เนสท์เล่ เจ้าของเนสกาแฟ อัพเดตข้อมูล เกี่ยวกับสถานการณ์ ของเนสท์เล่ และบริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักท์ส จำกัด (QCP) ยันพร้อมสู้คดีถึงที่สุด มั่นใจในความถูกต้อง และธรรมาภิบาลขององค์กร

วันที่ 14 กันยายน 2569 บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ชี้แจงข้อมูลล่าสุด ว่า เนสท์เล่มั่นใจว่าได้ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและสัญญาร่วมทุนอย่างถูกต้องครบถ้วน คณะอนุญาโตตุลาการและศาลสูงสิงคโปร์ได้ตัดสินให้เนสท์เล่ชนะในทุกข้อที่ครอบครัวมหากิจศิริโต้แย้ง

แม้ว่าครอบครัวมหากิจศิริมีการฟ้องร้องหลายคดี แต่มีการถอนฟ้องเองหรือศาลไม่รับฟ้องในหลายคดี โดยล่าสุดครอบครัวมหากิจศิริได้มีการแจ้งข้อกล่าวหากับตำรวจ

เนสท์เล่พร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานด้านกระบวนการยุติธรรมและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง การดำเนินการทั้งทางกฎหมายและนอกกระบวนการกฎหมายที่ริเริ่มโดยครอบครัวมหากิจศิริได้สร้างความไม่แน่นอน ส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ และบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ

ของประเทศไทย ดังจะเห็นได้จากหลายคดีที่ครอบครัวดังกล่าวยื่นฟ้องและได้รับการวินิจฉัยว่าไม่มีมูล

“เราขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลให้ข้อพิพาทระหว่างผู้ถือหุ้นได้รับการจัดการอย่างเป็นธรรม และมีกระบวนการที่ชัดเจน

เนสท์เล่ยังคงมุ่งมั่นในการส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงให้แก่ผู้บริโภค และมีส่วนสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศไทย เราจะเดินหน้าพัฒนาโรงงานผลิตกาแฟแห่งใหม่ที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยต่อไป ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภค เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟไทย และชุมชนท้องถิ่น“

ส่วนการฟ้องร้องในศาลไทยอย่างน้อย 6 คดี ที่ฝ่ายมหากิจศิริเป็นผู้ริเริ่มในการฟ้องร้อง โดยขั้นตอนต่อไปของกระบวนการของตำรวจก็จะเป็นไปตามกระบวนการตามปกติ หากมีการขอความร่วมมือมาที่เนสท์เล่ ก็พร้อมให้ความร่วมมือรกับหน่วยงานด้านกระบวนการยุติธรรมและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องต่อไป

สำหรับคดีที่เนสท์เล่เรียกร้องค่าเสียหายเกือบ 600 ล้านบาทจากคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเมื่อเมษายนปีที่แล้ว ยังมีโอกาสของการยื่นอุทธรณ์ได้

เนสท์เล่ ย้ำว่า “เรามั่นใจว่าปฏิบัติตามสัญญา และปฎิบัติตามกฎหมายอย่างครบถ้วน จึงอยากได้รับความเป็นธรรม เพราะยอมรับว่าบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนจากต่างประเทศ ที่ไม่ใช่เฉพาะเนสท์เล่ แต่รวมทั้งบริษัทต่างชาติอื่นๆ หลังจากเกิดข้อพิพาทเราเกิดขึ้น

เราเองเพิ่งจะประกาศการลงทุนเพิ่มไปเกือบ 30,000 ล้านบาทในปี 2569 เดินหน้าพัฒนาโรงงานผลิตกาแฟที่ทันสมัย ที่นิคมอุตสาหกรรมอารยะ จ.สมุทรปราการ จะผลิตกาแฟทุกประเภทที่สำคัญของเนสกาแฟ เสร็จในปี 2571 ผลิตกาแฟสำเร็จรูป และกาแฟกระป๋อง รวมถึงศูนย์กระจายสินค้า

ส่วนโรงงานผลิตเดิมได้หยุดผลิตแล้ว ปัจจุบันได้ใช้โรงงาน 8 แห่งของเนสท์เล่สำหรับผลิตกาแฟ และบางส่วนรับจ้างผลิต ซึ่งเป็นการบริหารจัดการแบบชั่วคราว ยืนยันว่ามีสินค้าเพียงพอในการจัดหน่ายในระยะ 2 ปีนี้ ก่อนที่โรงงานใหม่จะแล้วเสร็จ

จนถึงปัจจุบันผลการดำเนินงานยังไปได้ดี หลังจากเกิดข้อพิพาทขึ้น โดยไทยถือเป็นตลาดสำคัญสำหรับกาแฟของเนสท์เล่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน