สศอ.เผยดัชนี MPI เดือน ส.ค.อยู่ที่ 103.43 หลังปรับปรุงโครงสร้างคำนวณเพิ่ม “โน้ตบุ๊ก–Optical Transceiver–ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์” รับกระแสลงทุน AI-Data Center
นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ผลปรับปรุงการจัดทำดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม หรือเอ็มพีไอ (MPI) ให้ครอบคลุมกิจกรรมการผลิตที่เกิดขึ้นใหม่ และสะท้อนโครงสร้างภาคอุตสาหกรรมไทยในปัจจุบันได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้ดัชนี MPI เดือนส.ค.2569 อยู่ที่ระดับ 103.43 ขยายตัว จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.44% มีอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 58.28%
เนื่องจากการเพิ่มเติมผลิตภัณฑ์ที่มีบทบาทสำคัญต่อโครงสร้างการผลิต ได้แก่ เครื่องโน้ตบุ๊กและแล็ปท็อป อุปกรณ์รับ-ส่งสัญญาณแบบออปติคอล (Optical Transceiver) และเครื่องสำรองไฟสำหรับหน่วยประมวลผล รวมถึงเพิ่มกลุ่มตัวอย่างโรงงานที่เปิดดำเนินการใหม่ในกลุ่ม Integrated Circuits และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ จึงมีแรงสนับสนุนจากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดโลก ที่ขยายตัวตามการลงทุนด้าน AI และ Data Center
ในช่วงที่ผ่านมา นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ขับเคลื่อนการปรับปรุงดัชนี MPI ร่วมกับ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุสาหกรรม เพื่อให้ MPI สามารถสะท้อนโครงสร้างภาคอุตสาหกรรมไทยให้เป็นปัจจุบัน ครอบคลุมการลงทุนใหม่ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นใหม่ในตลาดโลก
สำหรับอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลบวกต่อดัชนีผลผลิตเดือนส.ค.2569 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ อุปกรณ์สื่อสาร ขยายตัว 24.41% จากอุปกรณ์ในการรับ/ส่งสัญญาณแบบออปติคอล จากกระแสลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI/Data Center ทั่วโลกที่เติบโตต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งอาจมีการเร่งผลิตเพื่อส่งออกล่วงหน้า เนื่องจากความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ประกอบกับผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เกี่ยวเนื่องมีคำสั่งซื้อปรับตัวเพิ่มขึ้น
ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม ขยายตัว 8.14% จากน้ำมันเครื่องบินและน้ำมันเบนซินที่มีการขยายตัวจากฐานต่ำในปีก่อน เนื่องจากโรงกลั่นบางรายหยุดซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ตามวาระ (Major Turnaround) ในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. 2568
ชิ้นส่วนและแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ขยายตัว 14.55% จาก Printed Circuit Board Assembly (PCBA) เป็นหลัก ตามการขยายตัวของตลาดโลก โดยเฉพาะตลาดสหรัฐฯ ซึ่งมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านนโยบายภาษีนำเข้า