กรมขนส่งทางบก ไฟเขียวขึ้นค่าโดยสารรถทัวร์ 3 สตางค์/กม.
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมเปิดเผยว่า น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นต้นทุนสำคัญของการจัดการเดินรถ โดยกรมฯได้ดำเนินการปรับเพิ่ม/ลดอัตราค่าโดยสารของรถโดยสารประจำทางตามสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลที่มีความผันผวนมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนเม.ย. 2569 ที่ผ่านมา โดยมีการปรับเพิ่ม/ลดจำนวน 5 ครั้ง ล่าสุดราคาน้ำมันดีเซลได้มีการปรับตัวสูงขึ้นอยู่ที่ 39.84 บาทต่อลิตร ซึ่งเกินกว่าฐานราคาที่ปรับครั้งสุดท้ายที่ราคาน้ำมันดีเซล 34 บาทต่อลิตร
ดังนั้น เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2569 คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ซึ่งได้พิจารณาถึงเหตุผลความจำเป็นจากอัตราต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นจากฐานราคาเดิมถึง 5 บาทต่อลิตร และเพื่อให้การให้บริการในระบบรถสาธารณะระหว่างเมืองจากกรุงเทพมหานครไปยังจุดต่าง ๆ ในต่างจังหวัด และรถสาธารณะเส้นทางข้ามภาคยังมีการให้บริการเพียงพอ ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อระดับคุณภาพการให้บริการในภาพรวม
คณะกรรมการฯจึงได้มีมติให้ปรับขึ้น อัตราค่าโดยสารของรถโดยสารประจำทางหมวด 2 (กรุงเทพฯ – ต่างจังหวัด) และหมวด 3 (ระหว่างจังหวัด) ขึ้น 3 สตางค์ต่อกิโลเมตรต่อที่นั่ง เช่น เดินทาง 100 กิโลเมตร ปรับขึ้น 3 บาทต่อที่นั่ง มีผลตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย. 2569 สำหรับการยกเว้นหรือลดหย่อนค่าโดยสารอื่น ๆ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์เดิมที่เคยอนุมัติไว้
สำหรับการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารในวันนี้ได้พิจารณาจากสูตรคำนวณปัจจัยต้นทุนที่แท้จริงที่มีการปรับปรุงตามสถานการณ์ปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลง ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI), ดัชนีค่าพลังงาน (Energy Index) และค่าจ้างแรงงาน ซึ่งถูกออกแบบมาให้สามารถปรับขึ้นและลงได้ตามสถานการณ์ ส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถจัดเก็บค่าโดยสารได้อย่างเหมาะสม สะท้อนต้นทุนการเดินรถที่แท้จริง และสามารถจัดการเดินรถได้ รวมทั้งประชาชนสามารถเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกจะติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันและต้นทุนการให้บริการอย่างใกล้ชิดเพื่อให้การปรับอัตราค่าโดยสารมีความเหมาะสม เป็นธรรม และไม่สร้างภาระแก่ประชาชน