กนอ.เผย 9 เดือนขาย-เช่าที่นิคมฯ พุ่ง 6,000 ไร่ ต่างชาติแห่ปักฐาน “ดาต้าเซ็นเตอร์-อิเล็กทรอนิกส์” อัพเดตก่อสร้างท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3 คืบ 33.53%

นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 มูลค่าลงทุนรวมประมาณ 55,400 ล้านบาท มีความคืบหน้าต่อเนื่อง

โดยช่วงที่ 1 ซึ่งเป็นงานโครงสร้างพื้นฐาน การขุดลอกและถมทะเล 1,000 ไร่ ดำเนินการโดยบริษัท กัลฟ์ เอ็มทีพี แอลเอ็นจี เทอร์มินอล จำกัด (GMTP) แล้วเสร็จและส่งมอบพื้นที่ให้ กนอ.เรียบร้อยแล้ว

สำหรับการก่อสร้างท่าเรือก๊าซในแปลง B ซึ่งเอกชนคู่สัญญาเริ่มก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2568 ล่าสุด ณ วันที่ 3 กันยายน 2569 มีความคืบหน้า 33.53% โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพิ่มขีดความสามารถรองรับการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติ และเสริมความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ

ส่วนช่วงที่ 2 ครอบคลุมพื้นที่ท่าเรือสินค้าเหลว แปลง A ขนาด 200 ไร่ และพื้นที่พัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานหรือธุรกิจเกี่ยวเนื่อง แปลง C ขนาด 150 ไร่ รวม 350 ไร่

กนอ.ได้ทบทวนรูปแบบการดำเนินโครงการ โดยเสนอปรับจากการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) มาเป็นการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของ กนอ.ตาม พ.ร.บ.การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ.2522

ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ได้ลงนามเสนอเรื่องถึงสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 และขณะนี้บรรจุเป็นวาระเข้าสู่การประชุม ครม.เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 แล้ว

ขณะที่ นิคมอุตสาหกรรมสมาร์ต ปาร์ก (Smart Park) จ.ระยอง บนพื้นที่กว่า 1,383.76 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม 621.55 ไร่ ได้พัฒนาเป็นนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอัจฉริยะ รองรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

โดยโครงสร้างพื้นฐานหลักทั้งถนน ประปา ระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบไฟฟ้า และระบบสื่อสารใต้ดิน แล้วเสร็จ 100% พร้อมรองรับผู้ประกอบการเข้าลงทุน

ปัจจุบันมีพื้นที่อุตสาหกรรมให้เช่า 70.45 ไร่ และมีพื้นที่จองแล้ว 106.37 ไร่ เหลือพื้นที่ให้เช่า 551.10 ไร่

โดย กนอ.ออกประกาศมาตรการส่งเสริมการเช่าที่ดิน Smart Park ให้สิทธิ ยกเว้นค่าเช่าที่ดิน 2 ปีแรก และยกเว้นค่าบำรุงรักษาสิ่งอำนวยความสะดวก 2 ปีแรก เพื่อเร่งการตัดสินใจลงทุน

นายสุเมธกล่าวว่า ผลดำเนินงาน 9 เดือนแรกปี 2569 กนอ.มียอดขายและเช่าพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศประมาณ 6,000 ไร่ สะท้อนความสนใจลงทุนจากต่างประเทศ

โดยเฉพาะกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เกษตร แปรรูปอาหารและเครื่องดื่ม จากยุโรป จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น

กนอ.จึงเร่งยกระดับสู่ “FDI Acceleration Platform” หรือแพลตฟอร์มเร่งการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ด้วยระบบบริหารข้อมูลลูกค้าและการขายที่ผสาน Salesforce และ AI Agentforce เปิดให้นักลงทุนค้นหาและเปรียบเทียบแปลงที่ดินผ่านระบบ GIS ได้ 4 ภาษา ได้แก่ ไทย อังกฤษ จีน และญี่ปุ่น ตลอด 24 ชั่วโมง

พร้อมเชื่อมโยงระบบ e-PP และ SAP เพื่อให้การออกสัญญาและใบอนุญาตรวดเร็ว โปร่งใส และปลอดภัยตามมาตรฐานสากล

ทั้งนี้ กนอ.จะเร่งขับเคลื่อนในไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 โดยมุ่งยกระดับนิคมอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีและมาตรฐานสากล ควบคู่การดูแลสิ่งแวดล้อมและชุมชน เพื่อรองรับการลงทุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคตในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน