อินโดนีเซียเตรียมบังคับใช้ข้อกำหนดฮาลาลครั้งใหญ่ 18 ต.ค.นี้ ครอบคลุมอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง ยา และสินค้าอีกหลายกลุ่ม DITP เตือนผู้ส่งออกไทยเร่งตรวจสอบใบรับรอง ฉลาก เอกสาร รวมถึงระบบจัดเก็บ-ขนส่ง หวั่นกระทบการส่งออก พร้อมเดินหน้าหารือ BPJPH หาทางอำนวยความสะดวกภาคธุรกิจไทย
วันที่ 11 ก.ย. 2569 นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่า อินโดนีเซียเตรียมเริ่มบังคับใช้ข้อกำหนดด้านฮาลาลตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2569 ครอบคลุมสินค้าและผลิตภัณฑ์หลายประเภท อาทิ อาหารและเครื่องดื่ม เครื่องสำอาง ยา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผลิตภัณฑ์เคมี วัตถุดิบ และวัตถุเจือปนอาหาร
โดยสินค้าที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดฮาลาลภาคบังคับจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ด้านฮาลาลของอินโดนีเซียอย่างเคร่งครัด จึงขอให้ผู้ประกอบการไทยที่ส่งออกสินค้าไปยังอินโดนีเซียเร่งศึกษารายละเอียดและเตรียมความพร้อม เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจและส่งออกสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการบังคับใช้ข้อกำหนดดังกล่าว หน่วยงานประกันผลิตภัณฑ์ฮาลาลของอินโดนีเซีย หรือ Halal Product Assurance Organizing Agency (BPJPH) ได้ออกกฎระเบียบใหม่ 3 ฉบับในปี 2569 ซึ่งมีสาระสำคัญและส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการที่ส่งออกสินค้าเข้าสู่ตลาดอินโดนีเซีย
สำหรับกฎระเบียบ BPJPH ฉบับที่ 2/2569 กำหนดมาตรการลงโทษทางปกครองสำหรับการฝ่าฝืนข้อกำหนดในระบบการรับรองผลิตภัณฑ์ฮาลาล หรือ Halal Product Assurance System (JPH)
โดยมีบทลงโทษตั้งแต่การตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร การปรับทางปกครอง การเรียกคืนสินค้า ไปจนถึงการระงับหรือเพิกถอนใบรับรองฮาลาล ส่วนกฎระเบียบ BPJPH ฉบับที่ 3/2569 กำหนดให้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่ฮาลาลสามารถวางจำหน่ายในอินโดนีเซียได้ แต่ต้องแสดงข้อความ “NON-HALAL” อย่างชัดเจน และในกรณีที่ผลิตภัณฑ์มีส่วนประกอบของหมู ต้องแสดงข้อความ “MENGANDUNG BABI” เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับทราบข้อมูลอย่างชัดเจน
ขณะที่กฎระเบียบ BPJPH ฉบับที่ 4/2569 กำหนดหลักเกณฑ์สำหรับผลิตภัณฑ์ฮาลาลจากต่างประเทศ ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อผู้ส่งออกไทย โดยกำหนดให้สินค้าที่นำเข้าต้องมีใบรับรองฮาลาลที่ถูกต้องและสามารถตรวจสอบได้ รวมทั้งต้องผ่านการตรวจสอบก่อนการส่งออก หรือ Pre-shipment Verification
โดยหน่วยงานตรวจสอบฮาลาล หรือ LPH ที่ได้รับการแต่งตั้งจาก BPJPH นอกจากนี้ เอกสารประกอบการนำเข้าจะต้องมีข้อมูลสอดคล้องกับตัวสินค้า และผู้ประกอบการต้องควบคุมกระบวนการจัดเก็บและขนส่งอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันการปนเปื้อน
นางสาวสุนันทา กล่าวว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงจาการ์ตา ได้ติดตามความคืบหน้าและผลกระทบจากข้อกำหนดดังกล่าวอย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินการเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ประกอบการไทย โดยได้จัดสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับข้อกำหนดด้านฮาลาลของอินโดนีเซียแก่ภาคเอกชนไทย ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์แล้วรวม 3 ครั้ง
ขณะเดียวกัน สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงจาการ์ตา อยู่ระหว่างประสานการจัดสัมมนาออนไลน์เพิ่มเติม โดยมีแผนเชิญผู้แทนจาก BPJPH มาให้ข้อมูลโดยตรงแก่ผู้ประกอบการไทย เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และขั้นตอนการปฏิบัติตามข้อกำหนดใหม่
รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้สอบถามประเด็นที่เกี่ยวข้องโดยตรง นอกจากนี้ ยังได้แจ้งข้อมูลกฎระเบียบดังกล่าวให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลและเตรียมความพร้อมแก่ภาคเอกชนไทยอย่างต่อเนื่อง
นางสาวสุนันทา กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันที่ 15 กันยายน 2569 สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงจาการ์ตา มีกำหนดเข้าพบ BPJPH ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย เพื่อติดตามความคืบหน้าการต่ออายุความตกลงยอมรับร่วม หรือ Mutual Recognition Agreement (MRA) ด้านการรับรองฮาลาลระหว่างไทยและอินโดนีเซีย
รวมทั้งหารือแนวทางในการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการไทย เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดอุปสรรคทางการค้า
“อินโดนีเซียเป็นตลาดสำคัญที่มีศักยภาพสำหรับสินค้าไทย โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคต่าง ๆ การเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดด้านฮาลาลในครั้งนี้จึงเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการไทยควรให้ความสำคัญและเตรียมตัวล่วงหน้า ทั้งในด้านการรับรองฮาลาล การจัดทำฉลากและเอกสารประกอบสินค้า ตลอดจนกระบวนการจัดเก็บและขนส่ง เพื่อให้สามารถส่งออกสินค้าเข้าสู่ตลาดอินโดนีเซียได้อย่างราบรื่นและต่อเนื่อง” นางสาวสุนันทา กล่าว
ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจะติดตามรายละเอียดและแนวปฏิบัติของทางการอินโดนีเซียอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการไทยในการปรับตัวต่อกฎระเบียบใหม่ และรักษาโอกาสทางการค้าของสินค้าไทยในตลาดอินโดนีเซียต่อไป
สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โทร. 1169 หรือเว็บไซต์ www.ditp.go.th และติดตามโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศผ่านแพลตฟอร์ม THAITRADE.COM คิดจะส่งออก นึกถึง DITP