หน้าแรก
อาชญากรรม ทุกทิศทั่วไทย
ประเด็นร้อน วิเคราะห์การเมือง
เกาะติดกระแสหุ้นและการเงิน อสังหาฯ
รอบโลก นิวส์มอนิเตอร์ ข่าวในพระราชสำนัก ข่าวโควิด-19
เด่นออนไลน์
ละคร
หวย
กีฬาต่างประเทศ ไทยลีก เกมส์ - อีสปอร์ต ONE CHAMPIONSHIP
คลิปฮอต
บิวตี้ Food & Cafe ท่องเที่ยว ไอที-สมาร์ทโฟน
Smart Sustain
วงล้อเศรษฐกิจ ทิ้งหมัดเข้ามุม ชกไม่มีมุม วิทยาการ คอลัมน์พระเครื่อง ข่าวสดทีวีไกด์ รถยนต์ ความรู้ทั่วไป รำลึก-อาลัย
Khaosod Chinese

XO วางเป้า 3-5 ปี ดันขึ้นผู้นำซอสโลก เร่งเพิ่มตลาดยุโรป-บุกตะวันออกกลาง ทุ่ม 1.3 พันล้านสร้างโรงงานใหม่

1 ต.ค. 2569 - 07:26 น.

บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ XO ผู้ผลิตและส่งออกซอสพริกศรีราชา เครื่องแกง และเครื่องประกอบอาหารไทย วางแผนธุรกิจระยะ 3-5 ปี เดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศ หวังยกระดับบริษัทสู่ผู้นำตลาดซอส โดยใช้ยุโรปเป็นตลาดหลัก รองรับแผนลงทุนโรงงานแห่งใหม่ 1,300 ล้านบาท สร้างการเติบโตระยะยาว

นายจิตติพร จันทรัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ XO เปิดเผยว่า ตลาดซอสปรุงรสทั่วโลกยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาด Hot Sauce และซอสศรีราชา ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นโอกาสในการขยายธุรกิจในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า จากปัจจุบัน XO มีอัตราการเติบโตสูงกว่าการเติบโตเฉลี่ยของตลาดอย่างชัดเจน

ทั้งนี้จากข้อมูลตลาด Hot Sauce ทั่วโลกในปี 2568 มีมูลค่าประมาณ 120,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 7.7-7.8% ต่อปี และคาดว่าภายในปี 2575 มูลค่าตลาดจะแตะ 200,000 ล้านบาท ขณะที่ตลาดซอสศรีราชามีมูลค่าประมาณ 19,300 ล้านบาท ในปี 2568 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 30,000 ล้านบาทในปี 2575

ทั้งนี้ XO มีส่วนแบ่งในตลาดซอสศรีราชาทั่วโลกประมาณ 7.9% ขณะที่ช่วงปี 2557-2568 ตลาด Hot Sauce มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) 6.5% ตลาดซอสศรีราชา 7.5% ขณะที่ผลิตภัณฑ์ของ XO เติบโตเฉลี่ย 14.6% สะท้อนถึงโอกาสในการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในระยะต่อไป

ยุโรปฐานหลัก เร่งเพิ่ม Listing-ขยายสาขา

นายจิตติพร กล่าวว่า แผนการเติบโตระยะ 3-5 ปี จะยังให้น้ำหนักกับตลาดยุโรปเป็นหลัก เนื่องจากปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้จากการส่งออกถึง 82% ของยอดส่งออกทั้งหมด ขณะที่เอเชียอยู่ที่ 7% โอเชียเนีย 6% แอฟริกา 1% และอเมริกาเหนือรวมอเมริกาใต้ประมาณ 3%

การเติบโตในยุโรปจะไม่ได้มาจากการเปิดประเทศใหม่เพียงอย่างเดียว แต่บริษัทจะเน้นเพิ่ม Listing ในตลาดเดิม รวมถึงเพิ่มจำนวนสาขาและจำนวนสินค้าในแต่ละสาขา โดยเฉพาะซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ที่มีเครือข่ายหลายพันสาขา ซึ่งสามารถสร้างยอดขายเพิ่มได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อได้รับ Listing เพิ่ม

ตัวอย่างเช่น เยอรมนี ซึ่งซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่มีประมาณ 11,000 สาขา ปัจจุบัน XO มีสินค้าอยู่ประมาณ 5,000-6,000 สาขา และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 8,000 สาขา ขณะเดียวกันบางสาขามีสินค้า XO เพียง 2-3 รายการ ขณะที่สินค้าที่ขายดีสามารถมีได้ 5-6 รายการ และบางสาขามีมากถึง 15 SKU ทำให้การเพิ่มทั้งจำนวนสาขาและจำนวน SKU เป็นโอกาสในการขยายยอดขายจากฐานลูกค้าเดิม

นอกจากนี้ บริษัทเตรียมขยายตลาดไปยังยุโรปตะวันออก ซึ่งมองว่ามีพฤติกรรมการบริโภคใกล้เคียงกับยุโรปตะวันตก รวมถึงเร่งเปิดตลาดตะวันออกกลาง หลังเริ่มเห็นคำสั่งซื้อจากลูกค้าใหม่ในระดับที่น่าพอใจ

สินค้าใหม่ปีละ 5-7 SKU เสริมการเติบโต

สำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัทมีแผนออกสินค้าใหม่ประมาณ 5-7 SKU ต่อปี เพื่อขยายทางเลือกให้กับผู้บริโภคและเพิ่มโอกาสในการทำ Listing กับคู่ค้า อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่เปิดเผยรายละเอียดสินค้าล่วงหน้าทั้งหมด เนื่องจากต้องรักษาความได้เปรียบในการแข่งขัน

ขณะเดียวกัน บริษัทอยู่ระหว่างลงทุนโรงงานแห่งใหม่มูลค่าประมาณ 1,300 ล้านบาท โดยใช้เงินกู้จากสถาบันการเงินประมาณ 70% และเงินสดของบริษัทอีก 30% ปัจจุบันเริ่มสั่งซื้อเครื่องจักรและก่อสร้างแล้ว คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2 ปี 2571 และเริ่มส่งออกจากโรงงานใหม่ได้ในไตรมาส 3 ปี 2571

โรงงานแห่งใหม่จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญรองรับแผนการขยายธุรกิจในช่วง 3-5 ปี ทั้งการเพิ่มกำลังการผลิต การขยาย Listing และการเติบโตของตลาดต่างประเทศ

ตั้งเป้ายอดขายปี 69 โต 10% แตะเกือบ 2.4 พันล้าน

สำหรับเป้าหมายระยะสั้นในปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตไม่น้อยกว่า 10% จากปี 2568 ที่มียอดขายประมาณ 2,150 ล้านบาท หรือคิดเป็นรายได้เกือบ 2,400 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรกมีรายได้ประมาณ 1,100 ล้านบาท แบ่งเป็นไตรมาส 1 ประมาณ 517 ล้านบาท และไตรมาส 2 ประมาณ 583 ล้านบาท

นายจิตติพร กล่าวว่า แม้ครึ่งปีแรกรายได้เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อนไม่ถึง 1% แต่บริษัทคาดว่าครึ่งปีหลังจะปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะไตรมาส 3 ที่คาดว่ารายได้จะเติบโตประมาณ 12-15% จากไตรมาส 2 ขณะที่ไตรมาส 4 บริษัทเริ่มเห็นคำสั่งซื้อล่วงหน้าแล้ว จึงมั่นใจว่าเป้าหมายรายได้ทั้งปีจะเติบโต 10% ได้

แม้ปีนี้บริษัทมีการ Write-off สต๊อกพริกในช่วงครึ่งปีแรกแล้วประมาณ 70-80 ล้านบาท แต่บริษัทคาดว่ากำไรทั้งปียังเติบโตจากปีก่อน เนื่องจากการดำเนินงานหลักยังมีทิศทางดีขึ้น

ทั้งนี้ การฟื้นตัวของยอดขายในปี 2569 ได้แรงหนุนจากลูกค้าในยุโรปและโอเชียเนียที่กลับมาสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้มีการสะสมสินค้าคงคลังในระดับสูงจากการทำโปรโมชั่น เมื่อสต๊อกกลับเข้าสู่ระดับเหมาะสมจึงเริ่มกลับมาสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น

นายจิตติพร กล่าวว่า ทิศทางดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเติบโตระยะ 3-5 ปี ซึ่งบริษัทจะเดินหน้าขยายฐานในยุโรป เพิ่ม Listing และจำนวนสาขา เปิดตลาดใหม่ในยุโรปตะวันออกและตะวันออกกลาง เพิ่มสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง และลงทุนโรงงานแห่งใหม่ เพื่อรองรับกำลังการผลิตและการขยายตลาดในอนาคต โดยมีเป้าหมายผลักดัน XO ขึ้นสู่การเป็นผู้นำตลาดซอสในระยะต่อไป


ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่

XO วางเป้า 3-5 ปี ดันขึ้นผู้นำซอสโลก เร่งเพิ่มตลาดยุโรป-บุกตะวันออกกลาง ทุ่ม 1.3 พันล้านสร้างโรงงานใหม่