กรมสรรพสามิตผนึกกำลังตำรวจ จับยาสูบ IQOS กว่า 6,000 ซอง บุหรี่ไฟฟ้า ทำรัฐสูญเสียมูลค่ากว่า 3.7 แสนบาท ประมาณการค่าปรับร่วม 5.7 ล้านบาท
นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตเดินหน้าป้องกัน และปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตอย่างเข้มข้น โดยมุ่งเน้นมาตรการเชิงรุก การใช้ข้อมูลเพื่อวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อสืบสวนขยายผลและสกัดกั้นขบวนการลักลอบจำหน่ายสินค้าที่มิได้เสียภาษี ซึ่งนอกจากส่งผลกระทบต่อรายได้ของรัฐแล้ว ยังสร้างความไม่เป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 อธิบดีกรมสรรพสามิตได้มอบหมายให้ ว่าที่ร้อยตรี ยงยุทธ ภูมิประเทศ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์ภาษีสรรพสามิต และนายสุเมธ ฤทธิ์เจริญ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบป้องกันและปราบปราม ร่วมกับกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาลกองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 8 และชุดสืบสวนสถานีตำรวจนครบาลบุคคโล ลงพื้นที่ตรวจสอบและสืบสวนขยายผล บริเวณซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 28 และพื้นที่ใกล้เคียง
จากการสืบสวนพบว่า อาคารพาณิชย์บริเวณซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 28 ถูกใช้เป็นสถานที่เก็บ และแพ็กสินค้าบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อเตรียมกระจายจำหน่ายทางออนไลน์ โดยตรวจพบสินค้าบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมาก ก่อนขยายผลเข้าตรวจสอบอาคารพาณิชย์อีกแห่งในพื้นที่แขวงบางลำภูล่างเขตคลองสาน ซึ่งพบของกลางเพิ่มเติม แสดงให้เห็นถึงลักษณะการใช้สถานที่เป็นแหล่งพักและกระจายสินค้า
ผลการตรวจสอบพบการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ในส่วนของสินค้ายาสูบ โดยดำเนินคดีกับผู้ต้องหา จำนวน 9 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นยาสูบ IQOS จำนวน 6,050 ซอง ในความผิดฐานมีไว้เพื่อขายซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี ตามมาตรา 204 แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 คิดเป็นมูลค่าภาษีที่รัฐสูญเสีย จำนวน 379,940 บาท และประมาณการค่าปรับเป็นเงิน 5,699,100 บาท
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบยังพบบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า และอุปกรณ์สำหรับบุหรี่ไฟฟ้า รวมประมาณ 91,616 ชิ้น โดยในส่วนของบุหรี่ไฟฟ้าไม่ใช่สินค้าที่อยู่ในพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 จึงดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
การดำเนินการครั้งนี้เป็นผลจากการทำงานเชิงรุก และการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกรมสรรพสามิต กับหน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมาย ตั้งแต่การสืบสวนหาข่าว การใช้ข้อมูล และประเมินความเสี่ยง การเข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมาย ไปจนถึงการขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการจัดเก็บ และกระจายสินค้า
โดยกรมสรรพสามิตจะเดินหน้าประสานความร่วมมือ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกัน และปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย สกัดกั้นสินค้าที่มิได้เสียภาษี และรักษาความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย” นายพรชัย กล่าว