“วรวงศ์” ห่วง โยกย้าย ก.พาณิชย์ ทำข้าราชการเสียขวัญ หมดกำลังใจ เสียดาย “อรมน-พิมพ์ชนก” คนมีคุณภาพ น่าจะได้ทำงานใหญ่ แต่ไม่ติดใจคนได้ตำแหน่งใหม่
นายวรวงศ์ รามางกูร อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 อนุมัติแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ 9 ตำแหน่ง ตามข้อเสนอของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ว่า ตนขอแสดงความยินดีกับทุกท่านที่ได้รับตำแหน่งใหม่อย่างจริงใจ แต่อดผิดหวังไม่ได้กับการโยกย้ายนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม และนางพิมพ์ชนก พิตต์ฟีลด์ ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง ชี้เป็นข้าราชการมือทำงานที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์
“อธิบดีอรมนเติบโตมาจากสายงานเจรจาการค้า เคยเป็นอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ก่อนมาเป็นอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาตามลำดับ ผลงานที่ผมได้สัมผัส คือบทบาทในฐานะเลขานุการคณะกรรมการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อจัดการปัญหาสินค้าไร้คุณภาพ และธุรกิจนอมินีที่กัดกินเศรษฐกิจไทย
ผมเองมีโอกาสได้ร่วมผลักดันงานกับท่านอรมนอยู่เรื่องหนึ่ง คือระบบวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจอัจฉริยะ หรือ IBAS (Intelligence Business Analytics System) ซึ่งนำ Big Data มาคัดกรองนิติบุคคลที่เข้าข่ายเป็นนอมินี เพราะลำพังการเดินตรวจทีละรายจากเป้าหมายหลายหมื่นรายใช้เวลายาวนาน จึงต้องใช้ข้อมูลชี้เป้าก่อนแล้วค่อยส่งกำลังคนลงไปตรวจ ท่านอรมนเข้าใจเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น และผลักดันจนเป็นเครื่องมือที่ใช้งานได้จริง” นายวรวงศ์ กล่าว
นายวรวงศ์ กล่าวต่อว่า ผลของการทำงานดังกล่าวในสมัยที่ท่านพิชัย นริพทะพันธุ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำไปสู่การดำเนินคดีสินค้าด้อยคุณภาพ 57,739 คดี และดำเนินคดีบริษัทนอมินี 873 บริษัท คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 15,587 ล้านบาท
ขณะที่ เอกอัครราชทูตพิมพ์ชนก เป็นผู้บริหารหญิงที่เก่งผู้เปี่ยมด้วยความสามารถ และเป็นแบบอย่างที่น่าชื่นชมของข้าราชการหญิงในกระทรวงพาณิชย์ โดยเคยร่วมงานกับนางพิมพ์ชนกในสองภารกิจสำคัญ ได้แก่ พิธีลงนามความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) ณ นครดาวอส และพิธีรับเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการเสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงเปิดสำนักงานคณะผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลก และองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลกแห่งใหม่ ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส อย่างเป็นทางการ
“ท่านพิมพ์ชนกเป็นนักบริหารมืออาชีพที่มีพลังและความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนงานให้สำเร็จ นอกจากความสามารถแล้ว ท่านยังมีอัธยาศัยดีและมีอารมณ์ขัน ทำให้ทุกภารกิจที่ได้ร่วมงานเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และเรื่องเล่าที่น่าประทับใจ” นายวรวงศ์ กล่าว
นายวรวงศ์ กล่าวอีกว่า อีกเรื่องที่สะท้อนอุดมการณ์ของท่านได้ชัดเจน คือความตั้งใจสานต่อภารกิจในเวทีระหว่างประเทศ เพื่อใช้ความเชี่ยวชาญที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศ ท่านพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในขณะนั้น จึงได้หารือกับคุณดาเรน ถัง ผู้อำนวยการใหญ่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก เพื่อผลักดันให้ผู้แทนจากไทยได้รับการพิจารณาในตำแหน่งสำคัญของเวทีโลก ก่อนที่คณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันนี้เอง จะมีมติเสนอชื่อท่านเป็นผู้แทนประเทศไทยสมัครรับเลือกในตำแหน่งรองผู้อำนวยการใหญ่ (DDG) และผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ (ADG) ขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันความสามารถได้เป็นอย่างดี
นายวรวงศ์ กล่าวย้ำว่า สิ่งที่ตนตั้งข้อสังเกตเป็นเรื่องวิธีจัดการกับผู้ที่ถูกย้ายออก ไม่ได้ติดใจผู้ที่ได้รับแต่งตั้งใหม่แม้แต่น้อย เพราะล้วนเป็นคนเก่งที่ตนเคยร่วมงานมาแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น นายวราวุฒิ สมหวังประเสริฐ นอกจากจบปริญญาเอกจากญี่ปุ่นแล้ว ยังผ่านงานทูตพาณิชย์ทั้งกรุงโตเกียว และกรุงปารีส มีประสบการณ์ด้านการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตก นับเป็นโชคดีของผู้ส่งออกไทย
ขณะที่นายกิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอย่างมาก การมาคุมกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งถือฐานข้อมูลนิติบุคคลไว้ จึงเป็นโอกาสดีที่ข้อมูลจะถูกแปรเป็นเครื่องมือ สำหรับการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ ส่วน น.ส.กนิษฐา กังสวนิช เชี่ยวชาญทั้งด้านทรัพย์สินทางปัญญา และการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ การไปรับตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำ WTO และ WIPO จึงเป็นการวางคนให้ตรงกับงาน
ด้านนางมนัสนิตย์ จิรวัฒน์ ที่ขึ้นเป็นรองปลัดกระทรวง เติบโตจากกรมการค้าต่างประเทศ ผ่านงานมาแทบทุกด้าน ทั้งเทคโนโลยีสารสนเทศ มาตรฐานสินค้า และการบริหารการค้าข้าว ส่วน น.ส.จิตติมา ศรีถาพร ที่มาเป็นอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เคยผ่านงานรองอธิบดีทั้งกรมทรัพย์สินทางปัญญา และกรมการค้าต่างประเทศ และนายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม เป็นผู้บริหารที่รู้ลึกในงานราคาสินค้าเกษตร การกลับมาคุมกรมการค้าภายใน จึงเป็นโชคดีของเกษตรกร และผู้บริโภคชาวไทย
“ผมเสียดายแทนประเทศ เพราะไทยกำลังจะสูญเสียบุคลากร ที่เปี่ยมล้นด้วยความสามารถทั้งสองท่าน ในจังหวะที่เราต้องการคนแบบนี้มากที่สุด” นายวรวงศ์ กล่าว
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ นายการุณ กิตติสถาพร อดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊กตั้งข้อสังเกตต่อการโยกย้ายนางอรมน พร้อมระบุว่าการปฏิรูประบบราชการจะไม่บรรลุผล ตราบที่ฝ่ายการเมืองยังแต่งตั้งโยกย้าย โดยไม่คำนึงถึงระบบคุณธรรม ขณะที่นางอภิรดี ตันตราภรณ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โต้แย้งว่าประเด็นอยู่ที่การย้ายจากตำแหน่งเอกอัครราชทูต กลับมาเป็นผู้ตรวจราชการ ซึ่งถือเป็นการลดระดับตำแหน่ง ด้านนางพิมพ์ชนก ยืนยันว่าเตรียมยื่นหนังสือลาออกจากราชการ โดยเดิมตั้งใจจะลาออกในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 หลังครบวาระอยู่แล้ว และยืนยันว่าไม่ได้โกรธหรือน้อยใจ