หน้าแรก
อาชญากรรม ทุกทิศทั่วไทย
ประเด็นร้อน วิเคราะห์การเมือง
เกาะติดกระแสหุ้นและการเงิน อสังหาฯ
รอบโลก นิวส์มอนิเตอร์ ข่าวในพระราชสำนัก ข่าวโควิด-19
เด่นออนไลน์
ละคร
หวย
กีฬาต่างประเทศ ไทยลีก เกมส์ - อีสปอร์ต ONE CHAMPIONSHIP
คลิปฮอต
บิวตี้ Food & Cafe ท่องเที่ยว ไอที-สมาร์ทโฟน
Smart Sustain
วงล้อเศรษฐกิจ ทิ้งหมัดเข้ามุม ชกไม่มีมุม วิทยาการ คอลัมน์พระเครื่อง ข่าวสดทีวีไกด์ รถยนต์ ความรู้ทั่วไป รำลึก-อาลัย
Khaosod Chinese

น้ำท่วม! ดันค่าครองชีพคนไทยเพิ่ม 1.3 หมื่นล้าน  อาหาร-ค่าเดินทางพุ่ง

1 ต.ค. 2569 - 14:02 น.

น้ำท่วม ดันค่าครองชีพคนไทยเพิ่ม 1.3 หมื่นล้าน อาหาร-ค่าเดินทางพุ่ง

นายอัทธ์ พิศาลวานิช คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิตกล่าวว่าสถานการณ์น้ำท่วมช่วงวันที่ 24–30 ก.ย. 2569 กระทบ 31 จังหวัด และกรุงเทพฯ รวม 32 พื้นที่ ครอบคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ส่งผลกระทบตั้งแต่ภาคเกษตร การแปรรูป ค้าส่งค้าปลีก ร้านอาหาร ขนส่ง ไปจนถึงการส่งออก

ประเมินว่า น้ำท่วมสร้างความเสียหายต่อห่วงโซ่อุตสาหกรรมเกษตรทั้งระบบประมาณ 6.91 หมื่นล้านบาท หรือ 0.36% ของจีดีพี โดยเกษตรกรได้รับผลกระทบมากที่สุด 2.5 หมื่นล้านบาท รองลงมาคือผู้แปรรูป 1.8 หมื่นล้านบาท และผู้ส่งออก 5.4 พันล้านบาทจากสินค้าที่ขาดแคลนและมีราคาที่สูงขึ้น

เมื่อพิจารณามูลค่าความเสียหายรายสินค้าเกษตร พบว่า ข้าวมีมูลค่าความเสียหายมากสุดที่ 1.1 หมื่นล้านบาท ตามด้วยมันสำปะหลัง 2.7 พันล้านบาท ส่วนปศุสัตว์ ธุรกิจการเลี้ยงโคและกระบือได้รับผลกระทบมากสุด 3.5 พันล้านบาท

ส่วนผู้บริโภคมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น จากสินค้าขาดแคลน และราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยผู้บริโภคต้องจ่ายเพื่อซื้ออาหารประเภทข้าวมากสุด 6.5 พันล้านบาท ตามด้วยค่าใช้จ่ายเนื้อสัตว์ 2 พันล้านบาท และเนื้อไก่ 1.7 พันล้านบาท รวมภาระค่าใช้จ่ายที่ผู้บริโภคต้องจ่ายเพิ่ม 1.3 หมื่นล้านบาท
กลุ่มธุรกิจร้านอาหารมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น 3.4 พ้นล้านบาท จากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น และค่าขนส่งที่สูงขึ้น

น้ำท่วมทำให้มูลค่าการส่งออกลดลง โดยมูลค่าการส่งออกข้าวและมันสำปะหลังจะมีมูลค่าส่งออกลดลง 2.3 พันล้านบาท และ 2.1 พันล้านบาท ตามลำดับ
ธุรกิจค้าส่งค้าปลีก มีภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น รวมทั้งหมด 2.2 พันล้านบาท จากการขนส่งที่ยากลำบากในการส่งสินค้า ทำให้ต้องปรับราคาขนส่งเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ข้อให้รัฐบาลเร่งฟื้นฟูห่วงโซ่อุตสาหกรรมเกษตรจากน้ำท่วมดังนี้

1. เร่งฟื้นฟูพื้นที่เกษตรและช่วยเกษตรกรกลับมาผลิตระบายน้ำออกจากแปลง สำรวจความเสียหายรายพื้นที่ และสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ การปรับปรุงดิน และเงินทุนให้ทันรอบเพาะปลูกถัดไป สำหรับปศุสัตว์ต้องจัดหาอาหารสัตว์ ตรวจโรค และซ่อมโรงเรือนก่อนกลับมาเลี้ยง เพื่อป้องกันความเสียหายต่อเนื่องหลังน้ำลด

2. ช่วยเหลือทางการเงินตามความเสียหายจริง
เร่งจ่ายเงินเยียวยา พร้อมพิจารณาพักชำระหนี้และสินเชื่อฟื้นฟูสำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ โดยให้ความช่วยเหลือครอบคลุมทั้งการซ่อมทรัพย์สินและเงินทุนหมุนเวียน เพื่อให้กลับมาประกอบอาชีพได้

3. เชื่อมวัตถุดิบจากพื้นที่ที่ไม่ถูกน้ำท่วมเข้าสู่โรงงาน
ประสานแหล่งผลิตทดแทนให้โรงสี โรงงานอาหารสัตว์ โรงงานแป้งมันสำปะหลัง และโรงฆ่าสัตว์ ลดการหยุดผลิตระหว่างรอผลผลิตในพื้นที่ฟื้นตัว พร้อมวางแผนกลับมารับซื้อจากเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบเมื่อพร้อมจำหน่าย

4. ลดการขาดแคลนอาหารและภาระผู้บริโภค
ติดตามปริมาณและราคาข้าว เนื้อสัตว์ และไข่ กระจายสินค้าจากพื้นที่อื่นเข้าสู่พื้นที่ขาดแคลน พร้อมช่วยค่าอาหารแก่ครัวเรือนที่สูญเสียรายได้ เพื่อลดผลกระทบค่าครองชีพช่วงฟื้นตัว

5. รักษาคำสั่งซื้อและความต่อเนื่องของการส่งออก
ประเมินสินค้าที่ส่งมอบล่าช้า ประสานผู้ซื้อปรับกำหนดส่ง และจัดหาแหล่งผลิตทดแทน โดยตรวจคุณภาพสินค้าที่ผ่านพื้นที่น้ำท่วม เพื่อรักษาความเชื่อมั่นและลดความเสี่ยงสูญเสียตลาด

 

 


ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่

น้ำท่วม! ดันค่าครองชีพคนไทยเพิ่ม 1.3 หมื่นล้าน  อาหาร-ค่าเดินทางพุ่ง