เตรียมจ่ายเพิ่ม สรรพากร จ่อเก็บภาษีเดินทางไปนอก ครั้งละพันบาท
บัดนี้ อธิบดีกรมสรรพากรได้อนุมัติการดำเนินการจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่เกี่ยวข้องกับหลักการของร่างพระราชบัญญัติภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร พ.ศ. …. ดังกล่าว กรมสรรพากรจึงขอเชิญชวนผู้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร ผู้ประกอบกิจการขนส่งคนโดยสารระหว่างประเทศ ตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารของผู้ประกอบกิจการขนส่งคนโดยสารระหว่างประเทศ ผู้ดำเนินการท่าอากาศยาน หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร หน่วยงานภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร รวมถึงประชาชนทั่วไป
ร่วมแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ต่อหลักการของร่างพระราชบัญญัติภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร พ.ศ. … ผ่านทางเว็บไซต์ของกรมสรรพากร คลิก ระหว่างวันที่ 30 กันยายน 2569 ถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2569
ระยะแรกเก็บครั้งละ 1,000 บาท
โดย สาระสำคัญของกฎหมาย คือ กำหนดให้ผู้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร “ทุกคน” มีหน้าที่เสียภาษีทุกครั้งในอัตราที่จะกำหนดโดยกฎกระทรวงแต่วางกรอบเพดานอัตราภาษีสูงสุดไว้ไม่เกินครั้งละ 5,000 บาท โดย ในระยะแรกจะมุ่งเน้นการจัดเก็บเฉพาะการเดินทางทางอากาศครั้งละ 1,000 บาท
ขณะที่การเดินทางทางบกและทางน้ำจะได้รับการยกเว้นภาษีในระยะแรกไปก่อน ขณะเดียวกันกฎหมายยังมีข้อยกเว้นไม่จัดเก็บกับผู้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการขนส่ง เช่น ลูกเรือที่เดินทางตามหน้าที่การงานโดยไม่ต้องเสียค่าโดยสารกลไกการชำระภาษีกำหนดให้ผู้ประกอบกิจการขนส่ง หรือตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารเป็นผู้เรียกเก็บภาษีพร้อมกับการเรียกเก็บค่าโดยสารก่อนการเดินทาง
ส่วนกรณี ที่ไม่มีการซื้อบัตรโดยสารหรือไม่มีการเรียกเก็บค่าโดยสาร จะต้องชำระภาษีตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด โดยร่างกฎหมายจะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 180 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา และจะไม่มีผลย้อนหลังบังคับใช้กับผู้ที่ซื้อบัตรโดยสารก่อนวันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้
กลุ่มผู้ได้รับยกเว้นภาษีการเดินทางทางอากาศโดยอ้างอิงหลักเกณฑ์เดียวกับการยกเว้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก (พีเอสซี) อาทิพระมหากษัตริย์ พระราชินี พระราชโอรส พระราชธิดา พระชามาดา พระสุณิสา
พระเจ้าหลานเธอและผู้ติดตามในขบวนเสด็จสมเด็จพระสังฆราช และผู้ติดตามในขบวนเสด็จประมุขแห่งรัฐต่างประเทศ และผู้ติดตามราชอาคันตุกะของพระมหากษัตริย์หรือพระราชินี และผู้ติดตามเด็กอายุไม่เกิน 2 ปีคณะผู้ตรวจขององค์การห้ามอาวุธเคมีผู้โดยสารยานพาหนะของราชการผู้โดยสารผ่านที่อยู่ภายในบริเวณสนามบิน
ขณะที่มาตรการบังคับใช้และบทลงโทษได้กำหนดให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ในการประเมิน เรียกเก็บภาษี ออกหมายเรียก และตรวจค้นเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง พร้อมกำหนดเบี้ยปรับสูงถึง 2 เท่าของจำนวนภาษีที่ต้องชำระ และเงินเพิ่มในอัตรา 1.5% ต่อเดือน
ตลอดจนมีโทษปรับทางพินัยสำหรับผู้ที่แจ้งข้อความเท็จ แสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือพยายามหลีกเลี่ยงภาษี เพื่อป้องกันและยับยั้งการกระทำผิดกฎหมาย โดยการเปิดรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้มุ่งเน้นการรวบรวมข้อเสนอแนะจากผู้ได้รับผลกระทบทุกภาคส่วน ทั้งประชาชน ผู้เดินทาง ผู้ประกอบการขนส่ง ตัวแทนจำหน่ายตั๋ว ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง
ขณะที่มาตรการบังคับใช้และบทลงโทษได้กำหนดให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ในการประเมิน เรียกเก็บภาษี ออกหมายเรียก และตรวจค้นเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง พร้อมกำหนดเบี้ยปรับสูงถึง 2 เท่าของจำนวนภาษีที่ต้องชำระ และเงินเพิ่มในอัตรา 1.5% ต่อเดือน ตลอดจนมีโทษปรับทางพินัยสำหรับผู้ที่แจ้งข้อความเท็จ แสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือพยายามหลีกเลี่ยงภาษี เพื่อป้องกันและยับยั้งการกระทำผิดกฎหมาย โดยการเปิดรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้มุ่งเน้นการรวบรวมข้อเสนอแนะจากผู้ได้รับผลกระทบทุกภาคส่วน ทั้งประชาชน ผู้เดินทาง ผู้ประกอบการขนส่ง ตัวแทนจำหน่ายตั๋ว ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง
เหตุผลความจำเป็นของการให้มีระบบอนุญาต ระบบคณะกรรมการหรือการกำหนดโทษอาญา รวมทั้งหลักเกณฑ์การใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อป้องกันและยับยั้งการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีโดยการแจ้งข้อความหรือให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จ การแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือการกระทำโดยวิธีการอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษี