภายในประเทศ การใช้วัตถุดิบในประเทศการสร้างงาน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย
อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมีรากฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่งและได้รับการยอมรับในระดับสากล ดังนั้น การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมควรเป็นการใช้ประโยชน์จากฐานเดิม พร้อมเสริมศักยภาพด้วยเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคตที่หลากหลาย ทั้ง BEV, Hybrid และเทคโนโลยียานยนต์รูปแบบใหม่ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการรักษาฐานการผลิตเดิม การรองรับการลงทุนใหม่ และการยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ของภูมิภาคอย่างยั่งยืน