AWC มีแผนเปิดสวนน้ำใจกลางกรุง ลัดคิวเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น 56 ชั้น หลังจากเปิดจูราสสิคเวิลด์กระแสดี ลูกค้ากลุ่มครอบครัวแห่เที่ยว พร้อมปรับแผน5ปีใหม่ให้สอดรับ AWR ที่คาดว่าได้เห็นปีหน้า มูลค่าการลงทุนเริ่มต้นไม่เกิน 51,388 ล้านบาท
นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เปิดเผยว่า AWC มีแผนจะทำโครงการสวนน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นที่ดินอีกแปลงต่อจากโครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น 56 ชั้น และขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างคุยกับ Dreamworks ผู้ผลิตภาพยนตร์และแอนิเมชั่นของประเทศสหรัฐอเมริกา ในการลงทุนสวนน้ำขนาดใหญ่ใจกลางกรุง ตลอดจนจะเป็นเวลเนส (Wellness) ด้วย
“หลังจากเปิดจูราสสิคเวิลด์ (Jurassic World: The Experience Bangkok) แล้วได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มครอบครัว จึงมองว่าต้องมีกิจกรรมเพิ่ม ซึ่งปัจจุบันไม่มีสวนน้ำขนาดใหญ่เลยในใจกลางกรุงเทพฯ โดยที่ดินในส่วนนี้ประมาณ 100 ไร่ จึงจะนำมาพัฒนาเป็นสวนน้ำ และมีเครื่องเล่น รวมทั้งมีโรงแรมและรีสอร์ท รองรับกลุ่มครอบครัวได้ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะลัดคิวโครงการมาก่อนสร้างโครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ที่เป็นอาคารสูง 56 ชั้นที่อยู่ฝั่งถนนเจริญกรุง”นางวัลลภากล่าว
นางวัลลภา กล่าวว่า AWC ยังได้ปรับแผน 5 ปีภายใต้งบลงทุนรวม 1 แสนล้านบาทใหม่ จากที่เริ่มปี 2569-2573 โดยแผนใหม่จะเริ่มปี 2570 เพื่อพัฒนาโครงการแลนด์มาร์กระดับโลก ทั้งในกรุงเทพฯ พัทยา และจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวสำคัญ ไฮไลต์การลงทุนและโครงการสำคัญ คือ 11 โครงการแลนด์มาร์กริมแม่น้ำเจ้าพระยา ด้วยการพัฒนาและปรับใหญ่โครงการท่องเที่ยวและคอมเมอร์เชียลริมแม่น้ำ เช่น โครงการเอเชียทีค และโครงการเคเบิ้ลคาร์ข้ามแม่น้ำ เป็นต้น
พร้อมกันนี้ปรับใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เอดับเบิ้ลยูซี ไลฟ์สไตล์ พร๊อพเพอร์ตีส์ (AWC Lifestyle Property Real Estate Investment Trust) หรือ AWR ซึ่งได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหน่วยทรัสต์และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงานก.ล.ต.) เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2569 และอยู่ระหว่างที่ก.ล.ต.พิจารณา คาดว่าจะเริ่มได้ในปี 2570 โดยเบื้องต้นจะมูลค่าการลงทุนเริ่มต้นไม่เกิน 51,388 ล้านบาท จากทรัพย์สิน 5 แห่ง
ทรัพย์สิน 5 แห่งในพอร์ตเริ่มต้นที่ AWR เสนอลงทุน
ดิ เอ็มไพร์ (The Empire) แลนด์มาร์กสูง 58 ชั้นใจกลางย่านสาทร และหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านธุรกิจและไลฟ์สไตล์แบบครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ของกรุงเทพฯ ได้รับการพัฒนาให้ผสานอาคารสำนักงานเกรดเอเข้ากับประสบการณ์ด้านอาหาร ไลฟ์สไตล์ และเวลเนสไว้ในจุดหมายเดียว ด้วยพื้นที่เช่าสุทธิ 158,021 ตารางเมตร และจำนวน ผู้เช่าคุณภาพกว่า 200 รายจากหลากหลายอุตสาหกรรม พร้อมอัตราการต่อสัญญาของผู้เช่าสูงถึง 99% สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของฐานรายได้ค่าเช่าในระยะยาว

โดดเด่นด้วย EA จุดหมายด้านอาหารและเวลเนสที่ใหญ่และสูงที่สุดใจกลางกรุงเทพฯ EA Rooftop at The Empire ที่รวมร้านอาหารและไลฟ์สไตล์บนรูฟท็อปขนาดใหญ่ และ EA Wellness Club เวลเนสชั้นนำของกรุงเทพฯ และ Co-Living Space แห่งแรกของประเทศไทย The Empire Residence ที่เชื่อมโยงเป็น Free Facility ให้ผู้เช่าและคอมมูนิตี้คุณภาพกว่า 25,000 คนต่อวัน
นอกจากนี้ The Empire ยังได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารระดับสากล ได้แก่ LEED Gold, WELL Core Platinum และ Fitwel 2 Star โดยให้ความสำคัญกับการบริหารควบคุมคุณภาพอากาศ Best Air Quality และสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับผู้ใช้อาคาร ควบคู่กับการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน และสนับสนุนการเพิ่มอัตรากำไรในระยะยาว
บันยันทรี เกาะสมุย (Banyan Tree Koh Samui Hotel) รีสอร์ตเวลเนสระดับอัลตราลักชัวรี ประกอบด้วยพูลวิลล่าส่วนตัว 88 หลัง ตั้งอยู่บนหนึ่งในผืนดินริมชายหาดที่หายากและทรงคุณค่าที่สุดของเกาะสมุย โดดเด่นด้วยทำเลบนเนินเขาที่สามารถมองเห็นอ่าวอันเงียบสงบแบบพาโนรามา พร้อมชายหาดส่วนตัวที่ใหญ่ที่สุดในสมุย มอบประสบการณ์การพักผ่อนที่ผสานความเป็นส่วนตัวเข้ากับสิ่งอำนวยความสะดวกด้านเวลเนสระดับโลก

รีสอร์ตได้รับรางวัล 2 MICHELIN Keys สะท้อนมาตรฐานการบริการและคุณภาพสินทรัพย์ระดับสากล โดยในช่วง 13 ปีที่ผ่านมา มี RevPAR CAGR 9.6% และ EBITDA CAGR 11% แสดงถึงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
บันยันทรี กระบี่ รีสอร์ท (Banyan Tree Krabi) รีสอร์ตลักชัวรี บนหาดทับแขก ริมชายฝั่งทะเลอันดามัน ประกอบด้วยห้องสวีทและวิลล่าวิวทะเล 72 ห้อง โดยทุกห้องมีสระว่ายน้ำส่วนตัว ตั้งอยู่บนทำเลคุณภาพที่โอบล้อมด้วยผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์บริเวณเชิงเขาหงอนนาค และอุทยานแห่งชาติ มอบประสบการณ์การพักผ่อนและเวลเนสระดับพรีเมียม ไฮโดรเทอราพี

และร้านอาหารคุณภาพระดับสากล ได้รับการยอมรับด้วยรางวัล 2 MICHELIN Keys สะท้อนถึงมาตรฐานการบริการและศักยภาพในการดึงดูดนักเดินทางคุณภาพสูงจากทั่วโลก ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รีสอร์ตมี RevPAR CAGR 12.9% และ EBITDA CAGR 21.7% แสดงถึงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
มีเลีย เกาะสมุย (Meli Koh Samui) รีสอร์ตลักชัวรีริมชายหาดเชิงมนขนาด 200 ห้องพัก ภายใต้การบริหารของ Meli แบรนด์โรงแรมชั้นนำระดับโลก เสริมความหลากหลายของพอร์ตด้วยการเข้าถึงกลุ่มนักเดินทางคุณภาพและครอบครัวจากทั่วโลก โดดเด่นด้วย Boat Suites ที่สร้างจากเรือไม้สักแบบดั้งเดิม สระลากูนที่ทอดยาวผ่านพื้นที่ทั่วรีสอร์ต

และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับทุกเจนเนอชั่น โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รีสอร์ตสร้าง RevPAR CAGR 23.5% และ EBITDA CAGR 22.7% สะท้อนศักยภาพที่แข็งแกร่งของผลการดำเนินงาน
พัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา (Pattaya Marriott Resort and Spa) รีสอร์ตริมชายหาดจอมเทียนขนาด 287 ห้องพัก ซึ่งได้รับการ Repositioning ใหม่ให้ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวแบบครอบครัวและกลุ่มเพื่อน ภายใต้แบรนด์ Marriott โดดเด่นด้วย Waterplay และกิจกรรมทางน้ำริมชายหาดส่วนตัว ประสบการณ์ด้านอาหารจาก Goji Kitchen+Bar ร้านอาหารเจ้าของรางวัล Trip Advisor

นอกจากนี้ ฐานลูกค้าจาก Marriott Bonvoy กว่า 300 ล้านรายทั่วโลก ยังช่วยสนับสนุนให้เกิดดีมานด์นักท่องเที่ยวคุณภาพ และการสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยมี RevPAR เติบโต 150% หลังเปิดดำเนินงานเพียง 1 ปี สะท้อนความต้องการของตลาดที่แข็งแกร่ง
นางวัลลภา กล่าวว่า หลังจากนี้จะเพิ่มโอกาสขยายพอร์ตจากโครงการของ AWC ผ่านสิทธิในการปฏิเสธก่อน (ROFR) ครอบคลุมสินทรัพย์ที่คัดเลือกไว้เบื้องต้น 9 แห่ง และอีก 48 โครงการในพอร์ตปัจจุบันของ AWC และโครงการในอนาคต
ทั้งหมดนี้ สะท้อนพลังของกลยุทธ์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ AWC มุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างจุดหมายปลายทางคุณภาพของประเทศและระบบนิเวศการลงทุนที่แข็งแกร่งด้วยแพลตฟอร์มการเติบโตอย่างยั่งยืนเต็มรูปแบบที่เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ผ่านการเชื่อมโยงตลาดทุนกับสินทรัพย์คุณภาพระดับโลก AWC เชื่อมั่นว่า AWR จะเป็นกลไกที่จะสร้างมูลค่า สร้างโอกาสการเติบโต และสนับสนุนมาตรฐานเพื่อผลักดันให้ REIT ไทยก้าวสู่การเป็นหนึ่งในทางเลือกการลงทุนชั้นนำของนักลงทุนทั้งในประเทศ และต่างประเทศในระยะยาว
ผู้ลงทุนสามารถศึกษาแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหน่วยทรัสต์และร่างหนังสือชี้ชวน ซึ่งรวมถึงโครงสร้างการลงทุนที่เสนอ ประมาณการทางการเงิน สมมติฐาน และความเสี่ยง ได้ที่ https://market.sec.or.th/public/ipos/IPOSEQ01.aspx?TransID=817258&lang=th
ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.assetworldcorpreit.com