ขรก.เฮ! บัญชีกลาง เปิดทางเลือก ‘บัตรทอง’ ย้ำเกณฑ์เบิกค่ายายังไม่บังคับ
นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรม บัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางเดินหน้าผลักดันร่างแก้ไขพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ซึ่งปัจจุบันผ่านขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นต่อสาธารณะ (Public Hearing) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยพบว่าผู้เกี่ยวข้องส่วนใหญ่เห็นด้วยกับประเด็นที่จะแก้ไข จากเดิมที่กฎหมายกำหนดให้ข้าราชการต้องใช้สิทธิรักษาพยาบาลของข้าราชการเป็นลำดับแรก
นางแพตริเซียกล่าวว่า ร่างใหม่จะเปิดโอกาสให้ข้าราชการเลือกใช้สิทธิได้ตามความสมัครใจ ระหว่างสิทธิข้าราชการกับสิทธิบัตรทอง เพื่อเพิ่มทางเลือกและความยืดหยุ่น นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ข้าราชการเป็นผู้กำหนดสิทธิการใช้สวัสดิการของบุคคลในครอบครัวตามความสมัครใจ โดยหากไม่ให้สิทธิ บุคคลในครอบครัวอาจเลือกใช้สิทธิอื่น เช่น สิทธิบัตรทองหรือประกันสังคมแทนได้
“สมมุติว่าเขาไม่อยากใช้สิทธิข้าราชการ แต่เขาไปใช้สิทธิบัตรทองก็ได้ ซึ่งก็จะเป็นการเพิ่มทางเลือกให้เขา เพราะบางเรื่องบัตรทองอาจจะได้สิทธิดีกว่า อันนี้เป็นเสียงของข้าราชการที่สะท้อนมา เราก็ดำเนินการตามนั้น เรื่องสิทธิของคนในครอบครัวก็เช่นกัน ข้าราชการบอกว่าอยากเป็นคนกำหนดสิทธิว่า คนนี้ให้ คนนี้ไม่ให้ เพราะที่ผ่านมามันเคยมีจริง ๆ กรณีที่เขาไม่อยากให้สิทธิกับบุคคลในครอบครัว” นางแพตริเซียกล่าว
นางแพตริเซียกล่าวว่า อย่างไรก็ดี สำหรับหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่ายา ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการสอบทานและรับฟังความคิดเห็นจากสถานพยาบาลและผู้เกี่ยวข้อง โดยยังไม่มีการกำหนดวันเริ่มบังคับใช้อย่างเป็นทางการ และไม่ใช่วันที่ 1 มกราคม 2570 ตามที่มีกระแสข่าว
ส่วนการเบิกจ่ายค่ายา ไม่ได้มีข้อกำหนดห้ามใช้ยาต้นแบบ (Original) แต่เป็นการกำหนดลำดับขั้นตอนและระดับการสั่งใช้ยาตามความเหมาะสมของโรค หากมีความจำเป็นทางการแพทย์ หรือแพทย์ขออนุญาตใช้ยาต้นแบบ ก็ยังสามารถสั่งจ่ายได้ตามขั้นตอนปกติ
นอกจากนี้ ผู้ใช้สิทธิไม่จำเป็นต้องร่วมจ่ายค่ายาต้นแบบทุกรายการ แต่อาจมีส่วนร่วมจ่ายเฉพาะกรณีที่ยาต้นแบบมียาสามัญ (Generic) ซึ่งให้ผลทางการรักษาเทียบเท่ากันเป็นทางเลือก หรือมีราคาสูงกว่าอัตราเบิกจ่ายที่กรมบัญชีกลางกำหนด
นางแพตริเซียกล่าวว่า การแก้ไขกฎหมายครั้งนี้มุ่งเน้นการปลดล็อกอุปสรรคในการใช้สิทธิของข้าราชการเป็นสำคัญ ส่วนการลดงบประมาณสวัสดิการถือเป็นผลพลอยได้ ซึ่งจะต้องดำเนินการควบคู่กับมาตรการอื่น ๆ
“หลายฝ่ายมองว่าการแก้ไข พ.ร.ฎ. ครั้งนี้อาจลดงบฯ สวัสดิการข้าราชการได้ไม่มาก ซึ่งก็ขอชี้แจงว่าการแก้ไขกฎหมายในครั้งนี้ การลดงบฯ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่สุด เพราะการจะลดงบให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราคงต้องทำหลายเรื่องไปพร้อมกัน อย่างค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป แต่สิ่งสำคัญในครั้งนี้คือ กฎเกณฑ์ที่มีอยู่มันเป็นอุปสรรคสำหรับข้าราชการทั่วไป เราจึงต้องหยิบมาดูและแก้ไข” นางแพตริเซียกล่าว