เผย YouTube กว่า 9 หมื่นช่องในไทยที่มีผู้ติดตามเกิน 1 หมื่นคน โตต่อเนื่องทั้งวิดีโอสั้นและคอนเทนต์บนจอทีวี พร้อมเดินหน้าดึงครีเอเตอร์เชื่อมแบรนด์-ผู้บริโภค-อีคอมเมิร์ซ เปิดบริการจับคู่แบรนด์กับครีเอเตอร์และช้อปปิ้งบน YouTube เชื่อม Shopee-Lazada ชี้คอนเทนต์ครีเอเตอร์ช่วยเพิ่มผลลัพธ์จากโฆษณาได้สูงสุด 30% และความตั้งใจซื้อสูงสุด 40%
นายราฟาเอล ซิสโลว์สกี Country Manager, Google ประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลอด 12 ปีที่ผ่านมา YouTube ในประเทศไทยเติบโตจากแพลตฟอร์มวิดีโอไปสู่ศูนย์กลางของวัฒนธรรม การเชื่อมโยงผู้คน และคอมเมิร์ซ โดยพฤติกรรมของผู้บริโภคในการรับชม มีส่วนร่วม และตัดสินใจซื้อเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ขณะที่ครีเอเตอร์ แบรนด์ และเอเจนซีมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนระบบนิเวศดังกล่าว
ปัจจุบันประเทศไทยมีช่อง YouTube มากกว่า 90,000 ช่อง ที่มีผู้ติดตามเกิน 10,000 คน และมีช่องใหม่ที่เข้าสู่กลุ่มดังกล่าวเพิ่มขึ้นประมาณ 1,000 ช่องต่อเดือน ขณะที่การอัปโหลดวิดีโอ YouTube Shorts เพิ่มขึ้น 85% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนการเติบโตของคอนเทนต์รูปแบบสั้นและรูปแบบความบันเทิงใหม่ โดยเฉพาะ “Micro Drama” หรือการเล่าเรื่องแบบเป็นตอน
นายราฟาเอลกล่าวว่า YouTube มองการเติบโตของแพลตฟอร์มผ่าน 3 ด้านหลัก ได้แก่ วัฒนธรรม (Culture) การเชื่อมโยงผู้คน (Connection) และคอมเมิร์ซ (Commerce)
โดยด้านวัฒนธรรม ความสนใจของผู้ชมไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกระแสระยะสั้น แต่เป็นประสบการณ์ที่ผู้ชมใช้เวลาอยู่กับคอนเทนต์และต่อยอดไปสู่ความสนใจในเรื่องอื่นๆ เช่น เพลง กีฬา และคอนเทนต์จากครีเอเตอร์
ขณะเดียวกัน YouTube บน Connected TV หรือ CTV สามารถเข้าถึงผู้ใหญ่ในประเทศไทยมากกว่า 13 ล้านคน โดยเป็นรูปแบบที่สามารถเข้าถึงสมาชิกหลายคนในครอบครัวผ่านหน้าจอโทรทัศน์ และช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างการรับรู้และการจดจำแบรนด์
ด้านการเชื่อมโยงผู้คน นายราฟาเอลกล่าวว่า จุดแข็งสำคัญคือความสัมพันธ์ระหว่างผู้ชมกับครีเอเตอร์ โดย 40% ของยอดรับชมวิดีโอเกิดขึ้นหลังจากเผยแพร่ไปแล้ว 1 เดือน สะท้อนอายุของคอนเทนต์บน YouTube ที่สามารถสร้างการรับชมได้ต่อเนื่องในระยะยาว
พร้อมกันนี้ YouTube ได้เปิดตัว YouTube Creator Partnerships ในประเทศไทย เพื่อช่วยให้แบรนด์และเอเจนซีค้นหา ร่วมงาน และนำคอนเทนต์จากครีเอเตอร์ไปใช้กับแคมเปญผ่าน Google Ads และ DV360
โดยข้อมูลภายในของ YouTube ระบุว่า การใช้โฆษณาที่มีคอนเทนต์จากครีเอเตอร์สามารถเพิ่ม Conversion Lift หรือ การวัดผลต่างของยอดขายระหว่างกลุ่มที่เห็นโฆษณากับกลุ่มควบคุมที่ไม่เห็นโฆษณาได้สูงสุด 30% และเพิ่ม Purchase Intent หรือ กระบวนการที่มีการวางแผนจะซื้อสินค้าหรือบริการได้สูงสุด 40%
สำหรับด้านคอมเมิร์ซ นายราฟาเอลกล่าวว่า ความไว้วางใจที่ครีเอเตอร์สร้างกับผู้ชมมีส่วนสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อ โดย 87% ของผู้ชม Gen Z ในประเทศไทยระบุว่า YouTube ช่วยให้ตัดสินใจซื้อสินค้าได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ขณะที่ YouTube เดินหน้าพัฒนาโซลูชันด้านคอมเมิร์ซเพื่อเชื่อมต่อเส้นทางตั้งแต่การค้นพบสินค้าไปจนถึงการซื้อสินค้า โดยสามารถเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม Shopee และ Lazada ได้
“วันนี้ YouTube กำลังเชื่อมเส้นทางการช็อปปิ้งตั้งแต่การค้นพบสินค้าไปจนถึงการชำระเงินให้ครบวงจร ครอบคลุมทุกรูปแบบคอนเทนต์และบนทุกหน้าจอ เครือข่ายสื่อสำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (Commerce Media Network) ช่วยเชื่อมต่อนักช็อปที่มีความตั้งใจซื้อสูงจากโฆษณาบน YouTube ไปยังหน้าชำระเงินของมาร์เก็ตเพลสได้โดยตรง”
นายราฟาเอลกล่าวและว่า การใช้ข้อมูลเชิงลึกด้านการช็อปปิ้งแบบเรียลไทม์ เช่น สิ่งที่ผู้ใช้กำลังค้นหาหรือเพิ่มลงในตะกร้าสินค้า ทำให้มาร์เก็ตเพลสและแบรนด์สามารถนำเสนอโฆษณาที่ตรงใจผู้ชมมากที่สุดในขณะที่ผู้บริโภคกำลังรับชม YouTube
อย่างไรก็ดี ล่าสุด นีเวีย ประเทศไทย ได้นำร่องใช้โซลูชันโฆษณาแบบครบวงจรที่ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างการรับรู้ไปจนถึงการสร้าง Conversion ซึ่งรวมถึง Commerce Media Network ด้วย แนวทางดังกล่าวประสบความสำเร็จในการผลักดันการเติบโตแบบออมนิแชนเนล (Omnichannel) โดยทำให้ยอดสั่งซื้อทางออนไลน์เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า และช่วยเพิ่มยอดขายทางออฟไลน์ได้ถึง 32%
ชี้ครีเอเตอร์ขับเคลื่อน 3 คัลเจอร์
นายจารุเดช เลิศสุมิตรกุล Community Partner Manager, YouTube Thailand กล่าวว่า ครีเอเตอร์กำลังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนวัฒนธรรม หรือ Culture บน YouTube โดยลักษณะของ “Culture” บนแพลตฟอร์ม YouTube ไม่ได้เป็นเพียงกระแสไวรัลระยะสั้น แต่เป็นประสบการณ์ร่วมที่ผู้ชมให้เวลากับคอนเทนต์และมีส่วนร่วมกับชุมชนของครีเอเตอร์
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือเพลง “Bangkok City” ของ KT Kratae ซึ่งมียอดรับชมมากกว่า 27 ล้านวิว และสามารถต่อยอดไปสู่การแต่งตัวตามสไตล์ในมิวสิกวิดีโอ รวมถึงการเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ เช่น วัดอรุณ สะท้อนการที่คอนเทนต์จากครีเอเตอร์สามารถสร้างแรงกระเพื่อมต่อเนื่องไปสู่คัลเจอร์และการมีส่วนร่วมของผู้ชม
นายจารุเดชกล่าวว่า คัลเจอร์ของ YouTube สามารถแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ ความบันเทิง (Entertainment), พัฒนาตัวเอง (Empowerment) และ E-commerce โดยด้าน Entertainment ยังคงเป็นคอนเทนต์หลักที่คนไทยให้ความสนใจ ทั้งรายการโทรทัศน์ที่มีเวลาในการรับชมบน YouTube เพิ่มขึ้น รวมถึงคอนเทนต์รูปแบบใหม่จากครีเอเตอร์ เช่น เกมโชว์ วาไรตี้ และทอล์กโชว์
นอกจากนี้ คอนเทนต์แนวระทึกขวัญและ คอนเทนต์อาชญากรรมจากเรื่องจริง มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยระยะเวลาการรับชมของคอนเทนต์ประเภทระทึกขวัญ เพิ่มขึ้น 2 เท่า ขณะที่คอนเทนต์ท่องเที่ยวจากครีเอเตอร์มีการนำเสนอในรูปแบบภาพยนตร์และสร้างประสบการณ์เสมือนจริง เช่น ช่อง Go Went Go มีสัดส่วนการรับชมคอนเทนต์ผ่าน TV สูงถึง 75%
ด้าน Empowerment ผู้ชมเข้ามาบน YouTube เพื่อค้นหาพื้นที่สำหรับการเรียนรู้ การพัฒนาตัวเอง และการพูดคุยในประเด็นต่างๆ โดยเฉพาะคอนเทนต์ Podcast ซึ่งได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่ ข้อมูลจากการสำรวจระบุว่า 94% ของ Gen Z ในประเทศไทยมองว่า YouTube เป็นแพลตฟอร์มที่มีคอนเทนต์ Podcast ที่ดีที่สุด
ส่วนด้าน E-commerce นายจารุเดชกล่าวว่า ผู้บริโภคในปัจจุบันไม่ได้มองหาเพียงข้อมูลสินค้า แต่ต้องการ “ความมั่นใจ” ก่อนตัดสินใจซื้อ โดยครีเอเตอร์มีบทบาทในการสร้างความเชื่อมั่นผ่านรีวิวและประสบการณ์การใช้งานสินค้า ซึ่งเป็นรูปแบบคอนเทนต์ที่อยู่บน YouTube มาอย่างต่อเนื่อง
YouTube จึงพัฒนา YouTube Shopping Affiliate Program เพื่อให้ผู้ชมสามารถคลิกดูสินค้าในวิดีโอและเชื่อมต่อไปยัง Shopee และ Lazada ได้ทันที ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์สร้างรายได้จากค่าคอมมิชชัน โดยปัจจุบันมีการแท็กสินค้ามากกว่า 6 ล้านคลิปในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นายจารุเดชกล่าวเพิ่มเติมว่า จุดเด่นอีกด้านของ YouTube คืออายุของคอนเทนต์ที่ยาวนาน โดยครีเอเตอร์สามารถย้อนกลับไปเพิ่มการแท็กสินค้าในวิดีโอเก่า เพื่อสร้างโอกาสในการขายต่อเนื่อง ขณะที่สินค้าที่สามารถนำเสนอผ่าน YouTube มีตั้งแต่เครื่องสำอาง อาหาร ไปจนถึงสินค้าอย่างรถจักรยานยนต์และบ้านน็อกดาวน์
ทั้งนี้ นายจารุเดชมองว่า YouTube กำลังเป็นพื้นที่ที่ คอนเทนต์ ครีเอเตอร์ และคอมเมิร์ซ เชื่อมต่อกัน โดยผู้ชมเข้ามาเพื่อความบันเทิง การเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง ขณะเดียวกันความสัมพันธ์และความไว้วางใจที่เกิดขึ้นระหว่างครีเอเตอร์กับผู้ชมสามารถต่อยอดไปสู่การตัดสินใจซื้อสินค้าได้
ยกย่องแคมเปญสุดยอดแห่งปี “YouTube Works Awards Thailand 2026”
ล่าสุด YouTube ประเทศไทย ได้จัดงานใหญ่ประจำปี “YouTube Works Awards Thailand 2026” งานประกาศรางวัลประจำปี ที่เป็นการรวมตัวกันของผู้นำในอุตสาหกรรม นักการตลาด และพาร์ทเนอร์ ซึ่งผ่านการคัดเลือกโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ภายใต้ความร่วมมือกับ Deloitte ได้แสดงให้เห็นถึงรูปแบบการสร้างสรรค์แนวใหม่ที่ใช้การเล่าเรื่องแบบหลายรูปแบบ และการตลาดแบบ Full Funnel ที่เปลี่ยนการมีส่วนร่วมให้กลายเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจในระยะยาว
โดยรายชื่อผู้ชนะรางวัล YouTube Works Awards Thailand 2026 โดยความร่วมมือกับ Deloitte ในสาขาต่างๆ ได้แก่
รางวัล Best of Thailand
Dettol I It’s Dettol Time พาร์ทเนอร์เอเจนซี: SOUR Bangkok และ Phenomena
รางวัล The Big Bang
Snack Jack Ring I Mother Strike พาร์ทเนอร์เอเจนซี: Digital Next Solutions Co., Ltd. และ Choojai and Friends
รางวัล Multiformat Storytelling
Vivo I vivo V70 พาร์ทเนอร์เอเจนซี: Initiative Thailand, SOUR Bangkok และ HAPPY ENDING FILM
รางวัล Masters of Media
L’Oréal Thailand I L’Oréal Thailand: Scaling an AI-First Media Ecosystem พาร์ทเนอร์เอเจนซี: WPP Media Thailand, L’Oréal Internal และ Wavemaker Partners
รางวัล Best of Festive
Dettol I It’s Dettol Time พาร์ทเนอร์เอเจนซี: SOUR Bangkok และ Phenomena
รางวัล Media Agency of the Year
Digital Next Solutions Co., Ltd.
รางวัล Creative Agency of the Year
SOUR Bangkok
รางวัล Specialty Agency of the Year
Phenomena
โดยผู้ชนะเลิศจาก YouTube Works Awards Thailand จะผ่านเข้าสู่เวที YouTube Works Awards Southeast Asia ซึ่งจะมีการประกาศผลผู้ชนะระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในวันที่ 7 ต.ค. 2569 นี้