ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้า 5 มาตรการเชิงรุก รับมือความเสี่ยงน้ำท่วมและป้องกันซัพพลายเชนสะดุด สำรองสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นล่วงหน้ากว่า 20 วัน เพิ่มรถขนส่ง 30–50% * พร้อมใช้ระบบเติมสต็อกอัตโนมัติและ AI วางแผนเส้นทางขนส่ง รักษาความต่อเนื่องในการกระจายสินค้าสู่สาขาทั่วประเทศ
วันที่ 12 ต.ค. 2569 ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ตอกย้ำความพร้อมของระบบซัพพลายเชน (Supply Chain) และโลจิสติกส์ (Logistics) รับมือความเสี่ยงจากสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจกระทบต่อการกระจายสินค้าอุปโภคบริโภค พร้อมเปิดแผน 5 มาตรการเชิงรุก ครอบคลุมการสำรองสินค้า การขนส่ง กำลังคน เทคโนโลยี และการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ โดยมีศูนย์กระจายสินค้าหลัก 4 แห่ง ได้แก่ บางบัวทอง มหาชัย พระราม 3 และบางนา สนับสนุนการเติมสินค้าจำเป็นสู่ทุกสาขาทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

พร้อมกันนี้ ท็อปส์ให้การต้อนรับนายฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน และคณะจากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งลงพื้นที่เยี่ยมชมศูนย์กระจายสินค้าท็อปส์ บางบัวทอง และท็อปส์ เซ็นทรัล เวสต์เกต จ.นนทบุรี เพื่อติดตามความพร้อมด้านปริมาณสินค้า การกระจายสินค้า และการจำหน่ายสินค้าจำเป็น รองรับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย
นายธนวัตร จิรจริยาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า ท่ามกลางความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ ความผันผวนของห่วงโซ่อุปทาน และความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การบริหาร Supply Chain เป็นกลยุทธ์สำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจค้าปลีก และรักษาความต่อเนื่องในการเข้าถึงสินค้าจำเป็นของประชาชน โดยมุ่งบริหารความเสี่ยงเชิงรุกและพัฒนาระบบให้ปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว
จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ผ่านมา ท็อปส์สำรองสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าจำเป็นล่วงหน้ามากกว่า 20 วัน พร้อมใช้ระบบเติมสต็อกสินค้าอัตโนมัติ (Auto-Replenishment System) วิเคราะห์ความต้องการจริงหน้าร้าน เพื่อเติมสินค้าให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการซื้อของแต่ละพื้นที่

นอกจากนี้ ยังเพิ่มรถขนส่งจากปกติ 30–50% เพื่อเพิ่มความถี่ในการเติมสินค้า ใช้ข้อมูลระดับน้ำและสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ปรับเส้นทางขนส่ง พร้อมจัดทีมคลังสินค้าและจัดส่งปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง เพิ่มชั่วโมงทำงานพิเศษ (OT) และใช้พนักงาน Outsource เสริมกำลังในช่วงเร่งด่วน โดยมีศูนย์กระจายสินค้าหลักทั้ง 4 แห่งสนับสนุนการส่งมอบสินค้าอย่างต่อเนื่องและทันท่วงที
นายธนวัตรกล่าวว่า ทิศทางต่อไป ท็อปส์มุ่งสร้างความมั่นคงด้านการจัดหาสินค้า (Supply Security) ด้วยการขยายเครือข่ายผู้ผลิตและคู่ค้า ลดการพึ่งพาแหล่งจัดหาเพียงช่องทางเดียว ควบคู่กับการเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบปฏิบัติการและกระจายสินค้า (Operational Resilience) เพื่อปรับสต๊อก กำลังคน และการขนส่งตามสถานการณ์
พร้อมนำข้อมูลและเทคโนโลยีมาสนับสนุนการวางแผนและตัดสินใจ (Data-Driven Supply Chain) ให้แม่นยำและรวดเร็วขึ้น โดยมองว่าการเตรียมพร้อมก่อนเกิดวิกฤตเป็นรากฐานสำคัญของธุรกิจค้าปลีกระยะยาว ช่วยลดผลกระทบจากความไม่แน่นอน รักษาความต่อเนื่องในการส่งมอบสินค้าจำเป็น และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค
ด้านนายนพดล ภู่มณี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายบริหารห่วงโซ่อุปทาน บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า ศูนย์กระจายสินค้าท็อปส์ บางบัวทอง เปิดดำเนินงานตั้งแต่เดือนพ.ย. 2541 มีพื้นที่คลังสินค้ารวม 43,242 ตร.ม. รองรับสินค้ากว่า 26,000 รายการ และดำเนินงานตลอด 24 ชั่วโมง ครอบคลุมกระบวนการรับ จัดเก็บ หยิบ ตรวจสอบ และจัดส่งสินค้าไปยังสาขา
ในปี 2568 ปริมาณสินค้าขาออกจากศูนย์ฯ เติบโต 7.3% จากปีก่อน โดยนำเทคโนโลยีโลจิสติกส์มาเพิ่มประสิทธิภาพการหยิบและตรวจสอบสินค้า ตลอดจนเร่งกระบวนการจัดส่ง ช่วยให้การเติมสินค้าสู่สาขาต่อเนื่อง แม้ในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา ศูนย์ฯ ยังคงเปิดดำเนินงานตามปกติและสนับสนุนการกระจายสินค้าจำเป็นไปยังสาขาต่าง ๆ
จากความเสี่ยงด้านการจัดหาและกระจายสินค้าที่อาจเกิดจากฝนตกหนักและน้ำท่วม ท็อปส์จึงวาง 5 มาตรการบริหารความเสี่ยง เพื่อรองรับความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคและลดโอกาสที่ระบบกระจายสินค้าจะหยุดชะงัก ดังนี้
1. เสริมความพร้อมด้านสินค้าจำเป็น (Product & Replenishment Readiness)
บริหารสินค้าจำเป็น 10 หมวดที่เสี่ยงขาดแคลนในช่วงวิกฤต ได้แก่ เนื้อสัตว์ ไข่ไก่ อาหารพร้อมรับประทาน ข้าวสาร ปลากระป๋อง น้ำดื่ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำมันพืช กระดาษทิชชู และนมยูเอชที พร้อมเพิ่มสินค้าสำรอง (Buffer Stock) ขยายเครือข่ายผู้ผลิตและซัพพลายเออร์ เพิ่มทางเลือกในการจัดหา ลดระยะเวลาส่งมอบจากคู่ค้า (Supplier Lead Time) และปรับรูปแบบสำรองสินค้าบางประเภทเพื่อยืดอายุการจัดเก็บและเพิ่มความพร้อมในภาวะฉุกเฉิน
2. เพิ่มความยืดหยุ่นของระบบขนส่ง (Logistics & Delivery Continuity)
เพิ่มจำนวนรถขนส่ง 30–50% รองรับความต้องการที่อาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมปรับเส้นทางตามสถานการณ์น้ำท่วมหรือข้อจำกัดด้านคมนาคม และเพิ่มความถี่ในการจัดส่งไปยังสาขาที่มีความต้องการสูงหรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยง เพื่อลดปัญหาสินค้าขาดชั้นวาง
3. เตรียมความพร้อมด้านกำลังคน (Workforce Readiness)
เพิ่มพนักงานหยิบสินค้า (Pickers) 30–40% รองรับปริมาณคำสั่งซื้อที่อาจเพิ่มขึ้น พร้อมใช้ระบบอัตโนมัติสนับสนุนการทำงาน เพื่อลดผลกระทบจากการขาดแคลนกำลังคนหรือกรณีพนักงานไม่สามารถเข้าปฏิบัติงานได้ตามปกติ
4. ยกระดับการบริหารด้วยเทคโนโลยี (Smart Technology & Automated Replenishment)
พัฒนาระบบ Dynamic Automated Replenishment ปรับปริมาณและความถี่ในการเติมสินค้าให้ตรงกับความต้องการของแต่ละสาขา โดยเฉพาะช่วงที่ความต้องการเพิ่มขึ้นฉับพลัน พร้อมใช้ AI วิเคราะห์และวางแผนเส้นทางขนส่ง (AI Transportation Routing) เพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วมหรือเส้นทางที่มีข้อจำกัด
5. ต่อยอดบทเรียนสู่แผนรับมือวิกฤตระยะยาว (Business Contingency Planning)
นำบทเรียนจากสถานการณ์ที่ผ่านมาไปพัฒนาแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Contingency Plan) ให้ครอบคลุมความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ ระบบขนส่งติดขัด การขาดแคลนสินค้า และข้อจำกัดด้านกำลังคน เพื่อให้ปรับการดำเนินงานได้ทันท่วงที ลดความเสี่ยงที่ Supply Chain จะหยุดชะงัก และเพิ่มความพร้อมรับมือเหตุการณ์ในอนาคต
ปัจจุบันท็อปส์มีศูนย์กระจายสินค้าหลัก 4 แห่ง รองรับธุรกิจแต่ละรูปแบบ ได้แก่ ศูนย์บางบัวทอง สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปของ TOPS และ TOPS FOOD HALL ศูนย์มหาชัย สำหรับอาหารสดและสินค้าควบคุมอุณหภูมิ คลังสินค้าออนไลน์พระราม 3 สำหรับธุรกิจออนไลน์ และศูนย์บางนา สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปของ TOPS Daily โดยแต่ละแห่งช่วยบริหารสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละช่องทาง และเพิ่มความคล่องตัวในการกระจายสินค้าเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง
ทั้งนี้ ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ยังคงมุ่งสร้างความมั่นคงด้านการจัดหาและกระจายสินค้าจำเป็น ผ่านความร่วมมือกับผู้ผลิต คู่ค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะช่วงภัยธรรมชาติหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมรักษาความต่อเนื่องในการส่งมอบสินค้าจากต้นทางสู่ชั้นวาง และเตรียมพร้อมรับมือความไม่แน่นอนในอนาคต เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นได้อย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง