โอ้กะจู๋ (Ohkajhu) แบรนด์ร้านอาหารสุขภาพชั้นนำของไทย ภายใต้ บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน) หรือ OKJ ประกาศทรานส์ฟอร์มธุรกิจครั้งสำคัญ (Big Revamp) ในรอบ 13 ปี พลิกโฉมเมนู ราคา และประสบการณ์ใหม่ ให้ลูกค้ากลับมากินได้ง่ายขึ้น “Same Roots, New Moves” ฟังแล้วเปลี่ยน รักษา DNA เดิม เพิ่มทางเลือกใหม่ ให้โอ้กะจู๋เข้าถึงง่ายและตอบโจทย์ชีวิตวันนี้มากขึ้น

วันที่ 5 ต.ค. 2569 นายชลากร “อู๋” เอกชัยพัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน) หรือ OKJ เปิดเผยว่าบริษัทได้ปรับโครงสร้างเมนู ขนาดจาน ราคา และประสบการณ์ในร้านครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 13 ปี นับตั้งแต่เปิดสาขาแรกที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อปี 2556

หลังจากบริษัทเก็บข้อมูลพฤติกรรมและเสียงสะท้อนของผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง โดยผู้บริโภคจะสามารถสัมผัสประสบการณ์ใหม่พร้อมกันในทุกสาขาทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค.นี้เป็นต้น

นายชลากร กล่าวว่าการปรับครั้งใหญ่นี้เพื่อตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ซึ่งเน้นความคุ้มค่า ความหลากหลาย และยืดหยุ่นขึ้นรองรับตั้งแต่การรับประทานคนเดียวไปจนถึงกลุ่มครอบครัว จากเดิมที่แบรนด์เป็นที่รู้จักในฐานะร้านสลัดออร์แกนิกจานใหญ่สำหรับแบ่งกันกิน จึงเป็นโจทย์สำคัญไปสู่ “New Moves” ครั้งนี้ เพื่อให้โอ้กะจู๋เข้าถึงง่ายและตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

“ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราเติบโตมาพร้อมกับลูกค้า เมื่อพฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยนไป แบรนด์ก็พร้อมเปลี่ยนตาม การปรับครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเปิดตัวเมนูใหม่ แต่เป็นการสะท้อนว่าเสียงของลูกค้าสำคัญกับเราจริง ๆ ฟังสิ่งที่ลูกค้าต้องการจากเรา แล้วนำสิ่งนั้นมาปรับให้เกิดขึ้นจริง ทั้งเรื่องเมนู ขนาด ราคา และประสบการณ์ ดังนั้น Big Revamp ครั้งนี้คือ การรักษาดีเอ็นเอของโอ้กะจู๋ไว้ พร้อมกับปรับวิธีนำเสนอคุณค่าของเราให้เหมาะกับผู้บริโภคในวันนี้มากที่สุด”

ท่ามกลางตลาดร้านอาหารไทยที่มีมูลค่ากว่า 5.72 แสนล้านบาทในปี 2568 และเติบโต 4.8% จากปีก่อนหน้า ตามข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ขณะเดียวกันพฤติกรรมผู้บริโภคไทยกำลังให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันมากขึ้น

โอ้กะจู๋จึงเดินหน้า “New Moves” ควบคู่กับการรักษา “Roots” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ ในการบริหารจัดการวัตถุดิบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ (Vertical Integration) ผ่านฟาร์มเกษตรอินทรีย์ของบริษัทในจังหวัดเชียงใหม่ ส่งตรงผักสลัดออร์แกนิกชูความสด สะอาด ไร้สารเคมีถึงร้านตามแนวคิด “Farm-to-Table” พร้อมระบบควบคุมคุณภาพและตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อรักษามาตรฐานของวัตถุดิบแก่ผู้บริโภคในทุกมื้อ

‘Same Roots New Moves’ เปลี่ยน Voice of Customer สู่ 4 การทรานส์ฟอร์มธุรกิจของโอ้กะจู๋

01. เพิ่มทางเลือกที่ใช่ในแบบที่ต้องการ (More Ways to Choose) เพิ่มความหลากหลายด้วยเมนูใหม่ เพิ่มตัวเลือกไซซ์เล็ก ราคา ปริมาณ และ Side Dish / Add-on ที่เลือกได้มากขึ้น เหมาะทั้งทานคนเดียว มากับเพื่อน หรือในโอกาสไหน ๆ

02. ยกระดับบริการและให้ทุกครั้งที่กลับมามีความหมาย (New Reasons to Return) เพิ่มความใส่ใจใน Customer Journey พร้อมนำเสนอเมนูสเต๊กรูปแบบใหม่ และการเติมเต็มบรรยากาศในวันพิเศษเพื่อสร้างความทรงจำดี ๆ ในทุกครั้งที่กลับมา

03. ประสบการณ์ทานง่าย สบายใจ (A Smoother Experience) ปรับราคาเป็นแบบ All-Inclusive รวม VAT และไม่มีค่าบริการ (No Service Charge) เพื่อให้ราคาที่เห็นคือราคาที่จ่ายจริง พร้อมปรับขั้นตอนการสั่งและบริการให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

04. สิ่งที่ยึดมั่นไม่เคยเปลี่ยน (The Roots We Keep) ถึงแม้จะปรับก้าวใหม่ครั้งใหญ่ แต่โอ้กะจู๋ยังคงรักษาคุณภาพวัตถุดิบ ความสดจากฟาร์ม และความตั้งใจในทุกจานไว้อย่างเต็มเปี่ยม

นายชลากร กล่าวว่าหมุดหมายของ Big Revamp ไม่ได้อยู่ที่การสร้างกระแสจากเมนูใหม่ แต่มุ่งสร้าง Repeat Rate และ Customer Lifetime Value ด้วยทางเลือกที่หลากหลายขึ้น ราคาเข้าใจง่ายขึ้น และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์เสียงของลูกค้าอย่างแท้จริง เพื่อให้โอ้กะจู๋เป็นหนึ่งในมื้ออาหารที่ลูกค้าเลือกกลับมาซ้ำในทุก ๆ สัปดาห์

ขณะเดียวกัน OKJ Group ยังเดินหน้าพัฒนาความสัมพันธ์กับลูกค้าผ่าน “OKJ TOGETHER — ONE MEMBERSHIP. ALL OUR BRANDS.” เพื่อรองรับการเติบโตและอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า ด้วยระบบสมาชิกที่เชื่อมทั้ง 5 แบรนด์ในเครือ

ได้แก่ โอ้กะจู๋, โอ้ จู๊ซ, โจ วิงส์, โอ้กะจู๋ แรปแอนด์โรล และ กริลล์ แอนด์ กราวด์ ที่มีมากกว่า 85 สาขาทั่วประเทศ (ณ เดือนกันยายน 2569) ภายในสิ้นปีนี้คาดว่า รวมทุกแบรนด์จะมีมากกว่า 90 สาขา ซึ่ง OKJ TOGETHER นับเป็นการรวมสมาชิกไว้ในระบบเดียวเป็นครั้งแรก ผ่านแนวคิด “1 เบอร์ = 1 Member”

อย่างไรก็ดี ปัจจุบัน OKJ มีสมาชิกรวมกว่า 452,000 ราย โดยได้ปรับเงื่อนไขการสะสมแต้มใหม่ให้คุ้มค่าและรวดเร็วขึ้น 6 เท่า โดยคำนวณจากทุกการใช้จ่ายเพียง 80 บาท รับทันที 1 คะแนน + 1 ดาว (จากเดิมที่ต้องใช้จ่าย 500 บาทต่อ 1 คะแนน) เพื่อมอบสิทธิประโยชน์ที่จับต้องได้ง่ายยิ่งขึ้น และช่วยกระตุ้นความถี่ในการกลับมาใช้บริการรวมถึงเพิ่มโอกาสในการใช้จ่ายข้ามแบรนด์

นายชลากร กล่าวในตอนท้ายว่าการเปลี่ยนแปลงที่ดีที่สุด คือการเปลี่ยนเพื่อทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับลูกค้าดีขึ้น โอ้กะจู๋เติบโตมาพร้อมกับลูกค้า และเราจะยังคงรับฟังและเติบโตเคียงข้างกับลูกค้าต่อไปในทุก ๆ วัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน