แสนสิริรุกตลาดบ้านลักซ์ชัวรีและซูเปอร์ลักซ์ชัวรี เปิดตัวแคมเปญ “ABOVE THE ORDINARY” มอบเอกสิทธิ์พิเศษฟรีค่าส่วนกลางสูงสุด 20 ปี สำหรับผู้จองและโอนกรรมสิทธิ์บ้านในโครงการนาราสิริและณริณสิริที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันที่ 9 ต.ค. – 31 ธ.ค. 2569 ตอกย้ำแนวคิดการอยู่อาศัยเหนือระดับ ควบคู่การดูแลรักษาและเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาว
วันที่ 10 ต.ค. 2569 บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าบริษัทได้เปิดตัวแคมเปญพิเศษ “ABOVE THE ORDINARY” ต้อนรับไตรมาส 4 ปี 2569 มอบสิทธิพิเศษให้แก่ผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของบ้านระดับลักซ์ชัวรีและโครงการใน Sansiri Luxury Collection (SLC) ภายใต้แบรนด์นาราสิริและณริณสิริ ด้วยข้อเสนอฟรีค่าส่วนกลางสูงสุด 20 ปี* สำหรับผู้จองและโอนกรรมสิทธิ์ภายในระยะเวลาที่กำหนด ตั้งแต่วันที่ 9 ต.ค. – 31 ธ.ค. 2569 พร้อมสิทธิประโยชน์และเอกสิทธิ์อื่น ๆ เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตระดับลักซ์ชัวรีโดยเฉพาะ
แคมเปญดังกล่าวสะท้อนแนวคิดการยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยจาก Above The Ordinary สู่ Extraordinary โดยมุ่งตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อบ้านระดับบน ซึ่งให้ความสำคัญกับความสมบูรณ์แบบในทุกมิติ ทั้งการออกแบบ คุณภาพของโครงการ ทำเลที่ตั้ง ความเป็นส่วนตัว ตลอดจนมาตรฐานการดูแลและบริการหลังการขายในระยะยาว
สำหรับทำเลที่ตั้งของโครงการที่เข้าร่วมแคมเปญ แสนสิริคัดเลือกพื้นที่ศักยภาพ 4 ทำเลสำคัญ ได้แก่ กรุงเทพกรีฑา บรมราชชนนี บางนา และพหลโยธิน–วัชรพล ซึ่งมีจุดเด่นด้านการเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคม แหล่งไลฟ์สไตล์ และสิ่งอำนวยความสะดวก รองรับการอยู่อาศัยของกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง พร้อมโอกาสในการรักษามูลค่าทรัพย์สินในระยะยาว
อย่างไรก็ดีทำเลกรุงเทพกรีฑาถือเป็น New Ultra Luxury Zone ของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก จุดเด่นอยู่ที่การเดินทางที่เชื่อมต่อใจกลางเมืองและสนามบิน รวมถึงรายล้อมด้วยโรงเรียนนานาชาติชั้นนำ ขณะที่ทำเลบรมราชชนนีมีจุดแข็งด้านการเชื่อมต่อกรุงเทพฯ ชั้นใน ผ่านโครงข่ายถนนและทางด่วนหลายเส้นทาง
ส่วนทำเลบางนาเป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์ฝั่งตะวันออกที่เชื่อมต่อกรุงเทพฯ และสนามบินสุวรรณภูมิ สำหรับทำเลพหลโยธิน–วัชรพล มีศักยภาพจากการเชื่อมต่อถนนสายหลักและสนามบินดอนเมือง รองรับการขยายตัวของเมืองในอนาคต
ทั้งนี้แสนสิริประเมินว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรีและซูเปอร์ลักซ์ชัวรียังคงมีความต้องการจากกลุ่มผู้ซื้อกำลังซื้อสูงอย่างต่อเนื่อง แม้ภาพรวมตลาดจะไม่ได้เติบโตอย่างหวือหวา แต่ยังเป็นตลาดเฉพาะกลุ่มที่มีศักยภาพในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อที่ดินในทำเลสำคัญมีข้อจำกัดและหาได้ยากขึ้น ส่งผลให้บ้านระดับบนไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่ยังเป็นสินทรัพย์ที่สามารถสร้างคุณค่าและรักษามูลค่าได้ในระยะยาว
แสนสิริ ระบุว่าลูกค้ากลุ่มลักซ์ชัวรีให้ความสำคัญกับประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ครอบคลุมมากกว่าความสวยงามหรือคุณภาพของตัวบ้าน โดยมีองค์ประกอบสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ World Class Design การออกแบบและสถาปัตยกรรมที่พิถีพิถันในทุกรายละเอียด Strategic Luxury Location ทำเลที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้ชีวิตและความเป็นส่วนตัว และ Luxury Service มาตรฐานการดูแลและบริการระดับพรีเมียมตลอดระยะเวลาการเป็นเจ้าของ
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพย์สินภายใต้แนวคิด Luxury Management โดยพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ซึ่งมุ่งเน้นการดูแลรักษาคุณภาพโครงการและสนับสนุนการรักษาหรือเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาว เพื่อสร้างความคุ้มค่าให้แก่เจ้าของบ้านมากกว่าการซื้อที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว
สำหรับโครงการนาราสิริและณริณสิริที่เข้าร่วมแคมเปญ “ABOVE THE ORDINARY” มีทั้งหมด 6 โครงการ ครอบคลุมบ้านระดับลักซ์ชัวรีและซูเปอร์ลักซ์ชัวรีในทำเลศักยภาพ ได้แก่
นาราสิริ บางนา กม.10 ภายใต้แนวคิด FINAL NOHO NO.6 ราคา 60–150 ล้านบาท*
นาราสิริ บรมราชชนนี ภายใต้แนวคิด THE FINEST NEW ZONE ราคา 55–120 ล้านบาท*
นาราสิริ พหลฯ–วัชรพล ภายใต้แนวคิด MODERN FRENCH RENAISSANCE ราคา 45–90 ล้านบาท*
นาราสิริ วิคตัวร์ กรุงเทพกรีฑา ภายใต้แนวคิด GLOBAL DESIGNER SHOW HOUSE ราคา 65–120 ล้านบาท
ณริณสิริ กรุงเทพกรีฑา ภายใต้แนวคิด THE LAST SHOW HOUSE ราคาพิเศษ 99 ล้านบาท*
ณริณสิริ พระราม 9–กรุงเทพกรีฑา ภายใต้แนวคิด THE NEW PRIVATE ZONE ราคา 40–80 ล้านบาท*
ผู้สนใจสามารถสัมผัสประสบการณ์การอยู่อาศัยเหนือระดับ พร้อมรับสิทธิพิเศษจากแคมเปญ “ABOVE THE ORDINARY” สำหรับโครงการที่ร่วมรายการได้ตั้งแต่วันที่ 9 ต.ค. – 31 ธ.ค. 2569 โดยเงื่อนไขการรับสิทธิ์เป็นไปตามที่บริษัทกำหนด และสามารถนัดหมายเข้าชมโครงการหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.sansiri.com/campaign/rtm-q4-promotion-slc-2026/th
*หมายเหตุ: สิทธิพิเศษฟรีค่าส่วนกลางสูงสุด 20 ปี และราคาโครงการเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด โปรดตรวจสอบรายละเอียดและเงื่อนไขของแต่ละโครงการก่อนตัดสินใจ