ททท. จับมือกรมท่าอากาศยานและ 4 ภาคีเครือข่าย ลงนาม LOI เปิดโอกาส “ผู้โดยสารรอเปลี่ยนเครื่อง” ออกมาเที่ยวไทย เชื่อมการเดินทางสู่การใช้จ่าย กระจายรายได้
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีลงนามหนังสือแสดงเจตนารมณ์ความร่วมมือ (Letter of Intent: LOI) เรื่อง “การกระตุ้นเศรษฐกิจภาค การท่องเที่ยว และการบริการของประเทศไทย” โดยมีนางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ปลัดกระทรวงคมนาคม ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุมราชรถสโมสร กระทรวงคมนาคม
โดยมีนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และนายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย 4 หน่วยงาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ สมาคมสายการบินแห่งประเทศไทย บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด ร่วมลงนาม ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเปลี่ยน “เวลารอระหว่างเที่ยวบิน” ให้กลายเป็น “โอกาสทางเศรษฐกิจ”
เปิดโอกาสให้ผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่อง (Transfer Passenger) และผู้โดยสารรอต่อเที่ยวบิน (Transit Passenger) สามารถเดินทางออกจากท่าอากาศยานเพื่อท่องเที่ยว สัมผัสประสบการณ์ของประเทศไทย ในช่วงเวลาระหว่างการต่อเที่ยวบิน รวมทั้งจะช่วยเชื่อม “สนามบิน – เมือง – แหล่งท่องเที่ยว – ผู้ประกอบการ” เข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มโอกาสให้การใช้จ่าย และกระจายรายได้ไปยังธุรกิจและผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมท่องเที่ยว
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท. มองเห็นโอกาสสำคัญจากผู้โดยสารที่เดินทางผ่านประเทศไทย ซึ่งไม่ควรเป็นเพียง “ผู้โดยสารที่รอเที่ยวบิน” แต่สามารถเป็น “นักท่องเที่ยวที่ได้สัมผัสประเทศไทย” ได้ในช่วงเวลาที่มีอยู่ ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการนำศักยภาพด้านการบินมาเชื่อมต่อกับศักยภาพด้านการท่องเที่ยว เพื่อสร้างประสบการณ์ที่มีความหมาย และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไปพร้อมกัน
“เราอยากเปลี่ยนเวลารอให้เป็นเวลาแห่งการค้นพบประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการออกไปสัมผัสอาหารไทย แหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรม สินค้า หรือประสบการณ์ในพื้นที่ใกล้เคียงกับท่าอากาศยาน เพราะทุกชั่วโมงที่ผู้โดยสารใช้เวลาในประเทศไทย สามารถสร้างโอกาสให้เกิดการใช้จ่าย และรายได้แก่ผู้ประกอบการไทยได้” นางสาวฐาปนีย์ กล่าว
ภายใต้กรอบความร่วมมือนี้ ททท. จะทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการประสาน บูรณาการ และเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ท่าอากาศยาน สายการบิน ภาคการศึกษา และภาคเอกชน ภายใต้โครงการ Amazing Thailand Transfer Passenger Privilege เพื่อพัฒนาแนวทางอำนวยความสะดวก และสิทธิประโยชน์สำหรับผู้โดยสารกลุ่ม Transfer และ Transit Passenger
รวมถึงออกแบบเส้นทาง และพัฒนาเมนูประสบการณ์ท่องเที่ยว ที่เหมาะสมกับระยะเวลารอเปลี่ยนเครื่อง โดยคำนึงถึงความสะดวก ความปลอดภัย และการเดินทางกลับมาขึ้นเที่ยวบินต่อได้อย่างมั่นใจ พร้อมเชื่อมโยงข้อมูล และระบบสนับสนุนให้การเดินทาง ตั้งแต่ท่าอากาศยานสู่แหล่งท่องเที่ยว และกลับมาต่อเที่ยวบินเป็นไปอย่างไร้รอยต่อ (Seamless Journey)
ตลอดจนสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ แก่ผู้ประกอบการในพื้นที่โดยรอบท่าอากาศยาน ทั้งร้านอาหาร ร้านค้า แหล่งท่องเที่ยว ชุมชน และธุรกิจบริการท่องเที่ยวท้องถิ่น และติดตาม ประเมินผลสำเร็จของโครงการ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนา นโยบาย การขยายผล และการยกระดับความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวของประเทศอย่างยั่งยืน
ความร่วมมือดังกล่าวสอดคล้องนโยบายของรัฐบาล ในกับการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Aviation Hub และ Tourism Hub ของภูมิภาค โดยใช้ประโยชน์จากทำเลที่ตั้ง โครงข่ายการบิน และศักยภาพด้านการท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มมูลค่าจากการเดินทางผ่านประเทศไทย
ในระยะแรก ททท. จะมุ่งพัฒนาสิทธิประโยชน์และ “Transit Experience” ที่เหมาะสมกับระยะเวลาการต่อเที่ยวบิน พร้อมเชื่อมโยงหน่วยงานและผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อให้สามารถนำไปสู่การดำเนินงานได้อย่างเป็นรูปธรรม อันจะช่วยเพิ่มการใช้จ่าย กระจายรายได้ และสร้างประสบการณ์ที่มีความหมายแก่ผู้เดินทาง พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่ High-Value & Meaningful Destination และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย