กฟผ.ลุย SMR 300 MW ลุ้นจ่ายไฟใน 10 ปี เทงบอัปเกรด Grid รับ Data Center
“นรินทร์” เผย กฟผ. ตั้งหน่วยงานเฉพาะเดินหน้าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก เตรียมความพร้อมเทคโนโลยี-กฎหมาย เร่งขยายระบบส่งรับ Data Center
นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่าเดินหน้าศึกษาและพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ SMR (Small Modular Reactor) ซึ่งถูกบรรจุไว้ในร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย หรือ PDP 2026 โดยได้จัดตั้งหน่วยงานเฉพาะขึ้นมารับผิดชอบ พร้อมนำข้อมูลและผลการศึกษาจากโครงการนิวเคลียร์เมื่อประมาณ 10 ปีก่อนมาปรับใช้ และทำงานร่วมกับกระทรวงพลังงาน สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ตามกรอบ PDP 2026 คาดว่า SMR จะใช้เวลาประมาณ 10 ปีในการเตรียมความพร้อม ทั้งด้านเทคโนโลยีและกรอบกฎหมาย แม้ต้องการเร่งกระบวนการให้เร็วขึ้น โดยเบื้องต้นกำหนดขนาดกำลังผลิตไว้ประมาณ 300 เมกะวัตต์ (MW) ขณะที่การลงทุนจะพยายามบริหารต้นทุนให้ต่ำที่สุด โดยประเมินว่าราคาลงทุนในช่วงที่จะเริ่มโครงการจริงมีโอกาสปรับลดลง ส่วนวงเงินลงทุนสุทธิจะมีการสรุปในระยะต่อไป
ขณะเดียวกัน จะเร่งยกระดับโครงข่ายไฟฟ้าเพื่อรองรับการเติบโตของ Data Center โดยนายนรินทร์ระบุว่า ปี 2570 จะเป็นปีสำคัญของการอัปเกรดระบบส่งไฟฟ้า โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออก หลังจากช่วงต้นปีที่ผ่านมาเพิ่มความสามารถรองรับการจ่ายไฟแล้ว 550 เมกะวัตต์ คาดว่าสิ้นปีนี้จะเพิ่มเป็น 900 เมกะวัตต์ และปี 2570 จะมีโครงการขยายเพิ่มเติม
ในภาพรวมประเทศ กฟผ.คาดว่าจะเพิ่มความสามารถของระบบได้มากกว่า 1,000 เมกะวัตต์ ทำให้กำลังสะสมเพิ่มเป็นกว่า 2,000 เมกะวัตต์ ผ่านการปรับปรุงโครงข่ายสายส่งหลัก หรือ Main Trunk/Highway จาก 4 เลนเป็น 6 เลน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบย่อย
ด้าน Smart Grid ได้ดำเนินงานตามนโยบายภาครัฐผ่าน 5 เสาหลัก พร้อมจัดตั้งศูนย์พยากรณ์พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Forecast Center) และศูนย์ควบคุมการตอบสนองด้านความต้องการใช้ไฟฟ้า (Demand Response Control Center) เพื่อบริหารความผันผวนของพลังงานหมุนเวียน ขณะที่ระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานติดตั้งแล้วรวม 37 เมกะวัตต์ และมีแผนขยายเพิ่มประมาณ 200 เมกะวัตต์ภายในสิ้นปี 2570
สำหรับงบลงทุนปี 2570 คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 450,000 ล้านบาท โดยรายละเอียดอาจมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม
ทั้งนี้ ในฐานะเจ้าภาพร่วมจัดงาน Gastech 2026 ระหว่างวันที่ 14–17 กันยายน 2569 ที่ไบเทค บางนา ได้นำเสนอทิศทางการพัฒนาระบบพลังงานภายใต้ธีม “Bridging the Next Energy Era” สะท้อนบทบาทการเป็นสะพานเชื่อมจากระบบพลังงานปัจจุบันสู่อนาคต ครอบคลุมทั้งความมั่นคงทางพลังงาน การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานคาร์บอนต่ำ และเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต
หนึ่งในประเด็นสำคัญคือการพัฒนา Grid Modernization การเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าภูมิภาคผ่าน ASEAN Power Grid ตลอดจนการศึกษาเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ เช่น Hydrogen และ Biomass รวมถึง SMR ซึ่ง กฟผ.มองเป็นหนึ่งในทางเลือกพลังงานสะอาดที่มีศักยภาพ
นอกจากนี้ ยังมีส่วนร่วมในการจัด “Electrification Theatre” เวทีแลกเปลี่ยนด้านระบบผลิต ระบบส่ง ระบบจำหน่าย และเทคโนโลยีโครงข่ายไฟฟ้า โดยมุ่งหารือแนวทางพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้มีความมั่นคงและยืดหยุ่น รองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการขยายตัวของ AI และ Data Center ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญของระบบไฟฟ้าไทยในระยะข้างหน้า