‘เลขา รมว.เกษตรฯ’ ลั่นแทร็คเตอร์ EV คันละ 16 ล้านไม่จริง ชี้ถ้าราคานี้ตัวเองก็รับไม่ได้ ย้ำการของบฯ ทุกหน่วยงานมีการตรวจสอบเข้ม ชี้โครงการมีหลายอย่างเกิดจากความตั้งใจดี-ต้องการลดต้นทุนให้ชาวนา

วันที่ 16 ต.ค.2569 นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงประเด็นการจัดซื้อรถเกี่ยวข้าวและรถแทรกเตอร์ EV ว่า ตัวเลขที่บอกว่าคันละ 16 ล้านบาทนั้นไม่จริง เพราะตัวเลขนี้ค่อนข้างสูงเกินจริงมาก อาจจะมีความคลาดเคลื่อนในการสื่อสารเฉพาะหน้า

ขอยืนยันว่า การของบประมาณใดๆก็ตามของหน่วยงานทุกหน่วยงาน ไม่ใช่เฉพาะกระทรวงเกษตร และกรมการข้าว ต้องผ่านการตรวจสอบหลายหน่วยงาน อย่างโครงการที่พวกเรากำลังพูดถึงเรื่องแทรคเตอร์ไฟฟ้า EV จะมีหน่วยงานตรวจสอบเป็นขั้นเป็นตอนมากมาย ดังนั้น ทุกอย่างต้องตั้งราคาให้มันสอดคล้องเหมาะสมกับตลาด ตนคิดว่าราคาไม่น่าจะเกินคันนึง 1-2 ล้านบาทแน่นอนเท่าที่ผมทราบ

ทั้งนี้ โครงการนี้เกิดจากความตั้งใจดีล้วนของกรมการข้าว เพราะเราทราบความลำบากของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะชาวนาทั้งจากวิกฤติพลังงานที่เกิดจากสถานการณ์สงครามระดับโลก ทำให้พลังงานแพง น้ำมันแพง ปุ๋ยแพง พี่น้องอยู่กันแทบไม่ไหวแล้ว เราจำเป็นต้องเปลี่ยนบางอย่าง เช่น แทร็คเตอร์ เพราะทุกวันนี้ส่วนใหญ่ช่วงนี้เกษตรกรใช้เครื่องจักรหมดแล้ว ตั้งแต่การเตรียมดิน ระหว่างนั้นมีการสูบน้ำก็ต้องใช้เครื่องไฟฟ้าหรือน้ำมันดีเซลไปผลิตอีก ตรงนี้เป็นต้นทุนตลอด เพราะฉะนั้นรถแทร็คเตอร์ไฟฟ้าคันนี้ จะช่วยลดต้นทุนค่าน้ำมันให้กับชาวนาที่ทวีความแรงขึ้นทุกวัน

“ถ้ามันเป็นคันละ 16 ล้านบาท ผมเองก็เป็นคนนึงที่รับไม่ได้ แต่มันไม่ใช่นะครับ ณ ปัจจุบันต้องยอมรับการจุดจุดนี้ก่อน แล้วเป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนในเวลาที่จำกัด ผมคิดว่าถ้าจะให้ดี ต้องอธิบายเป็นขั้นเป็นตอน แล้วผมคิดว่าทุกฝ่ายที่มีความห่วงใยซึ่งเสียงของทุกฝ่ายที่สะท้อนมาในโลกโซเชียลก็ตาม หรือในทุกๆ สื่อก็ตาม ผมน้อมรับในข้อแนะนำแล้วก็ความห่วงใย“ นายสรวุฒิ กล่าว

นายสรวุฒิ กล่าวว่า ถ้าโครงการนี้เกิดขึ้นได้ จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องที่เป็นชาวนามากมาก เพราะเราจะทำได้ทุกวงจรของการผลิตข้าว เราจะมีเครื่องลดความชื้นเข้ามาอบข้าวเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรมีอำนาจต่อรองยืดอายุการส่งโรงสี หรือกระจายสู่ตลาดในขั้นใดขั้นหนึ่ง เอาแค่ขั้นอบความชื้น ถ้าเกษตรกรสามารถดำเนินการได้ด้วยตนเองจะสามารถขายข้าวให้กับโรงสีโดยไม่ถูกหักค่าความชื้นได้ตันละกว่า 2,000 บาท ซึ่งดีกว่าเงินชดเชยที่เอาไปช่วยเหลือชาวนาทั่วๆ ไปที่เรียกร้องกันอยู่ด้วยซ้ำ

นี่เป็นตัวอย่างที่กระทรวงเกษตรภายใต้ยุครัฐบาลชุดนี้กำลังจะเดินไป และคิดว่าหลังจากนี้จะมีสิ่งที่ก้าวหน้าไปมากกว่านั้น ทั้งการลดการเผา รถแทรกเตอร์ตัวนี้สามารถติดเครื่องที่ย่อยสลายตอซัง และสามารถไปปั่นให้เป็นปุ๋ยได้ โดยที่ไม่ต้องใช้เวลาย่อยสลายทางชีวภาพหรือใช้สารจุลินทรีย์

นอกจากนี้ วันนี้ตนคิดว่าเราจะต้องเปลี่ยนผ่านพลังงานให้ได้ เพราะระยะยาวน้ำมันหมดแน่นอน อาจไม่หมดในทางเป็นจริงทางกายภาพแต่หากสงครามมันยืดเยื้อ น้ำมันจะอยู่ลึก และไกลเกินที่ทำให้ต้นทุนแพงและไม่คุ้มค่า หากวันหนึ่งน้ำมันลิตรละ 100 ประชาชนไม่มีทางเลือกเลย ขณะที่ประเทศไทยเป็นอู่ข้าวอู่น้ำมานาน เราเหมาะสมทุกอย่าง ถ้าเราไม่เริ่มตั้งแต่วันนี้เราจะเริ่มวันไหน วันหนึ่งก็ต้องใช้สิ่งเหล่านี้เข้ามาพัฒนาในห่วงโซ่อุปทานทั้งหมดของการผลิตอาหาร ซึ่งข้าวเป็นตลาดใหญ่ที่สุด เราไม่เริ่มทำวันนี้ วันใดวันนึงก็ต้องทำ ไม่ใช่ภายใต้รัฐบาลชุดนี้ รัฐบาลใดที่มีความปรารถนาดีต่อพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะชาวนาก็ต้องทำ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน