คน กทม.เลย ขสมก. เดินหน้า EV เฟส 2 เพิ่มรถเมล์ไฟฟ้าอีก 800 คัน
วันนี้ 19 ต.ค.2569ขสมก.ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) โครงการเช่ารถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานสะอาด (EV) จำนวน 800 คัน ร่วมกับคณะผู้สังเกตการณ์จากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) และผู้แทนกรมบัญชีกลาง พร้อมกับมีการประชุมคณะกรรมการจัดทำร่างขอบเขตของงาน (TOR) โครงการฯ เป็นครั้งแรก (Kick Off Meeting)
การลงนามบันทึกข้อตกลงคุณธรรมครั้งนี้ มีการแต่งตั้งผู้สังเกตการณ์ประจำโครงการ 3 คน โดยยืนยันว่า ผู้สังเกตการณ์ต้องมีความเป็นอิสระ สามารถให้ความเห็นหรือคำแนะนำใด ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในเรื่องการปฏิบัติตามระเบียบหรือแนวทางต่าง ๆ ว่าเป็นไปตามที่กรมบัญชีกลางกำหนดหรือไม่ แต่ในเรื่องการอนุมัติหรือไม่อนุมัติโครงการ ผู้สังเกตการณ์จะไม่เข้าไปแทรกแซงการตัดสินใจของเจ้าของโครงการ
นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการ ขสมก. เปิดเผยว่า โครงการเช่ารถเมล์ EV จำนวน 800 คัน วงเงิน รวม 8,400 ล้านบาท เป็นโครงการต่อเนื่องจากรถเมล์ EV จำนวน 1,520 คัน โดย ขสมก.ซึ่งได้รับจัดสรรงบปี 2570 แล้ว มีเป้าหมายเพื่อ จัดหารถโดยสารใหม่มาทดแทนรถโดยสารปรับอากาศที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งบางส่วนมีอายุการใช้งานประมาณ 30 ปี และลดต้นทุนด้านเชื้อเพลิงและต้นทุนการซ่อมบำรุงสูงและปัญหาจัดหาอะไหล่
โดยจะใช้เวลาในการจัดทำร่าง TOR ประมาณ 1 เดือน จากนั้นจะประกาศร่าง TOR เพื่อรับฟังคำวิจารณ์ ช่วงเดือนพ.ย. 2569 และประกวดราคาด้วยวิธีการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โดยจะได้ข้อสรุปช่วงปลายเดือนม.ค.2570 ลงนามสัญญาไม่เกินเดือนมี.ค. 2570 และจะเร่งรัดการรับมอบรถภายในปลายปี 2570
หลักของ TOR เช่ารถโดยสาร EV จำนวน 800 คัน จะใกล้เคียงกับการเช่ารถโดยสาร EV จำนวน 1,520 คัน เช่น ใช้วัตถุดิบหรือชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ (Local Content) ในการประกอบรถโดยสารไม่น้อยกว่า 40% เป็นต้น
นายกิตติกานต์ กล่าวว่า ในขณะเดียวกัน ตามขั้นตอน จะต้องนำเสนอคณะกรรมการ (บอร์ด) ขสมก.เพื่อขออนุมัติโครงการฯ ก่อน ซึ่งยังอยู่ระหว่างรอแต่งตั้งบอร์ดขสมก.ชุดใหม่ หลังบอร์ดเห็นชอบจะเสนอครม.อนุมัติโครงการต่อไป ซึ่งสามารถดำเนินการจัดทำร่าง TOR คู่ขนานไปได้เนื่องจากได้รับงบประมาณปี 70 เรียบร้อยแล้ว
ทั้ง 2 โครงการจะทำให้ขสมก.มีรถโดยสาร EV จำนวน 2,320 คัน รวมกับรถ NGV ที่มีอยู่ประมาณ 700-800 คัน จะทำให้ ขสมก.มีรถโดยสารสำหรับให้บริการประมาณ 3,000 คัน ซึ่งประเมินว่าเพียงพอต่อการให้บริการในปัจจุบันจนถึงช่วง 7-10 ปีข้างหน้า แต่หากมีการปรับเปลี่ยนเส้นทางหรือรูปแบบการให้บริการ อาจต้องพิจารณาความต้องการรถเพิ่มเติมในอนาคต
ในส่วนของกลุ่มรถโดยสารครีมแดงนั้น หลังมีรถ EV 1,520 คัน เข้ามาให้บริการทดแทน ขสมก.จะพิจารณาการใช้ประโยชน์ เช่น กรณีเกิดวิกฤติ เหมือนน้ำท่วมที่ผ่านมา หรือ กรณีต้องใช้วิ่งเป็นรถเฉพาะกิจ เปรียบเทียบกับภาระที่ต้องดูแล เนื่องจากเป็นรถเก่า และใช้เครื่องยนต์ดีเซลที่ส่งต่อสิ่งแวดล้อม โดยจะคัดเลือกรถโดยสารครีมแดงกลุ่มหนึ่งที่ยังมีสภาพดีและยังสามารถมาปรับปรุงได้