ภาษีสหรัฐฯ ยังลุ้น ศุภจี เผย อนุทิน-ทรัมป์ ยังไร้คิวคุย ปิดดีล ART ลุ้นภาษีไม่เกิน 19%
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีทีมไทยแลนด์จะหารือกับทางสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) เพื่อสรุปรายละเอียดสุดท้ายถึงการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนไทย-สหรัฐ (Agreement on Reciprocal Trade : ART) จากเดิมที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในวันที่ 17 กันยายน หรือ 18 กันยายน 2569 นี้
นางศุภจี เปิดเผยว่า ล่าสุดยังไม่มีกำหนดในการพูดคุยและยังไม่มีการยืนยันกำหนดการอย่างเป็นทางการ โดยแนวทางของฝ่ายไทยต้องการให้การเจรจาระดับเจ้าหน้าที่และรายละเอียดของ ART มีความชัดเจนก่อน เพื่อจัดทำข้อมูลและข้อเสนอสำหรับการหารือในระดับผู้นำ
สำหรับการเดินทางของนายกรัฐมนตรีและคณะไปสหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 21–27 กันยายน 2569 ภารกิจหลักคือการเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ที่นครนิวยอร์ก ในฐานะตัวแทนประเทศไทยเพื่อกล่าวถ้อยแถลงและร่วมภารกิจในเวทีระหว่างประเทศ ขณะที่การหารือนอกรอบกับผู้นำสหรัฐฯ ตอนนี้ยังไม่มีกำหนดการอย่างเป็นทางการ
ดังนั้น ในช่วงเวลานี้ “ทีมไทยแลนด์” ยังคงเดินหน้าเจรจา ART ในระดับเจ้าหน้าที่ควบคู่กับการติดตามท่าทีของ USTR อย่างใกล้ชิด โดยโจทย์สำคัญคือการปิดรายละเอียดความตกลงให้ได้ก่อนที่มาตรการ Section 301 จะเดินหน้าสู่ขั้นตอนถัดไป เพื่อจำกัดความเสี่ยงด้านภาษีและรักษาความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ
ขณะเดียวกัน ความคืบหน้าการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทน (Agreement on Reciprocal Trade : ART) ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ซึ่งการเจรจามีความคืบหน้าอย่างมากและเข้าสู่ช่วงท้ายของการหารือ โดยประเด็นสำคัญส่วนใหญ่มีความชัดเจนแล้ว เหลือการปรับแก้ถ้อยคำในร่างความตกลง รวมถึงรายละเอียดบางส่วนที่ทั้งสองฝ่ายยังต้องหารือเพื่อให้ได้ข้อยุติ โดยทีมเจรจายังคงหารือผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ การเร่งปิดดีล ART มีความสำคัญต่อไทย เนื่องจากสหรัฐฯ ต้องการปรับโครงสร้างดุลการค้ากับประเทศคู่ค้า โดยไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญจากการมีดุลการค้ากับสหรัฐฯ ในระดับสูง ขณะที่ฝ่ายไทยมีเป้าหมายสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ โดยต้องการให้อัตราภาษีอยู่ในกรอบที่เคยหารือกัน และไม่สูงกว่าประเทศคู่แข่งในภูมิภาค
สำหรับประเด็นการไต่สวนภายใต้ Section 301 ฝ่ายไทยได้เข้าไปชี้แจงข้อมูลต่อสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) แล้ว โดยเฉพาะข้อสงสัยเกี่ยวกับการบังคับใช้มาตรการด้านแรงงานและโครงสร้างกำลังการผลิตของไทย พร้อมนำข้อมูลและหลักฐานไปประกอบการพิจารณาของฝ่ายสหรัฐฯ
ก่อนหน้านี้ USTR ได้ดำเนินมาตรการภายใต้ Section 301 ต่อหลายประเทศในประเด็นแรงงานบังคับ โดยระบุว่าการไต่สวนมีทั้งการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะและการหารือกับประเทศคู่ค้า ขณะที่ไทยยังต้องติดตามผลการพิจารณาในประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกิน ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่อาจมีผลต่อโครงสร้างภาษีสินค้าจากไทยในตลาดสหรัฐฯ
สำหรับเป้าหมายของไทยในการเจรจา ART คือการพยายามรักษาอัตราภาษีให้อยู่ในกรอบที่เคยหารือกัน และต้องไม่อยู่ในระดับที่ทำให้สินค้าไทยเสียเปรียบประเทศคู่แข่งในภูมิภาค
ซึ่งอัตราภาษีอยู่ที่ 19%
ประเด็นดังกล่าวถือเป็นโจทย์สำคัญของทีมเจรจาไทย เนื่องจากหากอัตราภาษีของไทยสูงกว่าประเทศคู่แข่งมาก อาจกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทย และเพิ่มแรงกดดันต่อภาคการผลิตที่พึ่งพาตลาดสหรัฐฯ
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ยืนยันก่อนหน้านี้ว่า การหารือกับ USTR มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม และทั้งสองฝ่ายได้ข้อสรุปในสาระสำคัญบางส่วนแล้ว โดยให้ทีมเจรจาระดับเทคนิคเดินหน้าสรุปรายละเอียดปลีกย่อยให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด