ครม.ไฟเขียวแถลงการณ์คลังเอเปค ดันการเงินดิจิทัล-กระจายโอกาสเข้าถึงทุน
นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบต่อร่างแถลงการณ์ร่วมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเอเปค ประจำปี 2569 โดยหากมีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มเติมปรับปรุงและแก้ไขเอกสารดังกล่าวในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญหรือไม่ขัดต่อผลประโยชน์ของไทย ให้กระทรวงการคลังดำเนินการได้โดยไม่ต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอีก รวมทั้งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมายร่วมให้การรับรองร่างแถลงการณ์ฯ โดยไม่มีการลงนามร่างแถลงการณ์ฯ ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ
นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า สาธารณรัฐประชาชนจีนในฐานะเจ้าภาพการประชุมเอเปค ประจำปี 2569 มีกำหนดจัดการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเอเปค (APEC Finance Ministers’ Meeting: APEC FMM) ครั้งที่ 33ระหว่างวันที่ 20 – 21 ตุลาคม 2569 ณ เขตบริหารพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งในการประชุมดังกล่าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเอเปคจะมีการรับรองร่างแถลงการณ์ฯ ในวันที่ 21 ตุลาคม 2569
โดยเอเปคเป็นเวทีความร่วมมือทางเศรษฐกิจของ 21 เขตเศรษฐกิจที่ยึดหลักของความสมัครใจและไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายโดยร่างแถลงการณ์ฯ ไม่ถือเป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราซ 2560 (รัฐธรรมนูญฯ) อย่างไรก็ดี ร่างแถลงการณ์ฯ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือที่เกี่ยวกับองค์การระหว่างประเทศที่มีผลผูกพันรัฐบาลไทย จึงควรเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาตามมาตรา 4 (7) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ
นางสาวพลอยทะเล กล่าวต่อว่า สาระสำคัญของร่างแถลงการณ์ฯ มุ่งเสริมสร้างความร่วมมือเพื่อผลักดันนโยบายการคลังที่สนับสนุนภาคครัวเรือน การส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล การขยายโอกาสการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึงสำหรับคนทุกกลุ่ม ตลอดจนการเสริมสร้างศักยภาพและองค์ความรู้ด้านการเงินแก่เยาวชนและคนรุ่นใหม่
ทั้งนี้ ร่างแถลงการณ์ฯ ถือเป็นเอกสารผลลัพธ์สำคัญของการประชุม ซึ่งสรุปการดำเนินการตามแนวทางของกรอบการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเอเปค ปี 2569 ที่ได้ผลักดันความร่วมมืออันดีระหว่าง 21 เขตเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านการเงินดิจิทัลและนโยบายทางการคลัง เพื่อสนับสนุนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอย่างครอบคลุมและยั่งยืน