CAAT ประสานวิทยุการบิน ทอท.-สายการบิน พร้อมรับมือสภาพอากาศแปรปรวน และเที่ยวบินหนาแน่นช่วงปลายปี จัดหาสนามบินสำรองกรณีเครื่องบินไม่สามารถลงจอดได้

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เตรียมความพร้อมรับมือสภาพอากาศแปรปรวนในช่วงปลายปี หลังประเทศไทยมีแนวโน้มเผชิญฝนตกต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนรองรับเที่ยวบินที่อาจได้รับผลกระทบ เพื่อรักษาความต่อเนื่องในการให้บริการและลดผลกระทบต่อการเดินทางของผู้โดยสาร

CAAT เปิดเผยว่า การบริหารจัดการด้านการบินในช่วงการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (IMF–World Bank Annual Meetings 2026) เป็นไปอย่างเรียบร้อย สามารถรองรับเที่ยวบินเช่าเหมาลำและเที่ยวบินส่วนบุคคลของผู้เข้าร่วมประชุมได้ตามแผน ขณะที่เที่ยวบินพาณิชย์ตามตารางยังให้บริการตามปกติ แม้บางพื้นที่มีสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยต่อการบิน

ก่อนหน้านี้ จากสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่กรุงเทพมหานครและภาคกลางช่วงปลายเดือนกันยายน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานด้านการบินในบางช่วง CAAT ได้เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมแผนรองรับการเดินทางในช่วงการประชุม โดยเฉพาะกรณีสภาพอากาศไม่เหมาะสมต่อการขึ้นลงของอากาศยาน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการเที่ยวบินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หนึ่งในมาตรการสำคัญคือ การประสานท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง–พัทยา ให้เตรียมพร้อมเป็นท่าอากาศยานสำรองตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมปรับแผนการปิดทางวิ่งในช่วงกลางคืนเพื่อดำเนินงานก่อสร้างทางวิ่งที่สองเป็นการชั่วคราวในช่วงการประชุม เพื่อรองรับเที่ยวบินที่จำเป็นต้องเปลี่ยนเส้นทางมาลงจอดระหว่างรอสภาพอากาศ ณ ท่าอากาศยานปลายทางกลับมาเหมาะสมต่อการทำการบิน

นอกจากนี้ CAAT ยังประสานบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการบริหารจัดการจราจรทางอากาศและการให้บริการท่าอากาศยาน รวมถึงประสานบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรให้เพียงพอต่อการรองรับเที่ยวบินและการให้บริการในช่วงที่มีการเดินทางหนาแน่น

สำหรับผลการดำเนินงาน เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตเผชิญสภาพอากาศที่ส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินบางส่วน ทำให้ต้องเปลี่ยนไปใช้ท่าอากาศยานสำรอง ได้แก่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุราษฎร์ธานี และท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง–พัทยา โดยสามารถดำเนินการตามแผนรองรับที่เตรียมไว้ และกลับเข้าสู่การดำเนินงานตามปกติได้อย่างรวดเร็ว

CAAT ยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์สภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมของท่าอากาศยานสำรอง การบริหารจัดการจราจรทางอากาศ และมาตรการรองรับเหตุการณ์ที่อาจกระทบต่อเที่ยวบิน โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ควบคู่กับการรักษาความต่อเนื่องของบริการด้านการบินและลดผลกระทบต่อผู้โดยสารให้ได้มากที่สุดในช่วงปลายปี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน