“เอกนิติ” ประกาศวิสัยทัศน์เร่งเครื่องเศรษฐกิจไทยโตต่ำกว่าศักยภาพ เร่งมาตรการด่วน “ซ่อม” ฐานรากและเอสเอ็มอี คู่แผน “สร้าง” อนาคต ดึงยักษ์ใหญ่เทคฯ ตั้งฐานผลิต
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยวิสัยทัศน์ในฐานะปาฐกถาพิเศษบนเวที TNN FUTURE FORUM 2026:THAILAND BEYOND TOMORROW ว่าปัจจุบันเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญปัญหาการเติบโตต่ำกว่าศักยภาพ เหลือเฉลี่ยไม่ถึง 3% จากอดีตที่เคยเติบโตระดับ 6-7% เนื่องจากขาดการลงทุนเป็นเวลานาน ส่งผลให้รายได้ประชาชนลดลง หนี้ครัวเรือนสะสมเรื้อรัง และเมื่อเผชิญวิกฤตซ้ำเติมทำให้ภาครัฐต้องใช้งบช่วยเหลือสูงจนหนี้สาธารณะพุ่งสูงขึ้น
นอกจากนี้ โลกยังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งการแตกขั้วทางภูมิรัฐศาสตร์ กำแพงภาษี เทคโนโลยี AI กติกาด้านสิ่งแวดล้อม และสังคมผู้สูงอายุ รัฐบาลจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการดำเนินนโยบายซ่อม และสร้างไปพร้อมกัน เพื่อเปลี่ยนผ่านโครงสร้างเศรษฐกิจไทยจากรูปตัว K ขาลง สู่ตัว V ขาขึ้น
@ พลิกฟื้นฐานรากด้วยนโยบาย “ซ่อม”
มาตรการเร่งด่วนในการประคองชีวิตประชาชนและธุรกิจเอสเอ็มอีเป็นลำดับแรก ผ่านแนวทางสำคัญ ดังนี้
แก้หนี้และปล่อยสินเชื่อด้วย AI
โดยร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท) และสมาคมธนาคารไทยดำเนินโครงการ “ปิดหนี้ไวไปต่อได้” ช่วยเหลือลูกหนี้เอ็นพีแอลยอดหนี้ไม่เกิน 1 แสนบาท กว่า 1 ล้านบัญชี พร้อมเปิดตัว “สินเชื่อนกกระซิบ” ภายใต้โครงการไทยช่วยไทยพลัส โดยใช้นวัตกรรม AI วิเคราะห์ยอดขายรายรับ-รายจ่ายให้พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยใช้ฟรี เพื่อนำข้อมูลประวัติรายได้ไปขอกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ได้ โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
อัดฉีดสภาพคล่องเอสเอ็มอี
ในการจัดทำโครงการ SME Credit Boost ให้ธนาคารพาณิชย์และกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) ค้ำประกันสินเชื่อ เพิ่มเม็ดเงินในระบบราว 60,000 ล้านบาท พร้อมสั่งการกรมสรรพากรเร่งคืนภาษีผ่านระบบดิจิทัลอีก 60,000 ล้านบาท และเตรียมผลักดัน SME Supply Chain Financing ให้บริษัทขนาดใหญ่ช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย
พันธบัตรออมพลัสเพื่อรายย่อย
เปิดขายพันธบัตรออมพลัสรุ่นอายุ 3 ปี และ 10 ปี (ดอกเบี้ย 2.8%) ยึดหลัก Small lot first เปิดโอกาสให้ประชาชนเริ่มต้นลงทุนได้เพียง 500 หรือ 1,000 บาท เพื่อเข้าถึงผลตอบแทนสูง
@ ขับเคลื่อนอนาคตด้วยนโยบาย “สร้าง”
โดยการสร้างโอกาสสู่อนาคต ประเทศไทยต้องยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยี พร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลงระดับโลก
การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีล้ำสมัย
การผลักดันรถไฟความเร็วสูงและดึงการลงทุนดาต้าเซนเตอร์ ชิปประมวลผล และพลังงานสะอาด โดยเฉพาะบริษัทยักษ์ใหญ่อันดับ 1 และ 2 ของโลกด้าน Photonics ที่ได้เข้ามาตั้งฐานการผลิตที่จังหวัดสระบุรีแล้ว สร้างงานกว่า 30,000 ตำแหน่ง พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
โซลาร์เซลล์ครัวเรือนและพลังงานชีวภาพ
ซึ่งรัฐบาลแนวคิดอุดหนุนเงินติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ 50,000 บาทต่อครัวเรือน ตั้งเป้าครอบคลุม 1 ล้านครัวเรือน เปลี่ยนสถานะประชาชนจากผู้บริโภคสู่ผู้ผลิตไฟฟ้าเพื่อขายคืน พร้อมส่งเสริมไบโอดีเซล (B20) และเอทานอล (E20) เพื่อกระจายรายได้สู่เกษตรกรผู้ปลูกปาล์ม อ้อย และมันสำปะหลัง
ปั้นไทยสู่ฮับสุขภาพโลก (Wellness Hub)
โดยร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขดึงจุดแข็งสมุนไพรและแพทย์ไทย พร้อมเจรจากดึงบริษัทยาระดับโลกมาตั้งฐานผลิตในประเทศ ซึ่งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้ปรับยุทธศาสตร์ใหม่โดยมุ่งเน้นคุณค่าที่นักลงทุนจะสร้างให้แก่คนไทย เช่น การถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงและการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน มากกว่าการมองแค่เม็ดเงินลงทุนอย่างเดียว
“เราไม่มีทางเลือกครับ เราต้องซ่อมปัญหาในอดีต ขณะเดียวกันก็ต้องช่วยเขาเปลี่ยนผ่านไปสู่อนาคต การที่เราจะทำให้ประเทศไทยเป็น Thailand Beyond Tomorrow สิ่งที่เราต้องทำคือ เราต้องซ่อม และเราต้องสร้าง และเราต้องช่วยกัน เพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไทยให้ดีขึ้นในอนาคต” นายเอกนิติกล่าว