เคเอฟซี ประเทศไทย ประกาศก้าวเข้าสู่ “New Era” เดินเกมเติบโตครั้งใหญ่ เขย่าวงการไก่ทอด ปรับใหม่ทุกมิติ ยกระดับเมนูร้าน และประสบการณ์แบรนด์ ปักหมุดสยามเซ็นเตอร์ สาขาแรกในไทย หวังครองใจ Gen Z
วันที่ 6 ตุลาคม 2569 ศศิพินทุ์ จันทรศักดิ์ ผู้จัดการทั่วไป เคเอฟซี ประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันเคเอฟซี เป็นแบรนด์ที่มีสาขามากที่สุดในทั่วประเทศครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด และยังคงเดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนสาขาให้เติบโตต่อเนื่องสู่ 1,266 สาขาภายในสิ้นปีนี้
“ล่าสุดเคเอฟซี ประกาศก้าวสู่ New Era ด้วยการรีเฟรชภาพลักษณ์แบรนด์ ยกระดับแบรนด์ครั้งสำคัญทั้งระบบ โดยต้องการยกระดับประสบการณ์ในทุกมิติ ตั้งแต่เมนู ร้าน การบริการ ไปจนถึงวิธีเชื่อมต่อกับผู้บริโภครุ่นใหม่ เพื่อตอกย้ำว่าเคเอฟซี ยังคงเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภครัก เช่นเดียวกับตลอดกว่า 42 ปีที่ผ่านมา และเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะผู้บริโภค Gen Z”
ภัทรา ภัทรสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กล่าวว่า การปรับครั้งนี้มาจากความเข้าใจผู้บริโภค Gen Z สู่ประสบการณ์การกินรูปแบบใหม่ของเคเอฟซี ซึ่งไม่ได้มองหาเพียงความรวดเร็วและความสะดวก แต่ยังให้ความสำคัญกับรสชาติ ประสบการณ์ และความยืดหยุ่นที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ในแต่ละวัน ซึ่งเคเอฟซี ชูเมนูไก่ไม่มีกระดูก พร้อมรสชาติในแบบของตัวเองผ่าน การคลุกผงปรุงรส การดังก์ซอส (Dunk It) และการดิปซอส (Dip It)
รวมถึงรสชาติใหม่ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์คนไทยโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น Smoky BBQ, Seoul Hot, New Jai Ded, Garlic Parmesan, White Truffle และ Zabb Spicy พร้อมดิปซอสใหม่อีก 5 รสชาติ
พร้อมกันนี้ยังมีเมนูยอดนิยมอย่าง Double Down, Zinger Burger และ Twister ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบ Grab & Go รวมถึงเมนูใหม่อย่าง Scoop Fries และ Matcha Mochi Egg Tart

นอกจากนี้ยังเปิดร้านคอนเซ็ปต์สโตร์แห่งแรก ที่สยามเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นสาขาต้นแบบนี้ได้รับการออกแบบภายใต้ New Brand Identity ที่สะท้อนตัวตนของเคเอฟซียุคใหม่ ตั้งแต่ดีไซน์ร้าน ‘Us-niform’ ยูนิฟอร์มพนักงานโฉมใหม่ที่แสดงถึงความเป็นตัวตนของแบรนด์ มีความทันสมัย มีสไตล์ และใช้งานได้จริง ไปจนถึงโมเดิร์นเมนู (Modern Menu) ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่

อรณัฐร์ ผกาภรณ์รัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย จำกัด กล่าวว่า ในฐานะผู้บริหารแฟรนไชส์มากกว่า 550 สาขา จากนี้จะเดินหน้ายกระดับมาตรฐานร้านและประสบการณ์ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และสาขาสยามเซ็นเตอร์เป็นต้นแบบที่นำความสะดวก รวดเร็ว และเทคโนโลยีเข้ากับการให้บริการ

โดยติดตั้งตู้สั่งอาหารอัตโนมัติ (Kiosk) ควบคู่กับจุดรับอาหารแบบ Just Pick Up และเพิ่มบทบาทพนักงานต้อนรับ (Lobby Host) เพื่ออำนวยความสะดวก
ทั้งนี้ สาขาดังกล่าวเริ่มเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป และมีกำหนดเปิดให้บริการสั่งเดลิเวอรีผ่านแอปพลิเคชัน KFC รวมถึงเอกสิทธิ์เฉพาะบนแพลตฟอร์ม Grab ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน เป็นระยะเวลา 3 เดือน