ผักแพงรับน้ำท่วม! ราคาพุ่ง 200% ผักชี-กะเพรา แตะ 160บาท/ก.ก. จับตาแม่ค้าส้มตำต้นทุนพุ่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าข่าวสดได้ทำการสำรวจราคาผักสดที่จำหน่ายในตลาดไทยซึ่งเป็นแหล่งค้าส่งผักสดรายใหญ่ของไทย โดยได้สอบถามเจ๊นก ผักสด ซึ่งเป็นเจ้าของร้านค้าส่งผักในตลาดไทย โดยเจ๊นก นางสาวอุ่นเรือน บรรจงทรัพย์ เปิดเผยว่า ปัญหาน้ำท่วมในเขตกรุงเทพมาหนคร และปริมณฑลตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้พื้นที่ปลูกผักสำคัญของไทยในจังหวัดรอบกรุงเทพมาหนครและปริมาณฑล เช่น นครนายก นนทบุรี สุพรรณบุรี อ่างทองถูกน้ำท่วมทำให้ผลผลิตส่วนใหญ่เสียหาย ปริมาณผักที่ออกสู่ตลาดจึงลดลงมากไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด ส่งผลกระทบทำให้ราคาขายส่งผักสดหลายรายการปรับเพิ่มขึ้น 3 เท่าตัว หรือ 200% จากช่วงเวลาปกติ ซึ่งหากจะคิดเป็นราคาขายปลีก แม่ค้าที่ซื้อผักไปขายจะมีการบวกราคาเพิ่มอีกก.ก.ละ10 บาท
สำหรับผักสดรายการสำคัญที่มีราคาขายส่งปรับเพิ่มขึ้นมาก ประกอบด้วย กระเพรา โหรพา และใบแมงลัก ราคาปรับจาก กิโลละ 50บาท เป็น 150 บาท ขายปลีกกิโลกรัมละ 160 บาท, ผักบุ้งจีน ปรับจากกิโลละ 12บาท เป็น 80 บาท ขายปลีกกิโลกรัมละ90 บาท ,ต้นหอม ปรับจากกิโลละ 50บาท เป็น 150 บาท ขายปลีกกิโลกรัมละ160บาท
ผักชี ปรับจากกิโลละ 50 บาท เป็น150 บาท ขายปลีกกิโลกรัมละ 160 บาท, แตงกวา ปรับจากกิโลละ 20บาทเป็น 50 บาท ขายปลีกกิโลกรัมละ 60 บาท และ มะเขือเปราะ ปรับจากกิโลละ20บาท เป็น 60 บาท ขายปลีกกิโลกรัมละ70บาท
เจ๊นกกล่าวว่า ขณะนี้มีผักสดบางรายการที่คาดว่าราคากำลังจะเริ่มปรับเพิ่มขึ้นสูงมาก3เท่าตัวเชนกัน คือ มะละกอดิบ ซึ่งได้รับแจ้งจากเกษตรกรว่าขณะนี้ผลผลิตน้ำท่วมเสียหายจำนวนมากซึ่งจะมีการปรับราคาขายในเร็วๆ นี้ โดยปัจจุบันราคาขายส่งมะละกอดิบอยู่ที่ กิโลกรัมละ 15 บาท อาจจะมีการปรับราคาขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 45บาท ราคาขายปลีกกิโลกรัม 55 บาท เนื่องจากเป็นผักที่ไม่มีผักชนิดอื่นสามารทดแทนได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังพ่อค้า แม่ค้าส้มตำอาจได้รับผลกระทบด้านต้นทุนอย่างมาก เพราะใช้มะละกอดิบเป็นวัตถุดิบหลักในการขายอาหารอาจจะต้องมีการปรับราคาส้มตำขึ้นตามไปด้วย
“ผักสำคัญๆ ปรับราคาขึ้น 3 เท่าตัวจากปัญหาน้ำท่วม ส่วนแนวโน้มในช่วงถัดไปคาดว่าราคาอาจจะทรงๆ เนื่องจากมองว่าปัญหาน้ำท่วมครั้งนี้อาจไม่สะสมยาวนานเหมือนช่วงปี 2554 ซึ่งอาจจะยังไม่ส่งผลกระทบกดดันให้ราคาผักในช่วงเทศกาลกินเจในเดือนต.ค. นี้ปรับเพิ่มขึ้นอีก แต่ก็ต้องรอดูเรื่องฝนด้วยว่าจะตกหนักจนผลผลิตเสียหายเพิ่มเติมอีกหรือไม่”