กรมทรัพย์สินทางปัญญาเดินหน้า “Art Universe” เชื่อมศิลปินไทยสู่ตลาดโลก นำผลงานกว่า 300 ชิ้นต่อยอดเชิงพาณิชย์ ก่อนบุกเวที Kiaf SEOUL 2026 สาธารณรัฐเกาหลี ดันผลงานศิลปินไทยขายมูลค่าสูงสุด 1.6 ล้านบาท ชี้ “Art to Asset” เปลี่ยนงานสร้างสรรค์เป็นทรัพย์สินทางปัญญา สร้างมูลค่าเศรษฐกิจรวมกว่า 100 ล้านบาท

​นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยสามารถนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้ประโยชน์และต่อยอดเชิงพาณิชย์ เป็นแนวนโยบายหลักของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการของไทย

พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงตลาดใหม่ๆ และสร้างรายได้จากทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นรูปธรรม กรมฯ จึงเดินหน้าสร้างพื้นที่ให้ศิลปินและนักสร้างสรรค์ไทยได้แสดงศักยภาพ เชื่อมโยงตลาดและเครือข่ายภาคธุรกิจ ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องในภาคอุตสาหกรรมศิลปะสามารถบริหารจัดการ ปกป้องสิทธิ และนำผลงานไปต่อยอดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นางอรมน กล่าวว่า ภายใต้โครงการ Art Universe กรมฯ ได้ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน เปิดพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะของศิลปินไทยหลากหลายรุ่น ณ Cloud 11 เมื่อเดือนส.ค.ที่ผ่านมา

โดยรวบรวมผลงานกว่า 300 ชิ้น จากศิลปินชั้นครูระดับตำนาน เช่น อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี อาจารย์ทวี รัชนีกร เป็นต้น ไปจนถึงศิลปินรุ่นใหม่และศิลปินระดับโลกอย่าง Molly (Crybaby), MACKCHA, KARMS, SUNTUR และศิลปินหน้าใหม่อีกมากมาย

พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายนักสะสมและภาคธุรกิจ ตลอดจนเปิดเวทีเรียนรู้แนวทางการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและการนำผลงานไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ก่อนต่อยอดโอกาสศิลปินไทยสู่ตลาดต่างประเทศ ในงาน “Kiaf SEOUL 2026” ระหว่างวันที่ 2 – 6 ก.ย. 2569 ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งการจัดกิจกรรมทั้งที่ประเทศไทยและสาธารณรัฐเกาหลี สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 100 ล้านบาท

​ทั้งนี้ งาน Kiaf SEOUL ถือเป็นมหกรรมศิลปะนานาชาติที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงระดับโลก ซึ่งเปิดโอกาสให้ศิลปินและแกลเลอรีชั้นนำจากนานาประเทศได้เข้าร่วม เพื่อนำเสนอผลงานต่อกลุ่มนักสะสม ผู้เชี่ยวชาญ และผู้สนใจงานศิลปะจากทั่วโลก

การเข้าร่วมงานในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญของศิลปินไทยในการสร้างการรับรู้ในระดับนานาชาติ และขยายเครือข่ายในแวดวงศิลปะ พร้อมต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจในอนาคต โดยผลงานของศิลปินไทยที่นำไปจัดแสดงได้รับความสนใจจากผู้ชมและนักสะสมเป็นอย่างมาก

อาทิ ผลงาน “BETTER BOAT” ของคุณนิสา ศรีคําดี (MOLLY) สร้างมูลค่าสูงถึง 1.6 ล้านบาท ผลงาน “Score Changes, Love Doesn’t คะแนนเปลี่ยน รักไม่เปลี่ยน” ของ คุณวิศุทธิ์ พรนิมิตร มูลค่า 1.5 ล้านบาท ผลงานชุด “The Roommate 01” และ “The Roommate 02” คุณธรรมธัช สายทอง (KARMS) มูลค่าชิ้นละ 6.5 แสนบาท ผลงาน “Carousel Girl” และ “Duality” ของ คุณวิษณุพงษ์ หนูนันท์ มูลค่าชิ้นละ 3.5 แสนบาท เป็นต้น

ผลตอบรับดังกล่าวไม่เพียงสะท้อนมูลค่าของผลงานศิลปะไทย แต่ยังแสดงให้เห็นว่า เมื่อทรัพย์สินทางปัญญาถูกบริหารจัดการอย่างเหมาะสม ผลงานสร้างสรรค์สามารถก้าวจากเวทีศิลปะไปสู่ตลาดและสร้างมูลค่าทางธุรกิจในระดับสากลได้

​อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวเสริมว่า การดำเนินโครงการ “ART UNIVERSE” เป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสในการนำทรัพย์สินทางปัญญามาต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การเปิดเวทีในประเทศให้ศิลปินได้พบปะและเชื่อมโยงกับตลาดและภาคธุรกิจ ไปจนถึงการนำผลงานสร้างสรรค์ไทยออกสู่ตลาดระดับสากล

โดยความสำเร็จดังกล่าวเกิดขึ้นควบคู่กับการยกระดับและเตรียมความพร้อมให้กับนักสร้างสรรค์ไทย ผ่านการเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการสิทธิและการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะแนวคิด “Art to Asset” ที่ช่วยให้ศิลปินและผู้ประกอบการในแวดวงศิลปะมองเห็นคุณค่าของผลงานในฐานะทรัพย์สินทางปัญญา และสามารถบริหารจัดการสิทธิเพื่อนำไปต่อยอดเป็นมูลค่าทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

​กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะเดินหน้าส่งเสริมให้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มมูลค่า
งานศิลปะอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย ทั้งในด้านการคุ้มครองสิทธิ การให้ความรู้และคำปรึกษา การส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญา

ตลอดจนการเชื่อมโยงศิลปินกับภาคธุรกิจและตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้ผลงานสร้างสรรค์ไทยได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสมมีพื้นที่ในการแสดงศักยภาพ และสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน นางอรมน กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน