SC มองตลาดอสังหาริมทรัพย์แนวราบผ่านจุดต่ำสุดในครึ่งปีแรก คาดไตรมาส 4/2569 กลับมาเร่งตัว รับแผนเปิดโครงการใหม่ 19 โครงการ มูลค่ารวม 17,000 ล้านบาท พร้อมเร่งเครื่อง 4 เดือนสุดท้าย เปิดบ้าน 8 ซีรีส์ใหม่ 19 ทำเล ภายใต้แนวคิด “Live and Learn Home” ตั้งเป้ายอดขายแนวราบใกล้ 27,000 ล้านบาท ยอดโอน 16,000 ล้านบาท และปิดการขายบ้าน 19 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 25,600 ล้านบาทภายในสิ้นปี
อสังหาฯ ผ่านจุดต่ำสุด ลุ้น Q4 ฟื้นตัว
นายมงกุฎ เตโชฬาร กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจพัฒนาทรัพย์สินแนวราบและการตลาด บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์แนวราบในปี 2569 ผ่านจุดต่ำสุด หรือ “ท้องช้าง” ในช่วงครึ่งปีแรกมาแล้ว โดยได้รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งทำให้ผู้บริโภคบางส่วนเร่งตัดสินใจโอนกรรมสิทธิ์
อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 3/2569 ตลาดอาจชะลอตัวลงเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาเร่งตัวในไตรมาส 4/2569 ซึ่ง SC ประเมินว่าจะเป็นช่วงสำคัญในการสร้างผลงาน หรือ Peak Performance จากการเปิดตัวโครงการใหม่และการทำตลาดในช่วงโค้งสุดท้ายของปี
“ตลาดอสังหาริมทรัพย์แนวราบได้ผ่านจุดต่ำสุดในช่วงครึ่งปีแรกมาแล้ว และคาดว่าไตรมาส 4/2569 จะเป็นช่วงสร้างผลงานสำคัญ จากการเปิดตัวโครงการใหม่และแผนการรุกตลาดในครึ่งปีหลัง ซึ่งจะช่วยให้ภาพรวมผลประกอบการของ SC ยังคงเป็นบวกและเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน”นายมงกุฎกล่าว
คงเป้ายอดแนวราบ 2.7 หมื่นล้าน
สำหรับแผนดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง SC เตรียมเปิดโครงการใหม่รวม 19 โครงการ มูลค่าโครงการประมาณ 17,000 ล้านบาท โดยเฉพาะช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปี ตั้งแต่เดือนก.ย.-ธ.ค. เพื่อสร้างแรงส่งต่อยอดขายในช่วงปลายปี
จากแผนดังกล่าว บริษัทคงเป้าหมายยอดขาย (พรีเซล) โครงการแนวราบปี 2569 ไว้ใกล้เคียง 27,000 ล้านบาท และคาดว่าจะมียอดโอนกรรมสิทธิ์ประมาณ 16,000 ล้านบาท โดยเชื่อว่าการเปิดตัวสินค้าใหม่ รวมถึงกิจกรรมการตลาดในช่วงโค้งสุดท้าย จะช่วยกระตุ้นกลุ่มลูกค้าที่อยู่ระหว่างการตัดสินใจให้กลับเข้าสู่ตลาด
เร่ง Sold Out 19 โครงการ 2.56 หมื่นล้าน
ขณะเดียวกัน SC เดินหน้าเร่งระบายโครงการที่มีอยู่ โดยตั้งเป้าปิดการขายบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมรวม 19 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 25,600 ล้านบาทภายในสิ้นปี 2569
ปัจจุบันสามารถปิดการขายแล้ว 4 โครงการ ได้แก่ คอนนาเซอร์ พัฒนาการ, แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า, วี คอมพาวด์ ติวานนท์-รังสิต และเวิร์คเพลส รามอินทรา-พระยาสุเรนทร์ ขณะที่อีก 15 โครงการอยู่ในกลุ่มใกล้ปิดการขาย อาทิ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด สุขสวัสดิ์-พระราม 3, แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด กรุงเทพกรีฑา และบางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ เวสต์เกต
ทั้งนี้นายมงกุฎ ระบุว่า สินค้าเหลือขาย (Inventory) ในกลุ่มโครงการดังกล่าวมีมูลค่ารวมไม่เกิน 1,000 ล้านบาท โดยแต่ละโครงการเหลือขายเพียงประมาณ 1-2 หลัง สะท้อนโอกาสในการเร่งปิดการขายในช่วงปลายปี
Live and Learn Home พลิกเกมจาก Insight

