“วราวุธ” ผนึก ส.อ.ท.-SME D Bank เชื่อมทุนเสริมแกร่งเอสเอ็มอี หวังธุรกิจ “อยู่รอด-ปรับตัว-โต” เจาะ 3 กลุ่มเป้าหมาย อาหาร-เกษตรแปรรูป-Wellness
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม กล่าวในโอกาสร่วมเป็นสักขีพยานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ภายใต้โครงการ “เชื่อมทุน เชื่อมอุตสาหกรรม ขับเคลื่อน SME ไทย”
ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสมาชิก ส.อ.ท. เข้าถึงแหล่งทุนที่เหมาะสม ทั้งสินเชื่อและเงินร่วมลงทุน ควบคู่กับการพัฒนาองค์ความรู้และทักษะด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม การบริหารจัดการ การเงิน ระบบขนส่ง และการตลาด
การสนับสนุนเอสเอ็มอี ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการเพิ่มช่องทางเข้าถึงเงินทุน แต่ต้องเป็นเงินทุนที่เหมาะกับความต้องการของแต่ละธุรกิจ พร้อมองค์ความรู้และเทคโนโลยี เพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปเพิ่มประสิทธิภาพ ต่อยอดธุรกิจ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน โดยความร่วมมือครั้งนี้จะเชื่อมโยงตั้งแต่แหล่งทุน การให้คำปรึกษา การพัฒนาศักยภาพ ไปจนถึงการติดตามผล
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่าเอสเอ็มอีกำลังเผชิญแรงกดดันทั้งด้านต้นทุน การแข่งขัน เทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงของตลาด รวมถึงข้อจำกัดในการเข้าถึงเงินทุน
ความร่วมมือกับ SME D Bank จึงเป็นกลไกสำคัญในการช่วยให้ผู้ประกอบการ “อยู่รอด ปรับตัว และเติบโต” ผ่านการเข้าถึงเงินทุน เครื่องมือ และองค์ความรู้ เพื่อนำไปเพิ่มผลิตภาพ ลงทุน ขยายธุรกิจ และยกระดับศักยภาพการแข่งขัน
นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ SME D Bank กล่าวว่า ทั้งสองหน่วยงานจะนำจุดแข็งมาบูรณาการ โดย ส.อ.ท. มีเครือข่ายผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ขณะที่ SME D Bank มีเครื่องมือทางการเงินและบริการพัฒนาผู้ประกอบการ
โดยเฉพาะสินเชื่อตามนโยบายรัฐ อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก เช่น “สินเชื่อ SME Green Productivity” วงเงินสูงสุด 30 ล้านบาทต่อราย เพื่อสนับสนุนการยกระดับสู่อุตสาหกรรมสีเขียว พร้อมกิจกรรมพัฒนาความรู้ทั้ง Onsite และ Online
ความร่วมมือดังกล่าวจะเชื่อมโยงเครือข่าย ส.อ.ท. ทุกพื้นที่กับ SME D Bank ทั้ง 96 สาขาทั่วประเทศ โดยมุ่งสนับสนุนเอสเอ็มอี โดยเฉพาะภาคการผลิตใน 3 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ อาหาร เกษตรแปรรูป และ Wellness ให้เข้าถึงทั้งเงินทุนและการพัฒนา เพื่อเพิ่มศักยภาพและสร้างการเติบโตระยะยาว
ภายใต้ MOU ส.อ.ท. จะคัดกรองและเชื่อมโยงสมาชิกเข้าสู่ SME D Bank โดยสมาชิก ส.อ.ท. ราว 16,000 ราย เป็นเอสเอ็มอีมากกว่า 80% จากนั้นธนาคารจะพิจารณาเครื่องมือทางการเงินให้เหมาะกับแต่ละธุรกิจ ทั้งเงินทุนลงทุนและเงินทุนหมุนเวียน ควบคู่กับการให้คำปรึกษา ถ่ายทอดองค์ความรู้ และพัฒนาทักษะที่จำเป็น ขณะที่ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันประสานและติดตามผลให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
ความร่วมมือมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการเข้าถึงเงินทุน เสริมสภาพคล่อง สนับสนุนการลงทุน ขยายกิจการ และเพิ่มผลิตภาพ พร้อมยกระดับเทคโนโลยี นวัตกรรม การบริหารจัดการ และการตลาด เพื่อให้เอสเอ็มอีปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
ทั้งนี้ MOU มีระยะเวลา 3 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เพื่อร่วมกันเสริมความแข็งแกร่งให้เอสเอ็มอี ซึ่งเป็นฐานสำคัญของภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจไทย