ก.เกษตรฯ ยกเครื่องชลประทานเจ้าพระยาตะวันออกตอนล่าง
นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าได้ เข้าร่วมกล่าวเปิดงาน High-Level Event: Showcasing Global Partnerships for the Lower East Chao Phraya Basin โดยมี H.E.Mr. Jozef Šikela กรรมาธิการยุโรปด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ H.E.Ms. Eleonore Caroit รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการยุโรปและความร่วมมือระหว่างประเทศของฝรั่งเศส Mr. Scott Morris รองประธานธนาคารพัฒนาเอเชีย และ Mr. Felipe Jaramillo รองประธานประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก กลุ่มธนาคารโลกเข้าร่วมงาน ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี
สำหรับการจัดงานในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนแนวทางการบริหารจัดการน้ำของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้การนำของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งเน้นการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งการจัดสรรน้ำเพื่อการเกษตร การลดความเสี่ยงจากอุทกภัย การรับมือภัยแล้ง และการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำมีความยืดหยุ่น เป็นธรรม ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง
โดยคำนึงถึงความมั่นคงทางอาหารและคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นสำคัญ และขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำเชิงรุกตามหลักการ “ต้นน้ำกักเก็บ กลางน้ำชะลอ ปลายน้ำระบาย” ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบชลประทาน และการใช้ข้อมูลเป็นแนวทางในการวางแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำในระยะยาวให้แก่ภาคเกษตรกรรมและประชาชน
นายรพีภัทร์ กล่าวว่สำหรับโครงการปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่างเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ โดยมุ่งปรับปรุงคลองและอาคารชลประทาน เพิ่มขีดความสามารถในการระบายน้ำและกักเก็บน้ำ ตลอดจนนำข้อมูล การพยากรณ์ และเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มศักยภาพของระบบชลประทานในการรองรับสถานการณ์น้ำหลากและภาวะขาดแคลนน้ำ ตลอดจนช่วยให้เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพและมั่นคงยิ่งขึ้น ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน พร้อมขับเคลื่อนการเตรียมความพร้อมและการดำเนินโครงการให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ ควบคู่กับการประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่ภาคการเกษตรในระยะยาว
นอกจากนี้ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านชลประทานจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม การดูแลผลกระทบต่อชุมชนอย่างเหมาะสม การพัฒนาศักยภาพของเจ้าหน้าที่ และการประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับภาคีเพื่อการพัฒนา เพื่อให้การดำเนินโครงการตอบสนองต่อความต้องการของพื้นที่และสร้างประโยชน์แก่ประชาชนอย่างทั่วถึง
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ โดยต้องเชื่อมโยงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยี ตลอดจนการมีส่วนร่วมของประชาชนเข้าด้วยกัน เพื่อให้สามารถรับมือกับความผันผวนของสถานการณ์น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งในช่วงน้ำหลากและช่วงขาดแคลนน้ำ เรามุ่งให้การพัฒนาระบบชลประทานเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรและประชาชนอย่างแท้จริง ช่วยลดความเสี่ยงในการประกอบอาชีพ สร้างความมั่นคงในการผลิต และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน โดยยึดหลักความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ พร้อมผลักดันความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงทางอาหารและการพัฒนาภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน