พิพัฒน์ ยันรัฐไม่ยอมเสียค่าโง่ 4 พันล้าน เร่งหาต้นตอปัญหาความหนาแน่นวัสดุถมใต้ทะเล ส่งมอบพื้นที่ท่าเรือ F ไม่ได้ พร้อมเดินหน้านโยบายปิดคลองเตย 100% ย้ายขนส่งไปแหลมฉบัง
เมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2569 ที่ท่าเรือแหลมฉบัง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึง ความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ว่า สำหรับประเด็นปัญหาการส่งมอบพื้นที่โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 ขอชี้แจงว่า ปัจจุบันอยู่ในไทม์ไลน์เร่งด่วนของการแก้ไขปัญหาทางเทคนิค เรื่องค่าความหนาแน่น (Density) ของชั้นดินใน 2 ส่วนที่ไม่เท่ากัน ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ โดยอยู่ระหว่างการหารือร่วมกับบริษัทที่ปรึกษา ผู้ออกแบบ ผู้รับเหมา และผู้รับสัมปทาน เพื่อหาข้อสรุปให้มีความหนาแน่นใกล้เคียงกันที่สุด
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กรณีภาคเอกชนยื่นข้อเรียกร้องค่าเสียหายและค่าชดเชยสูงถึง 4,000 ล้านบาทนั้น ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่ได้มีการเจรจา และรัฐบาลจะไม่ยอมเสียค่าโง่ในเรื่องนี้อย่างแน่นอน
ทั้งนี้ได้มอบหมายให้การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ไปตรวจสอบจุดเริ่มต้นของความผิดพลาดอย่างละเอียดว่าเกิดจากฝ่ายใด เพื่อกำหนดผู้รับผิดชอบและหาแนวทางส่งมอบพื้นที่ให้โครงการเดินหน้าต่อไปได้ เนื่องจากเป็นโครงการที่เป็นหัวใจสำคัญของประเทศ
ผู้สื่อข่าว รายงานว่า โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 มีการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) และกลุ่มกิจการร่วมค้า กลุ่ม GPC (ประกอบด้วย บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) บริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด (PTT TANK) บริษัท ไชน่า ฮาร์เบอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด) เป็นคู่สัญญาร่วมกัน
โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินงานการก่อสร้างทางทะเล ที่ติดปัญหาข้อกำหนดทางวิศวกรรมเกี่ยวกับค่าความหนาแน่นสัมพัทธ์ (Relative Density) ของวัสดุถมใต้ระดับน้ำในพื้นที่ท่าเทียบเรือ F ซึ่งเป็นประเด็นข้อพิพาทในสัญญาร่วมลงทุน และ ทำให้ไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ได้
ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ ได้ยืนยันว่าในส่วนของนโยบายการปิดท่าเรือกรุงเทพ (คลองเตย) เพื่อย้ายกิจกรรมการขนส่งไปยังท่าเรือแหลมฉบังนั้น รัฐบาลมีเป้าหมายที่จะปิดการดำเนินงานท่าเรือกรุงเทพให้ได้ 100% หากสามารถทำได้ เพื่อนำพื้นที่ดังกล่าวมาพัฒนาเชิงพาณิชย์ สร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่ กทท. มากกว่าในปัจจุบัน
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามหากมีความจำเป็นต้องคงพื้นที่บางส่วนไว้ เช่น การขนส่งสินค้าประเภทอาหารสดหรือผลไม้สดที่ต้องการความรวดเร็ว ก็จะทำการศึกษาเป็นรายกรณี โดยได้สั่งการให้ประธานบอร์ดและรักษาการผู้อำนวยการ กทท. ไปสืบค้นเจตนารมณ์ดั้งเดิมของการก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบังว่าจัดสร้างขึ้นเพื่อรวบรวมการขนส่งทั้งหมดหรือเพื่อแบ่งเบาภาระของท่าเรือคลองเตยได้อย่างไร
นายพิพัฒน์ กล่าวว่าสำหรับไทม์ไลน์การบริหารจัดการชุมชนรอบท่าเรือกรุงเทพทั้ง 26 ชุมชน นั้น ในเบื้องต้นทางชุมชนไม่ได้ขัดข้องในการย้ายพื้นที่ แต่ กทท. จะต้องสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ทดแทนให้ และดำเนินการย้ายเป็นเฟสๆ ซึ่งต้องใช้เวลาในการก่อสร้างอาคารและดำเนินการเคลื่อนย้าย โดยนโยบายนี้จะเริ่มขึ้นในรัฐบาลปัจจุบัน ส่วนความสำเร็จอาจเห็นผลในรัฐบาลนี้หรือรัฐบาลถัดไปตามกรอบเวลาที่เหมาะสม