ดัชนีเชื่อมั่น “บริโภค-ธุรกิจ” ก.ย. 69 ร่วง เซ่นน้ำท่วม-กังวลปัญหาการเมืองป่วนดัชนี
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ และธุรกิจ ม.หอการค้าไทยเปิดเผยถึงผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย(ภาคธุรกิจ) ประจำเดือน ก.ย.2569 ว่า ทั้ง 2 ดัชนีมีทิศทางเดียวกันคือปรับตัวลดลง เนื่องจากผู้บริโภคกังวลปัญหาน้ำท่วมและราคาน้ำมันในตลาดโลกและในประเทศ โดยเฉพาะดีเซลชายปลีกที่สูงเกินระดับ 40 บาทต่อลิตร แม้ว่ารัฐบาลจะต่ออายุไทยช่วยไทยพลัสอีก 2 เดือนก็ตาม อาจกระทบค่าครองชีพในอนาคต รวมไปถึงเริ่มกังวลเกี่ยวกับเสเถียรภาพการเมืองในอนาคตด้วย
“หากน้ำท่วมคลี่คลาย ราคาน้ำมันไม่ปรับสูงมาก คาดว่าการใช้จ่ายจะเริ่มกระเตื้องขึ้นช่วงกลางเดือน พ.ย. จากแรงหนุนไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2 ซึ่งจะมีเงินเติเข้ามาในระบบอีก 4 หมื่นล้านบาท รวมทั้งเงินเยียวจากระบบประกันภัยต่างๆก็จะเข้ามาช่วยพยุงเศรษฐกิจช่วงปลายปีได้อีกหนึ่ง ทำให้มั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะโตได้ตามเป้า 2.2-2.5%”
นายวาทิตร รักษ์ธรรม ผู้ช่วยผอ.ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทยเปิดเผยถึงผลการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือน ก.ย.2569 ว่าดัชนีปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน จากระดับ 53.2 เป็น 52.1 จากปัญหาน้ำท่วม และน้ำมันแพงทำให้ประชาชนยังคงระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอย และหากราคาน้ำมันกลับมาลดลงต่ำกว่า 40 บาทต่อลิตร คาดว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะกลับมาฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องและการบริโภคจะปรับตัวจะกลับมาดีขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงปลายปีนี้
นายวชิร คูณทวีเทพ รักษาการรองอธิการบดีฝ่ายยุทธศาสตร์ และคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์เปิดเผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยประจำเดือน ก.ย.2569ว่า อยู่ที่ 41.2 ปรับลดลงจากเดือนก่อนซึ่งอยู่ที่ 41.8 จากความกังวลและส่งผลกระทบเป็นวงกว้างจากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในปัจจุบันโดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงจังหวัดในภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคเหนือ ที่ได้สร้างความเสียหาย อาจทำให้เศรษฐกิจฟื้นช้า รวมทั้งปัญหาปัจจัยต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการที่ปรับตัวสูงขึ้น ยังคงส่งผลกระทบต่อภาคการจ้างงานและสภาพ
คล่องของธุรกิจ
ทั้งนี้ภาคธุรกิจเสนอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา 4 แนวทาง คือ
1.การบริหารจัดการน้ำและเยียวยาอุทกภัยโดยบูรณาการระบบเตือนภัยล่วงหน้า เร่งระบายน้ า พร้อมออกมาตรการชดเชยและฟื้นฟูพื้นที่เกษตรและสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบอย่างทันท่วงที
2.บริหารจัดการต้นทุนการผลิตและราคาผลผลิตเกษตร ควบคุมราคาพลังงานและปุ๋ย ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพราคาพืชผลช่วงฤดูเก็บเกี่ยว
3.กระตุ้นการท่องเที่ยวปลายปี ต้องประชาสัมพันธ์อีเวนต์ระดับภูมิภาค อาทิ งานพืชสวนโลกอุดรธานี และท าตลาดเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพสูง
4. เสริมสภาพคล่องและแก้หนี้เชิงรุกโดยปรับโครงสร้างหนี้ภาคครัวเรือนและ SME เติมสภาพคล่องดอกเบี้ยต่ า เพื่อประคองก าลังซื้อและป้องกันหนี้เสีย
5. ดูแลเสถียรภาพค่าเงินและการค้าต่างประเทศ รักษาเสถียรภาพค่าเงินบาทให้อยู่ในระดับที่แข่งขันได้ พร้อมหนุนการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน
6.ผลักดันเม็ดเงินงบลงทุนภาครัฐลงสู่พื้นที่อย่างต่อเนื่อง และเร่งพัฒนาทักษะแรงงานรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาต