น้ำทะลักจ่อพื้นที่เกษตร ! สุริยะ เตือนเร่งเกี่ยวข้าว -สั่งสำรวจความเสียหาย
สำหรับพื้นที่เพาะปลูกในลุ่มเจ้าพระยาที่อาจได้รับผลกระทบจากการบริหารจัดการน้ำ กระทรวงเกษตรฯ ได้เร่งแจ้งเตือนเกษตรกรให้เก็บเกี่ยวผลผลิต โดยพื้นที่ทุ่งตอนบน เช่น ทุ่งบางระกำ เก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว ส่วนทุ่งเจ้าพระยาตอนล่างเหลือผลผลิตที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวประมาณ 15% ซึ่งจะเร่งเก็บเกี่ยวเพื่อเตรียมพื้นที่ไว้รองรับน้ำ และลดความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรให้มากที่สุด
ขณะเดียวกัน กรมชลประทานจะติดตามสถานการณ์การเพาะปลูกควบคู่กับการบริหารน้ำ หากพื้นที่ใดเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว และคลองซอยยังสามารถรับน้ำเพิ่มเติมได้ จะเพิ่มการนำน้ำเข้าสู่ระบบ เพื่อกระจายปริมาณน้ำและลดผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา โดยขณะนี้การนำน้ำเข้าสู่ระบบคลองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และบางส่วนใกล้เต็มศักยภาพของคลองแล้ว
นายกฤษกล่าวว่า จากการประเมินเบื้องต้น พื้นที่การเกษตรที่มีความเสี่ยงสูงส่วนใหญ่เป็น “นาข้าว” อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่เสี่ยงหลายแห่งมีการเก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้วตั้งแต่กว่า 60% จนถึงกว่า 80% ขณะที่บางพื้นที่ตอนบนเก็บเกี่ยวเสร็จแล้ว ส่วนพื้นที่ตอนล่างเก็บเกี่ยวไปเป็นส่วนใหญ่เช่นกัน แต่ยังมีผลผลิตบางส่วนที่ต้องรอให้ครบอายุเก็บเกี่ยว จึงต้องติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
ส่วนพืชสวนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำมีความเสี่ยงได้รับผลกระทบเช่นกัน เกษตรกรอาจต้องเสริมคันป้องกันน้ำ และติดตามประกาศแจ้งเตือนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้ลำน้ำที่มีโอกาสได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น
กระทรวงเกษตรฯ ยังเตรียมเครื่องจักรและเครื่องมือเคลื่อนที่ โดยเฉพาะเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ สำหรับนำไปติดตั้งในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือจุดที่น้ำไม่สามารถระบายออกได้เอง รวมถึงการเสริมคันในพื้นที่ที่มีจุดอ่อน เพื่อป้องกันน้ำไหลเข้าพื้นที่การเกษตรและเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้น นายกฤษกล่าวว่า นายสุริยะได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งสำรวจประชาชนและพื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบ เพื่อเตรียมให้ความช่วยเหลือและเยียวยาตามมาตรการและหลักเกณฑ์ของทางราชการ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายในพื้นที่
การช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติจะดำเนินการตามระเบียบกระทรวงการคลัง โดยต้องตรวจสอบจำนวนผู้ได้รับผลกระทบ พื้นที่เพาะปลูก และความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ก่อนเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์
ส่วนวงเงินที่จะใช้เยียวยาเกษตรกรยังไม่สามารถระบุได้ในขณะนี้ เนื่องจากต้องขึ้นอยู่กับจำนวนพื้นที่และระดับความเสียหายจากผลการสำรวจ โดยกระทรวงเกษตรฯ จะรับผิดชอบการช่วยเหลือในส่วนของพื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหาย และเร่งดำเนินการตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่