กระทรวงท่องเที่ยวฯ เผยนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสม 1 ม.ค.-10 ต.ค. 2569 อยู่ที่ 23.94 ล้านคน สร้างรายได้ 1.16 ล้านล้านบาท สัปดาห์ล่าสุดลดลง 7.49% หลังสิ้นสุดวันหยุดยาวตลาดเอเชีย ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนลดลง 41.56% จากสัปดาห์ก่อน สวนทางรัสเซียและไต้หวันที่เพิ่มขึ้น รับอานิสงส์เข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว
วันที่ 12 ต.ค. 2569 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยผลการประเมินจำนวนนักท่องเที่ยวเบื้องต้นพบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 10 ต.ค. 2569 ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสม 23.94 ล้านคน ลดลงร้อยละ 4.04 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
โดยในสัปดาห์นี้ ภาพรวมการท่องเที่ยวมีการชะลอตัวของกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short haul) ภายหลังสิ้นสุดช่วงวันหยุดต่อเนื่องของตลาดหลัก ได้แก่ วันหยุด Golden Week ของจีน วัน National Day ของฮ่องกง และวัน National Foundation Day ของเกาหลีใต้
ขณะที่ไต้หวันมีวันหยุด National Day ส่งผลให้ไต้หวันมีจำนวนนักท่องเที่ยวขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 5 จากอันดับที่ 7 ในสัปดาห์ก่อน
สำหรับกลุ่มตลาดระยะไกล (Long haul) มีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สอง จากการเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว (Winter Season) ทั้งนี้ ในสัปดาห์นี้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยจำนวน 483,375 คน ลดลงจากสัปดาห์ก่อน 39,157 คน หรือลดลงร้อยละ 7.49 คิดเป็นนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 69,054 คนต่อวัน
โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน (78,279 คน) มาเลเซีย (57,730 คน) อินเดีย (43,238 คน) รัสเซีย (25,754 คน) และไต้หวัน (18,710 คน) ส่วนนักท่องเที่ยวรัสเซียเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.35 ไต้หวันเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.09 จากสัปดาห์ก่อน
ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลงร้อยละ 41.56 มาเลเซียลดลงร้อยละ 3.58 และอินเดียลดลงร้อยละ 7.89 จากสัปดาห์ก่อน
สำหรับสัปดาห์ถัดไป คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติชะลอตัว จากกลุ่มตลาดระยะใกล้ที่ยังคงชะลอการเดินทางหลังสิ้นสุดช่วงวันหยุดต่อเนื่องในช่วงต้นเดือน
สรุปภาพรวมการท่องเที่ยวในสัปดาห์นี้ โดยข้อมูล ณ วันที่ 11 ต.ค. 2569 พบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 10 ต.ค. 2569 ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสมทั้งสิ้น 23,936,270 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแล้ว 1,165,341 ล้านบาท
โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน (4,078,133 คน) มาเลเซีย (3,039,825 คน) อินเดีย (1,794,723 คน) รัสเซีย (1,306,968 คน) และเกาหลีใต้ (878,549 คน)