“อนุทิน” เปิด Gastech 2026 วาง 3 แนวทางพลังงานไทยมั่นคง เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดแบบทำได้จริง จ่อเริ่มโซลาร์รูฟท็อป 50,000 ล้านบาท กลาง ต.ค.นี้
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานกล่าวเปิดงาน Gastech 2026 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ
นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้รัฐบาลทุกประเทศเผชิญคำถามเดียวกัน คือจะทำอย่างไรให้มีพลังงานเพียงพอสำหรับประชาชน และภาคอุตสาหกรรม ขณะเดียวกันต้องรักษาราคาพลังงานให้อยู่ในระดับที่ประชาชนเข้าถึงได้ และเดินหน้าไปสู่อนาคตที่สะอาดขึ้น
สำหรับประเทศไทย ราคาพลังงานส่งผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายของครัวเรือน ต้นทุนธุรกิจ ความสามารถแข่งขันของประเทศ และการตัดสินใจของนักลงทุน ขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก AI บริการคลาวด์ และดาต้าเซ็นเตอร์
“การเปลี่ยนผ่านที่ทำให้ประชาชนไม่สามารถจ่ายค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ ย่อมไม่ใช่การเปลี่ยนผ่านที่ยั่งยืน ประเทศไทยไม่เลือกระหว่างความมั่นคงด้านพลังงานกับความยั่งยืน แต่ต้องทำให้เกิดขึ้นทั้ง 2 ด้าน ในราคาที่ประชาชนและธุรกิจรับไหว” นายกรัฐมนตรีกล่าว
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า แนวทางพลังงานของไทยตั้งอยู่บน 3 เรื่องสำคัญ เรื่องแรกคือความมั่นคงด้านพลังงานและราคาที่ประชาชนเข้าถึงได้ โดยก๊าซธรรมชาติยังเป็นรากฐานสำคัญของระบบไฟฟ้าไทย ช่วยให้ระบบมั่นคงและยืดหยุ่นระหว่างเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน
ก๊าซธรรมชาติ และ LNG จึงยังมีบทบาทสำคัญในช่วงเปลี่ยนผ่าน ไม่ใช่การหยุดใช้พลังงานเดิมทันทีจนระบบไฟฟ้าสะดุด แต่ต้องกระจายแหล่งพลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงจากราคาตลาดโลกที่ผันผวน
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องที่ 2 คือการทำให้การเปลี่ยนผ่านพลังงานเกิดขึ้นจริง โดยไทยกำลังเร่งใช้พลังงานหมุนเวียน ควบคู่กับการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานทั้งระบบเศรษฐกิจ
“ตั้งแต่กลางเดือน ต.ค. เป็นต้นไป รัฐบาลจะเริ่มโครงการวงเงิน 50,000 ล้านบาท สนับสนุนครัวเรือนติดตั้ง Solar Rooftop พร้อมให้สิทธิยกเว้นภาษีนำเข้าส่วนประกอบอุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์บางประเภท เพื่อช่วยครอบครัวลดค่าไฟและรับมือราคาพลังงานในอนาคต” นายอนุทินกล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พลังงานสะอาดต้องลงมาถึงหลังคาบ้านประชาชน ไม่ใช่อยู่แค่ในโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ขณะเดียวกันไทยมีจุดแข็งด้านพลังงานชีวภาพจากฐานเกษตร สามารถนำพืชผล วัสดุเหลือใช้ และผลพลอยได้ ไปผลิตเอทานอล ไบโอดีเซล ไบโอมีเทน และเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำ
แนวทางนี้ทำให้การเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่ใช่ประโยชน์ของอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังเพิ่มมูลค่าให้เกษตรกรและชุมชนท้องถิ่น เปลี่ยนของเหลือจากไร่นาให้เป็นรายได้ใหม่ และลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้าในระยะยาว
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เรื่องที่ 3 คือการเชื่อมพลังงานกับการลงทุน เพราะนักลงทุนยุคนี้ต้องการมากกว่าสิทธิประโยชน์ แต่ต้องการกฎเกณฑ์ชัดเจน การตัดสินใจรวดเร็ว โครงสร้างพื้นฐานทันสมัย บุคลากรมีทักษะ และพลังงานสะอาดที่มั่นคง
ครึ่งแรกของปีนี้ BOI ได้รับคำขอส่งเสริมการลงทุนประมาณ 1.43 ล้านล้านบาท หรือ 43,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 37% จากช่วงเดียวกันปีก่อน มีศักยภาพสร้างงานมากกว่า 82,000 ตำแหน่ง แรงขับสำคัญมาจากโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
นายอนุทินกล่าวว่า เป้าหมายไม่ใช่แค่ดึงเงินลงทุนเข้าไทย แต่ต้องทำให้การลงทุนช่วยพัฒนาทักษะคนไทย เสริมห่วงโซ่อุปทานในประเทศ และสร้างงานที่ดีขึ้นพร้อมรายได้สูงขึ้นให้ประชาชน
ด้านนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า อุตสาหกรรมพลังงานโลกกำลังเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ และความมั่นคงด้านพลังงานกลายเป็นวาระร่วมของทุกประเทศ ปีนี้ไทยริเริ่ม “Bangkok Dialogue” เป็นพื้นที่หารือใหม่ เพื่อร่วมกันทำให้อนาคตพลังงานมีความมั่นคง ยืดหยุ่น ราคาเข้าถึงได้ และเป็นประโยชน์ต่อทุกคน
ทั้งนี้ ไทยมีทำเลยุทธศาสตร์กลางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นประตูเชื่อมตลาดภูมิภาค มีฐานอุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐาน บริษัทพลังงาน และบุคลากรด้านพลังงานที่เข้มแข็ง จึงไม่ใช่แค่สถานที่จัดงาน แต่เป็นพันธมิตรสำคัญของความร่วมมือพลังงานรุ่นต่อไป
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ขณะนี้โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนผ่านพลังงานครั้งใหญ่ ความมั่นคงด้านพลังงานจึงเป็นวาระร่วมของทุกประเทศ ซึ่งไทยได้ริเริ่ม Bangkok Dialogue เพื่อเปิดพื้นที่หารือแนวทางสร้างอนาคตพลังงานที่ยืดหยุ่น ราคาเหมาะสม และทุกคนเข้าถึงได้ พร้อมชูจุดแข็งไทยในฐานะศูนย์กลางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีฐานอุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐาน บริษัทพลังงาน และบุคลากรที่พร้อมต่อยอดความร่วมมือรุ่นใหม่
ทั้งนี้ ก๊าซธรรมชาติยังเป็นกระดูกสันหลังของการเปลี่ยนผ่านพลังงานโลก โดย IEA ประเมินความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติทั่วโลกประมาณ 4,280 พันล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ไทยจึงเชิญชวนพันธมิตรเข้าร่วมการเปิดให้ยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ครั้งที่ 26 ในพื้นที่ศักยภาพสูงกว่า 60,200 ตารางกิโลเมตร บริเวณทะเลอันดามัน
นายเอกนัฏ กล่าวว่า อนาคต LNG ต้องไม่ใช่แค่เพิ่มปริมาณ แต่ต้องสร้างระบบพลังงานที่ยืดหยุ่น และเชื่อมโยงกันมากขึ้น ไทยพร้อมร่วมมือกับนานาชาติทั้งการจัดหา LNG รูปแบบใหม่ การจัดซื้อร่วม ความร่วมมือเชิงพาณิชย์ และการลงทุนตลอดห่วงโซ่มูลค่า LNG ควบคู่กับเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ ไฮโดรเจน แอมโมเนีย และ CCS เพื่อเดินหน้าสู่ Net Zero 2050 โดยไทยได้เริ่มก้าวสำคัญด้าน CCS ผ่านโครงการนำร่องที่เข้าสู่ขั้นตอนการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้ายแล้ว ถือเป็นฐานสู่การพัฒนา Eastern CCS Hub ในอนาคต
“ความมั่นคงด้านพลังงานและการเปลี่ยนผ่านไม่ใช่จุดหมายที่เดินลำพัง แต่ต้องอาศัยเทคโนโลยี นวัตกรรม การลงทุน และความร่วมมือ เพื่อเปลี่ยนความท้าทายของโลกให้เป็นโอกาสของไทยและภูมิภาค” นายเอกนัฏ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า งาน Gastech 2026 กระทรวงพลังงานเป็นเจ้าภาพร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุม และนิทรรศการ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-17 ก.ย. 2569 ที่ไบเทค กรุงเทพฯ เป็นเวทีประชุมและนิทรรศการพลังงานขนาดใหญ่ มีรัฐมนตรีพลังงานจาก 15 ประเทศ ผู้นำองค์กรระหว่างประเทศ 5 องค์กร ผู้บริหารและวิทยากรกว่า 1,000 ราย ผู้เข้าร่วม 50,000 คนจาก 150 ประเทศ และบริษัทชั้นนำกว่า 1,000 บริษัท