ขณะที่นายณัฏฐกิตติ์ ศิริรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดและนวัตกรรม SC กล่าวถึงกลยุทธ์สำคัญของ SC ในการสร้างยอดขายและความแตกต่างของสินค้า คือการต่อยอดแนวคิด “Live and Learn Home บ้านที่สร้างจากชีวิตจริง” โดยมุ่งให้การพัฒนาที่อยู่อาศัยเป็นแบบ Individual-Centric หรือเริ่มจากความต้องการของผู้อยู่อาศัยจริง ก่อนนำมาพัฒนาเป็นแบบบ้าน ฟังก์ชัน และพื้นที่ใช้สอย
บริษัทดำเนินการทั้งการสำรวจวิจัยประสบการณ์ของลูกบ้าน การให้ผู้บริหารลงพื้นที่เยี่ยมชมความเป็นอยู่จริง รวมถึงรับฟังคำติชมจาก Call Center เพื่อนำข้อมูลมาแปลงเป็นโซลูชันใหม่ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมการอยู่อาศัยที่เปลี่ยนแปลงไป
นายณัฏฐกิตติ์กล่าวว่า แนวคิดดังกล่าวถูกนำไปพัฒนาเป็นแบบบ้านใน 19 โครงการ ครอบคลุม 5 แบรนด์ ได้แก่ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด, บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์, บางกอก บูเลอวาร์ด, เวนิว ไอดี และเดอะ พาวิลเลียน

ฟังก์ชันที่พัฒนาขึ้นจาก Insight ได้แก่ Double Living ซึ่งปรับเปลี่ยนการใช้งานได้, Equitable Bedroom ห้องนอนพี่น้องที่มีขนาดเท่ากัน, Secondary Pantry พื้นที่อเนกประสงค์ชั้น 2, His & Her Walk-in Closet รวมถึง Cinematic Space และ Open Space Living ที่เพิ่มความโปร่ง เชื่อมต่อพื้นที่ภายในกับธรรมชาติ และเปิดให้สมาชิกครอบครัวสามารถทำกิจกรรมแตกต่างกันในพื้นที่เดียวกันได้
8 ซีรีส์ใหม่ 19 ทำเล รับกำลังซื้อโค้งท้าย
สำหรับแคมเปญ “Live and Learn Home” ในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปี SC เตรียมเปิดตัวบ้าน 8 ซีรีส์ใหม่ใน 19 ทำเล ครอบคลุมแบรนด์ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด, บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์, บางกอก บูเลอวาร์ด และ เวนิว โดยปัจจุบันเปิดตัวแล้ว 4 ซีรีส์ ได้แก่ Cape Dutch Revival, Modern Tropical, Pause Series และ Mid-Century Modern
แนวทางดังกล่าวเป็นการเปลี่ยนจากการพัฒนาแบบบ้านที่ใช้ซ้ำในหลายโครงการ มาเป็นการออกแบบที่คำนึงถึงพฤติกรรมของลูกค้าและบริบทของแต่ละทำเล เพื่อให้บ้านสามารถปรับเปลี่ยนตามรูปแบบชีวิตที่เปลี่ยนไป
หนึ่งในตัวอย่างคือบ้านแฝดในย่านราชพฤกษ์ ซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมาและทำยอดขายได้ประมาณ 450 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย ขณะที่ช่วงปลายปียังมีการเปิดตัวแบบบ้านและโครงการใหม่ในทำเลสำคัญ เช่น บางนา รามอินทรา วิภาวดี-สะพานใหม่ มอเตอร์เวย์พระราม 9 และถนนวิทยุ
ใช้การตลาด กระตุ้นลูกค้าตัดสินใจ
นอกจากการพัฒนาสินค้า SC ยังวางแผนจัดกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่องในช่วง 4 เดือนสุดท้าย เพื่อสร้างแรงกระตุ้นให้กับลูกค้าที่อยู่ระหว่างการตัดสินใจซื้อ โดยเชื่อมการสื่อสารแบรนด์เข้ากับแนวคิด Live and Learn Home ผ่าน Music Marketing และเพลง “Live & Learn”
แกนหลักของการสื่อสารคือการสะท้อนว่า “ชีวิตเปลี่ยน บ้านก็ต้องเปลี่ยนตาม” จากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของแต่ละครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นการทำงานจากบ้าน การเลี้ยงลูก การใช้พื้นที่ร่วมกัน หรือการเปลี่ยนแปลงของสมาชิกในครอบครัว
SC จึงวาง Live and Learn Home ไม่ใช่เพียงแคมเปญการตลาด แต่เป็นแนวทางที่เชื่อมตั้งแต่การศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค การออกแบบสินค้าและ Space Design ไปจนถึงประสบการณ์การอยู่อาศัย โดยหวังสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าและเพิ่มความมั่นใจในการตัดสินใจซื้อ ซึ่งจะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการผลักดันยอดขายและการปิดโครงการในช่วงโค้งสุดท้ายของปี