ชาวบ้านจะได้อะไร ? จากการประชุม IMF–เวิลด์แบงก์

สิ่งที่คนไทยอยากรู้มากที่สุดตอนนี้คือชาวบ้านจะได้อะไร จากการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569″ (The 2026 Annual Meetings of the International Monetary Fund and the World Bank Group) ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569

ก่อนอื่นต้องมาดูกันว่าบรรดาผู้นำด้านเศรษฐกิจและการเงินระดับโลกจะมีการหยิบยกประเด็นอะไรขึ้นมาหารือในเวทีนี้บ้าง ซึ่งพอจะสรุปคร่าวๆได้ดังนี้

1.ทิศทางเศรษฐกิจโลกและผลกระทบจากสงคราม- โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF จะเผยแพร่รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook) เพื่อประเมินทิศทางการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ซึ่งอาจส่งผลต่อการค้า การส่งออก การลงทุน และกำลังซื้อของประเทศต่าง ๆ รวมถึงประเทศไทย

2.หนี้สาธารณะและเสถียรภาพทางการเงิน-ที่ประชุมจะหารือความเสี่ยงจากหนี้ภาครัฐต้นทุนการกู้ยืม และความผันผวนของตลาดพันธบัตร แนวทางรักษาเสถียรภาพทางการเงิน ซึ่งมีความสำคัญต่อการกำหนดนโยบายการคลังของไทย ทั้งการดูแลภาระหนี้ การรักษาวินัยทางการเงิน และการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือประชาชน

3. AI กับการจ้างงานและเศรษฐกิจ-การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้กำลังเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานและการดำเนินธุรกิจทั่วโลก ที่ประชุมจะหารือทั้งโอกาสในการเพิ่มผลิตภาพทางเศรษฐกิจ ผลกระทบต่อตลาดแรงงาน ความเหลื่อมล้ำ และความเสี่ยงทางการเงิน รวมถึงแนวทางพัฒนาทักษะแรงงานเพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจปรับตัวและใช้ประโยชน์จาก AI ได้อย่างเต็มศักยภาพ

4. การระดมทุนภาคเอกชนเพื่อสร้างงานและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ-เพื่อส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทในการลงทุน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน กระตุ้นการเติบโต และสร้างการจ้างงาน สำหรับประเทศไทย ความท้าทายไม่ได้อยู่เพียงการดึงดูดเงินทุนจากต่างประเทศ แต่ยังรวมถึงการต่อยอดเม็ดเงินลงทุนให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจจริง สร้างงานที่มีคุณภาพ และกระจายโอกาสไปสู่ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(SME)

5. สงคราม พลังงาน และความมั่นคงทางอาหาร-ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและยูเครนยังเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อราคาพลังงาน ต้นทุนการผลิต การขนส่ง และความมั่นคงทางอาหาร ที่ประชุมจะประเมินผลกระทบและแนวทางรับมือกับ สำหรับคนไทย ประเด็นนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับราคาน้ำมัน ค่าไฟฟ้า ราคาสินค้าและอาหาร ตลอดจนต้นทุนของเกษตรกรและผู้ประกอบการ ซึ่งท้ายที่สุดอาจส่งผลต่อภาระค่าครองชีพของประชาชน

6. การเติบโตอย่างทั่วถึงและการลดความยากจน-การสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจให้เกิดประโยชน์อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา เป็นอีกประเด็นที่ได้รับความสำคัญ ทั้งการลดความเหลื่อมล้ำ การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน สำหรับไทย โจทย์สำคัญคือทำอย่างไรให้ผลประโยชน์จากการเติบโตกระจายไปถึงคนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะเกษตรกร แรงงานรายได้น้อย และผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อให้ประชาชนมีรายได้ที่มั่นคงและเข้าถึงโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตได้มากขึ้น

ดูจากประเด็นที่หารือแล้วจะเห็นว่าไม่ได้มีเพียงการประเมินทิศทางเศรษฐกิจโลก แต่ยังครอบคลุมประเด็นสำคัญที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจไทยอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ภาระหนี้สาธารณะ การจ้างงาน การลงทุน ต้นทุนพลังงาน ภาคการเกษตรซึ่งเกี่ยวกับความมั่นคงทางอาหาร ตลอดไปจนถึงความเหลื่อมล้ำและการลดความยากจน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อรายได้ ค่าครองชีพ และโอกาสในการทำมาหากินคนไทยทั้งสิ้น

ต้องมารอดูกันว่ารัฐบาลไทยจะนำข้อมูล ข้อเสนอแนะจากเวทีการประชุมระดับโลกแห่งนี้มาต่อยอด เพื่อเพิ่มโอกาสให้คนไทยในทุกกลุ่มได้มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะการสร้างรายได้ สร้างงาน และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะสิ่งที่คนไทยต้องการไม่ใช่แค่การได้เป็นเจ้าภาพประชุมระดับโลก แต่คือการได้เห็นเศรษฐกิจไทยเดินหน้า และปากท้องของคนไทยดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

 

 

 

 

 

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน