เอเซีย พลัสชี้ ความเชื่อมั่นหุ้นท่องเที่ยววูบ พิษสรรพากรจ่อเก็บภาษีเที่ยวนอก

ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส (ASPS) ประเมินข้อเสนอจัดเก็บภาษีเดินทางออกนอกราชอาณาจักร (Outbound Travel Tax) ในอัตรา 1,000 บาทต่อเที่ยวบินว่า อาจสร้างแรงกดดันต่อ ความเชื่อมั่นของหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวในระยะสั้น จากความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการเดินทางที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อผลประกอบการของธุรกิจยังขึ้นอยู่กับการผ่านกฎหมายและการประกาศใช้จริง

กรมสรรพากรเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายดังกล่าวระหว่างวันที่ 30 กันยายน-29 ตุลาคม 2569 โดยเสนอจัดเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้เดินทางไปต่างประเทศทุกสัญชาติผ่านทางอากาศในระยะแรก อัตรา 1,000 บาทต่อการเดินทางหนึ่งครั้ง และกำหนดเพดานตามกฎหมายไว้ไม่เกิน 5,000 บาทต่อครั้ง

ทั้งนี้ การบังคับใช้นโยบายยังอาจต้องใช้เวลา โดยเอเซีย พลัสยกตัวอย่างค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวขาเข้า ซึ่งมีการตรากฎหมายตั้งแต่ปี 2562 แต่กำหนดเริ่มใช้ในปี 2570

นักท่องเที่ยวแบกต้นทุนเพิ่ม 1,450 บาทต่อทริป
หากมีการจัดเก็บภาษีเดินทางออกนอกประเทศจริง นักท่องเที่ยวต่างชาติจะมีภาระค่าใช้จ่ายรวม 1,450 บาทต่อทริป เมื่อรวมค่าธรรมเนียมเดินทางออกนอกประเทศ 1,000 บาท กับค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยว 450 บาท

อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มดังกล่าวคิดเป็นเพียงประมาณ 3% ของค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปที่ 48,000 บาท ซึ่งไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน จึงคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการเดินทางของนักท่องเที่ยวและความต้องการเข้าพักโรงแรมโดยรวมไม่มากนัก

สำหรับนักท่องเที่ยวระยะไกล คาดว่าจะได้รับผลกระทบน้อยกว่านักท่องเที่ยวระยะใกล้ เนื่องจากค่าธรรมเนียมดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายรวมในการเดินทาง

ส่วนการเรียกเก็บผ่านบัตรโดยสารเครื่องบิน อาจไม่ทำให้ราคาตั๋วที่ผู้โดยสารจ่ายเพิ่มขึ้นเต็มจำนวนในอัตราเดียวกันเสมอไป เนื่องจากสายการบินมีการกำหนดราคาแบบยืดหยุ่น การจำหน่ายตั๋วราคาพิเศษ และการบริหารจัดการราคาตามระดับค่าโดยสาร

AOT เสี่ยงจากคนไทยเดินทางลดลง สายการบินต้นทุนต่ำอ่อนไหวกว่า

สำหรับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เอเซีย พลัส ประเมินว่า ผลกระทบต่อผู้โดยสารต่างชาติจะใกล้เคียงกับผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติ ขณะที่นักเดินทางชาวไทยซึ่งคิดเป็นประมาณ 15% ของผู้โดยสารระหว่างประเทศทั้งหมด อาจมีความอ่อนไหวต่อราคามากกว่า เพราะค่าธรรมเนียมดังกล่าวเพิ่มต้นทุนการเดินทางออกนอกประเทศโดยตรง

จากการวิเคราะห์ความอ่อนไหว หากจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศชาวไทยลดลงทุก 10% อาจทำให้ประมาณการจำนวนผู้โดยสารรวมของ AOT ลดลงราว 1-2%

ด้านธุรกิจสายการบิน สายการบินต้นทุนต่ำ เช่น บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV มีแนวโน้มได้รับผลกระทบมากกว่าสายการบินที่ให้บริการเต็มรูปแบบ เช่น บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI และบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA เนื่องจากค่าธรรมเนียมคงที่ 1,000 บาทคิดเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับราคาตั๋วเครื่องบินของสายการบินต้นทุนต่ำ

เอเซีย พลัสยังมองบวกหุ้นท่องเที่ยว ชู CENTEL-ERW-AOT

เอเซีย พลัสมองว่าข้อเสนอจัดเก็บภาษีเดินทางออกนอกประเทศยังเป็นปัจจัยกดดันความเชื่อมั่น มากกว่าจะเป็นความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญต่อกำไรของบริษัทในขณะนี้ และยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

หุ้นเด่นที่ฝ่ายวิจัยให้น้ำหนัก ได้แก่ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL ซึ่งมีโอกาสเติบโตจากธุรกิจการจัดประชุม นิทรรศการ และการเดินทางเพื่อธุรกิจ (MICE) ตามด้วยบริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW และ AOT ซึ่งเป็นหุ้นที่สะท้อนการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวไทย

อย่างไรก็ตาม หากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินปรับขึ้นต่อเนื่องจนสูงกว่าระดับสูงสุดเดิมที่ 209 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนเมษายน โดยเฉพาะหากเริ่มกระทบต่อความสามารถในการให้บริการเที่ยวบินของสายการบิน เอเซีย พลัสจะพิจารณาทบทวนมุมมองและลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นท่องเที่ยวตามความเหมาะสม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน