ก.เกษตรฯ ยัน 4 เขื่อนหลักเจ้าพระยายังเอาอยู่ เล็งเสนอโครงการคลองระบายน้ำชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย แก้ปัญหาน้ำท่วมเชิงโครงสร้างในระยะยาว

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัย โดยมี นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน และผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (Smart Water Operation Center) กรมชลประทาน

ทั้งนี้ รมว.สุริยะได้มอบ 4 แนวทางปฏิบัติการสำคัญ ให้กรมชลประทานเฝ้าระวัง และบริหารจัดการน้ำเชิงรุกตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านยุทธศาสตร์ 3 ระยะ “ต้นกัก – กลางหน่วง – ปลายระบาย” เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการป้องกันอุทกภัย การกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง และการปกป้องพื้นที่เศรษฐกิจรวมถึงพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งขณะนี้ฝนตกหนักสะสมจากร่องมรสุมส่งผลให้มีพื้นที่ประสบอุทกภัย 21 จังหวัด

อย่างไรก็ตาม ภาพรวม 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยามีปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ที่ 70% และพยายามหน่วงน้ำไว้ตอนบนให้ได้มากที่สุด พร้อมย้ำชัดว่าปริมาณการระบายน้ำในปีนี้อยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้ และจะไม่รุนแรงเท่ากับวิกฤตอุทกภัยในปี 2554 หรือปี 2565 อย่างแน่นอน นอกจากนี้ ในพื้นที่ทุ่งรับน้ำลุ่มต่ำ 11 ทุ่ง เกษตรกรได้เก็บเกี่ยวข้าวไปแล้วกว่า 90% จึงสามารถรองรับน้ำเพื่อชะลอมวลน้ำได้โดยไม่กระทบต่อผลผลิต

สำหรับการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ตอนกลางและตอนล่าง กรมชลประทานได้ทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในกรอบไม่เกิน 2,000 ลบ.ม./วินาที ควบคู่กับการควบคุมระดับน้ำหน้าเขื่อนไม่ให้เกิน 17.5 ม.รทก. เพื่อปกป้องชุมชนด้านเหนือเขื่อน และได้ออกประกาศแจ้งเตือนพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำล่วงหน้าแล้ว

ขณะที่ลุ่มน้ำป่าสัก ได้ลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เหลือเพียง 25 ลบ.ม./วินาที และตัดยอดน้ำผ่านเขื่อนพระราม 6 อย่างระมัดระวัง เพื่อลดการสมทบทับซ้อนของมวลน้ำ โดยอุปสรรคสำคัญในปัจจุบันมาจากฝนตกสะสมในพื้นที่ท้ายเขื่อน (Side Flow) และแนวโน้มกลุ่มฝนที่จะขยับไปทางภาคตะวันตก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ระดมติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่เสริมกว่า 500 เครื่องทั่วประเทศเพื่อเร่งระบายน้ำขังอย่างเต็มกำลัง

ภายหลังการประชุม นายสุริยะ พร้อมคณะผู้บริหาร ได้เดินทางต่อไปยังประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อติดตามการระบายน้ำออกสู่อ่าวไทยอย่างใกล้ชิด โดยเร่งเดินเครื่องสูบน้ำบริเวณสถานีชายทะเลและเปิดประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ฯ เต็มศักยภาพ ซึ่งช่วยย่อระยะทางการไหลของน้ำจาก 18 กิโลเมตร ให้เหลือเพียง 600 เมตร ลดระยะเวลาเดินทางของน้ำจาก 5 ชั่วโมงเหลือเพียง 10 นาที

โดยอาศัยจังหวะน้ำทะเลลงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำอย่างสูงสุด ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังได้เตรียมขับเคลื่อน การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเชิงโครงสร้างในระยะยาว โดยเตรียมเสนอ “โครงการคลองระบายน้ำชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย” ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อใช้เป็นช่องทางระบายน้ำถาวรช่วยตัดมวลน้ำก่อนเข้าสู่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลอย่างยั่งยืนต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน