แพลตฟอร์มอย่าง Deliveree กำลังเปลี่ยนวิธีที่ผู้ประกอบการรายย่อยในไทยขนส่งสินค้า และกำลังเปลี่ยนสมการการอยู่รอดของธุรกิจกลุ่มนี้ในเวลาเดียวกัน
หกโมงครึ่งของเช้าวันธรรมดา ก่อนแดดจะเริ่มแผดเผาย่านบางนา สมศักดิ์ เจริญยนต์ ยืนอยู่หน้าประตูม้วนของร้านที่มีชื่อเดียวกับตัวเขา “ส.เจริญยนต์ อะไหล่ และอู่ซ่อมรถ” ตั้งอยู่บนถนนสายนี้มาเกือบยี่สิบปี นานพอที่ช่างซ่อมรถรุ่นเก๋าแถวนั้นเรียกเขาด้วยชื่อเล่น ภายในร้านมีของกองสูงจรดเพดาน ทั้งเครื่องยนต์ แบตเตอรี่ พาเลตยางรถยนต์ ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตเขา และก็เป็นสิ่งที่ทำให้เขานอนไม่หลับในหลายๆ คืนเช่นเดียวกัน

เกือบยี่สิบปีที่ผ่านมา การส่งของแต่ละครั้งของสมศักดิ์มีอยู่แค่สองทางเลือก ทางเลือกแรกคือส่งลูกน้องสองคนออกไปกับรถกระบะคันเก่าของร้าน ซึ่งหมายความว่าเขาต้องเสียแรงงานไปครึ่งวัน ทางเลือกที่สองคือรอคนขับฟรีแลนซ์คนไหนก็ได้ที่บังเอิญรับสาย “บางวันไม่มีใครมาเลย ลูกค้าที่ชลบุรีรอของอยู่ ผมยืนโทรอยู่ตรงนี้ โทรแล้วโทรอีก” เขาเล่า
ปัญหาที่ธุรกิจหนึ่งรายจะขนของจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งโดยไม่ต้องมีรถเป็นของตัวเอง คือพันธกิจที่บริษัทชื่อ Deliveree ใช้นำทางในการสร้างธุรกิจเพื่อแก้ไขปัญหานี้ ชื่อนี้อาจไม่คุ้นหูกับคนทั่วไปนัก เพราะเป็นที่รู้จักกับพนักงานโกดังสินค้ามากกว่า แพลตฟอร์มนี้เปิดให้บริการเรียกรถได้ตามต้องการ ตั้งแต่มอเตอร์ไซค์ รถเก๋งทั่วไป ไปจนถึงรถบรรทุกหกล้อและสิบล้อ และจ่ายค่าขนส่งตามการใช้งานจริงเท่านั้น ก่อตั้งเมื่อปี 2015 ปัจจุบันดำเนินธุรกิจในไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ด้วยเงินทุนจากนักลงทุนกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ Deliveree เป็นหนึ่งในผู้เล่นหลายรายที่แข่งขันกันอยู่ในตลาดกลุ่มนี้ สิ่งที่ Deliveree และคู่แข่งขายจริงๆ หากตัดคำโฆษณาออกไป ก็คือการช่วยลดต้นทุนคงที่ให้ผู้ประกอบการนั่นเอง
Deliveree เองก็อยากชัดเจนว่าเราต่างจากแอปส่งของที่คนไทยส่วนใหญ่คุ้นเคย อย่างแอปสั่งก๋วยเตี๋ยวหรือส่งพัสดุชิ้นเล็กๆ “Deliveree เกิดมาเพื่อธุรกิจโดยเฉพาะ ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีตั้งแต่วันแรก ทุกสิ่งที่เราทำจึงมุ่งตอบโจทย์ธุรกิจทุกขนาด” นงค์นาถ ใจพล ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของบริษัทกล่าว “ความเป็นแพลตฟอร์มเพื่อธุรกิจอยู่ใน DNA ของเรา นั่นทำให้เราต่างจากแอปฯ อื่นๆ ในตลาดแมสสำหรับลูกค้าทั่วไปอย่าง Grab และ Lalamove” แต่นี่ก็คงเป็นแค่เพียงการกำหนดตำแหน่งแบรนด์ที่ฝ่ายการตลาดถูกจ้างมาให้ทำ ส่วนว่ามันมีความหมายจริงกับผู้ประกอบการแค่ไหน คำตอบคงไม่ได้อยู่ในห้องประชุม แต่อยู่ที่หน้าประตูม้วนในย่านบางนามากกว่า
เรื่องนี้จะมีความหมายมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นใคร สำหรับ SME ไทยกว่า 3.2 ล้านราย คิดเป็นเกือบเก้าในสิบของธุรกิจทั้งหมดในประเทศ และเป็นแหล่งจ้างงานหลักของแรงงานไทยส่วนใหญ่ รถบรรทุกที่จอดเฉยห้าวันต่อสัปดาห์คือเงินที่รั่วไหลออกไปเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับสินค้าที่ไม่เคยไปถึงมือลูกค้าสักที
ภัทริตา ชัยสิทธิ์ เข้าใจปัญหานี้เป็นอย่างดี เธอเป็นเจ้าของร้านฟ้าใส คอฟฟี่ ร้านกาแฟในปทุมธานีที่คั่วและปรุงรสเมล็ดกาแฟเองก่อนส่งให้ลูกค้าทั่วประเทศ หลายปีก่อนเธอมีรถกระบะตู้ทึบส่งของเป็นของตัวเอง “มันจอดอยู่ในซอยเฉยๆ เกือบทั้งสัปดาห์ แต่เรายังต้องจ่ายค่ารถ ค่าดูแลรักษาอยู่ดี” เธอเล่า ทุกวันนี้เธอจองรถตามที่ต้องการใช้งานในแต่ละวันผ่านมือถือ แตะไม่กี่ครั้งก็ได้มอเตอร์ไซค์หรือรถเก๋งมาเคลียร์ออเดอร์ออนไลน์ของเช้าวันนั้น จองรถคันใหญ่ขึ้นเมื่อมีงานจัดเลี้ยงช่วงสุดสัปดาห์ และเรียกรถบรรทุกเมื่อต้องส่งออเดอร์จำนวนมากเป็นครั้งคราว แอปฯ ทั้งบนมือถือ Android และ iPhone กลายเป็นเครื่องมือประจำวันของผู้ประกอบการรายย่อยแบบเธอไปโดยไม่รู้ตัว เป็นสิ่งที่บอกปากต่อปากในหมู่เจ้าของร้านมากกว่าจะเจอผ่านโฆษณา เธอยอมรับตรงๆ ว่ามันไม่ได้ถูกกว่าเสมอไป “ถ้าเอาทุกเที่ยวมาบวกกันเทียบกับมีรถเป็นของตัวเอง บางเดือนก็พอๆ กัน แต่เราไม่ต้องมีรถจอดนิ่งตอนไม่มีงาน ไม่ต้องจ่ายเงินเดือนคนขับ ตรงนี้แหละที่สำคัญสำหรับเรา เราไม่ต้องจ่ายเงินให้กับสิ่งที่ไม่ได้ใช้อีกต่อไป”

ความยืดหยุ่นนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย และภัทริตาก็เข้าใจมันดี ในวันหยุดยาวที่คนใช้บริการเยอะ รถว่างจะน้อยลงและราคาก็อาจสูงขึ้นตามความต้องการการใช้รถ เธอต้องยอมในเงื่อนไขของระบบที่ควบคุมไม่ได้ แต่นั่นเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่เธอเลือกแล้วว่าคุ้มค่า อย่างไรก็ตามไม่ใช่ว่าเจ้าของธุรกิจทุกคนจะคิดเหมือนกัน
สำหรับสมศักดิ์ สิ่งที่เขาให้ความสำคัญไม่ใช่เรื่องของการใช้งานรถที่คุ้มค่า แต่เป็นเรื่องของเวลามากกว่า เขาเล่าว่า Deliveree จะส่งคนมาช่วยยกของหนักเพิ่มให้ และคนขับก็ช่วยถือเอกสารส่งของ เก็บลายเซ็นลูกค้า แล้วนำเอกสารที่เซ็นกลับมาส่งที่ร้าน งานจุกจิกแบบนี้เมื่อก่อนต้องเสียเวลาพนักงานเขาไปครึ่งวัน ทางบริษัทระบุว่าทุกการจัดส่งมีประกันสินค้าเป็นมาตรฐานอยู่แล้ว พร้อมตัวเลือกอัปเกรดความคุ้มครองเพิ่มเติม และธุรกิจที่อัปเกรดเป็นบัญชีธุรกิจ (Business Account) จะได้รับใบแจ้งหนี้แบบรายเดือน พร้อมเงื่อนไขการชำระเงินที่ยืดหยุ่นตั้งแต่ 30 ถึง 90 วัน
ประเด็นสุดท้ายนี้อาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่กลับมาช่วยแก้ไขปัญหาที่มีอยู่จริง เพราะในช่วงสามปีที่ผ่านมา สินเชื่อจากธนาคารใหญ่ที่ปล่อยให้ SME ไทยลดลงอย่างเห็นได้ชัด ร้านกาแฟเล็กๆ หรืออู่ซ่อมรถอิสระแบบนี้แหละคือลูกค้าที่สถาบันการเงินหลายแห่งมองว่ามีความเสี่ยงสูงในการปล่อยสินเชื่อ การที่แพลตฟอร์มโลจิสติกส์ยอมให้เครดิตแบบนี้อาจถือเป็นการแย่งชิงลูกค้า แต่ผลลัพธ์ที่เกิดกับกระแสเงินสดของร้านก็ไม่ต่างกัน
ทั้งหมดนี้ไม่ใช่การปฏิวัติวงการ และคงไม่เป็นธรรมกับสมศักดิ์และภัทริตาถ้าจะบอกว่ามันยิ่งใหญ่ขนาดนั้น พวกเขายังคงเป็นผู้ประกอบการรายย่อยในตลาดที่ไม่ปรานีใคร ต้องนับทุกบาททุกสตางค์ สิ่งที่เปลี่ยนไปนั้นอาจเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่จับต้องได้จริงสำหรับพวกเขา นั่นคือรถมาเมื่อเรียก บิลรอจ่ายได้จนกว่าเงินจะเข้า และความไม่แน่นอนแบบเดิม ๆ เบาบางลง สำหรับธุรกิจที่กำไรบางเฉียบ นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กเลย บางครั้งมันคือเส้นแบ่งระหว่างเดือนที่ดีกับเดือนที่แย่