“เอกนิติ” เปิด 4 โจทย์ใหญ่ฉุดลงทุนใหม่หาย ดันแผน 14 เปลี่ยนจาก “Idea เป็น I do” เลือกเป้าชัด วัดผลได้ เร่งเทคโนโลยี-AI-ทักษะแรงงาน ฟื้นศักยภาพแข่งขันประเทศ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยในงานประจำปี สศช. “แผน 14: เปลี่ยนไทยให้ไปไกลกว่าเดิม Thailand’s Next Agenda” ว่าเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญ 4 โจทย์ใหญ่ ได้แก่ การเติบโตทางเศรษฐกิจ เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การกระจายรายได้และสังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องเร่งแก้เพื่อพาประเทศกลับสู่เส้นทางการเติบโต
ปัญหาสำคัญคือ เศรษฐกิจไทยโตต่ำลงต่อเนื่อง จากในอดีตที่เคยขยายตัวเฉลี่ยราว 7% ก่อนวิกฤตปี 2540 ลดเหลือประมาณ 4% ในช่วงปี 2540-2550 และปัจจุบันโตไม่ถึง 3% สาเหตุสำคัญมาจากการลงทุนใหม่ที่ลดลงต่อเนื่อง เปรียบได้กับ “โรงงานที่ใช้เครื่องจักรเก่า ขณะที่แรงงานเข้าสู่สังคมสูงวัย” โดยผู้มีอายุเกิน 60 ปีมีสัดส่วนกว่า 20% ของประชากร
ทางออกจึงต้องเร่งยกระดับ Productivity ด้วยการลงทุนในเทคโนโลยี นวัตกรรม และ AI ควบคู่กับการพัฒนาทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับตลาดงานคุณภาพสูง เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและสร้างการเติบโตระยะยาว
ด้านเสถียรภาพ แม้ฐานะด้านต่างประเทศของไทยยังแข็งแกร่ง มีทุนสำรองระหว่างประเทศประมาณ 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่โจทย์สำคัญอยู่ที่ วินัยและฐานะการคลัง หลังภาครัฐมีการใช้จ่ายสูงในช่วงวิกฤตโควิด-19 รวมถึงต้องดูแลหนี้ครัวเรือนและการเข้าถึงแหล่งทุนของ SMEs
ส่วนปัญหาการกระจายรายได้ยังสะท้อนภาพ “โตกระจุก จนกระจาย” โดยประชากรกลุ่มรายได้สูงสุด 20% ถือครองส่วนแบ่งรายได้ราว 50% ขณะที่กลุ่มรายได้ต่ำสุด 20% มีส่วนแบ่งไม่ถึง 5% จึงต้องเร่งลงทุนในทุนมนุษย์ พัฒนาทักษะใหม่ และนำ AI มาช่วยเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการรายย่อยและฐานราก พร้อมเชื่อมการผลิตบุคลากรของภาคการศึกษากับความต้องการของภาคธุรกิจ
ขณะที่ด้านสิ่งแวดล้อม ไทยต้องรับมือทั้งภัยแล้ง น้ำท่วม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเร่งลงทุนระบบบริหารจัดการน้ำและเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ลดการพึ่งพาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ พร้อมส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงาน
นายเอกนิติกล่าวว่า ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ไทยยังมีโอกาสเป็นฐานการลงทุนในห่วงโซ่อุปทานใหม่ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือรัฐ–เอกชน ผ่านการรื้อฟื้นกลไก กรอ. และผลักดัน 7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ เกษตรอัจฉริยะ แปรรูปอาหาร อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ EV การแพทย์และ Wellness การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อกระจายมูลค่าเพิ่มไปยัง SMEs และแรงงานทั่วประเทศ
“แผน 14” จึงต้องไม่เป็นเพียงแผนบนกระดาษ แต่ต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัด วัดผลได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว จัดลำดับความสำคัญ และบูรณาการการทำงานของหน่วยงานให้เกิดผลจริง โดยเปลี่ยนแผนพัฒนาฯ จาก “Idea เป็น I do” เพื่อให้การปฏิรูปเศรษฐกิจเกิดขึ้นในทางปฏิบัติ